ผู้เชี่ยวชาญ เตือนฝนสะสม ‘ภาคตะวันออก’ เริ่มวิกฤต แนะ 3 กลุ่มเสี่ยงย้ายชั่วคราว หวั่นเสี่ยงดินถล่ม

ย้ำ แบบจำลองคาดการณ์ฝนมีแนวโน้มขยับไปภาคตะวันตก โดยเฉพาะ จ.ตาก-กาญจนบุรี ชี้ พื้นที่เคยเกิดปัญหาดินถล่มบ่อยครั้ง ระบุ การแจ้งเตือนต้องไปให้ถึงระดับหมู่บ้าน เหตุความเสี่ยงแตกต่างกัน

วันนี้ (25 ก.ย. 2569) รศ.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยกับ The Active ถึงสถานการณ์ฝนสะสมในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะบางพื้นที่ จ.จันทบุรี และระยอง ที่เริ่มเข้าสู่ระดับต้องเฝ้าระวัง หลังมีฝนสะสมต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

แม้พื้นที่ภูเขาที่อยู่ติดทะเลบางแห่งจะสามารถระบายน้ำลงทะเลได้ดี แต่พื้นที่ภูเขาที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินยังต้องระวัง โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ตามร่องน้ำ ร่องเขา และพื้นที่ลาดชัน ซึ่งหากมีฝนตกหนักต่อเนื่องอาจเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มได้

เปิด 3 กลุ่มเสี่ยง ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • กลุ่มแรก คือ บ้านที่อยู่ในร่องน้ำหรือร่องเขา แม้เป็นร่องน้ำขนาดเล็กที่ปกติไม่มีน้ำไหล หากเกิดฝนหนัก น้ำสามารถไหลรวมตัวและพัดพาดินลงมาได้

  • กลุ่มที่ 2 คือ บ้านหรืออาคารบริเวณเชิงเขาที่มีการตัดไหล่เขาเพื่อก่อสร้าง โดยไม่มีระบบป้องกันหรือกำแพงกันดินที่เหมาะสม หากอยู่ในกลุ่มนี้ควรพิจารณาย้ายคนหรือห้องนอนไปอยู่ในจุดที่ห่างจากแนวลาดเขามากขึ้น

  • กลุ่มที่ 3 คือ บ้านที่ก่อสร้างบนพื้นที่ลาดชันและมีการถมดินยื่นออกไป เมื่อดินอุ้มน้ำมากขึ้นอาจอ่อนตัวและเกิดการเลื่อนตัวได้

สำหรับพื้นที่ปลอดภัย รศ.สุทธิศักดิ์ แนะนำให้เลือกพื้นที่สูงหรือพื้นที่ราบที่อยู่ห่างจากแนวลาดเขา โดยระยะห่างประมาณ 50–60 เมตร หรือราว 100 เมตรขึ้นไปจะปลอดภัยมากขึ้น ทั้งนี้ต้องพิจารณาลักษณะพื้นที่เป็นรายบ้าน

ห่วงดินไหลทับบ้าน ไม่จำเป็นต้องเป็นดินถล่มขนาดใหญ่

รศ.สุทธิศักดิ์ ยังระบุว่า เหตุเสียชีวิตจากดินถล่มในหลายกรณีไม่ได้เกิดจากมวลดินขนาดใหญ่เสมอไป แต่อาจเป็นดินและเศษวัสดุที่ไหลเข้าปะทะตัวบ้านจนผนังหรือโครงสร้างพังลงมา ทำให้เกิดการสูญเสียได้

ขณะเดียวกัน แบบจำลองคาดการณ์ฝนในวันถัดไปมีแนวโน้มว่าพื้นที่เสี่ยงอาจขยับไปทางภาคตะวันตก โดยเฉพาะ จ.ตาก ซึ่งเคยเกิดปัญหาดินถล่มบ่อยครั้ง และอาจรวมถึง จ.กาญจนบุรี

“แม้ลักษณะทางธรณีวิทยาของกาญจนบุรีโดยทั่วไปไม่ได้เอื้อต่อการเกิดดินถล่มมากนัก แต่การปรับเปลี่ยนพื้นที่ของมนุษย์ เช่น การตัดไหล่เขาและการถมดิน สามารถเพิ่มความเสี่ยงได้”

รศ.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์

แนะเตือนถึงระดับหมู่บ้าน ชี้แต่ละบ้านเสี่ยงไม่เท่ากัน

รศ.สุทธิศักดิ์ เสนอว่า การแจ้งเตือนควรลงไปถึงระดับหมู่บ้าน ไม่ควรหยุดอยู่เพียงระดับจังหวัดหรืออำเภอ เพราะในหมู่บ้านเดียวกัน บ้านแต่ละหลังอาจมีความเสี่ยงแตกต่างกัน เช่น บ้านที่อยู่ในร่องน้ำอาจต้องอพยพ ขณะที่บ้านบนพื้นที่ราบอาจยังปลอดภัย

“ประเทศไทยมีหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงดินถล่มประมาณ 12,000 แห่ง ใน 54 จังหวัด จึงไม่สามารถใช้มาตรการเดียวกับทุกพื้นที่ได้ ควรจัดทำแผนที่ความเสี่ยงระดับชุมชนและกำหนดล่วงหน้าว่าบ้านใดควรย้ายเมื่อเกิดฝนตกหนัก”

รศ.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์

รศ.สุทธิศักดิ์ ย้ำว่า การเตือนภัยต้องเชื่อมโยงกับการปรับตัวของชุมชน เมื่อได้รับการแจ้งเตือนแล้วต้องมีการพูดคุยและตัดสินใจล่วงหน้าว่าใครควรย้ายไปอยู่ที่ใด เพราะหากรอให้เกิดดินถล่มแล้วจึงอพยพ อาจไม่ทันต่อสถานการณ์

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active