‘ชัชชาติ’ ย้ำ หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย โฟกัส กทม.วันนี้ เร่งดึงน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับน้ำจากพื้นที่ลาดกระบัง และฝั่งตะวันออกพร้อมติดตั้ง ท่อซิ่ง เสริมประสิทธิภาพระบายน้ำ ‘เคหะร่มเกล้า’ เผยใช้ท่อซิ่งเคหะคลองจั่น ช่วยได้เยอะ น้ำลดลงแล้ว คลองแสนแสบ ใช้การได้ดี ส่งผลต่อระบบระบายน้ำ
วันนี้ (2 ต.ค. 2569) ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ณ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนและน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า ขณะนี้ยังไม่มีฝนตกเพิ่มเติม โดยฝนที่ตกเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (1 ต.ค. 69) ส่วนใหญ่ตกในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ประมาณ 90 มิลลิเมตร ขณะที่พื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมมีฝนประมาณ 30 มิลลิเมตร จึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์น้ำมากนัก
สำหรับภาพรวมสถานการณ์น้ำ ผู้ว่าฯ กทม. บอกว่า ดีขึ้น ถนนสายหลักส่วนใหญ่กลับมาใช้งานได้ เหลือเพียงน้ำท่วมขังในซอยและพื้นที่ชุมชนบางจุด โดย กทม. ยังคงเร่งระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะลาดกระบังและเคหะชุมชนร่มเกล้า ผ่านคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อเร่งลดระดับน้ำในพื้นที่


สำหรับเคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่และมีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก กทม. ได้นำ “ท่อซิ่ง” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ช่วยเร่งการระบายน้ำเข้ามาใช้งาน โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำและท่อซิ่งเรียบร้อยแล้ว พร้อมเร่งจัดทำคันกั้นน้ำบริเวณจุดที่เป็น “ฟันหลอ” เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับเข้าพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำ โดยจะเร่งดึงน้ำจากพื้นที่เข้าสู่คลองหนึ่ง ก่อนผลักดันต่อไปยังคลองประเวศบุรีรมย์
ส่วนเขตสะพานสูง สถานการณ์หลายจุดตามแนวถนนรามคำแหงดีขึ้น ทั้งบริเวณสำนักงานสรรพากร หมู่บ้านสัมมากร หมู่บ้านบัวขาว หมู่บ้านเพอร์เฟคเพลส และหมู่บ้านนักกีฬา ขณะที่ถนนราษฎร์พัฒนา(ซอยมิสทีน) ซึ่งเชื่อมต่อถนนรามคำแหงกับเคหะชุมชนร่มเกล้า เหลือน้ำท่วมขังบางจุด กทม. จะเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและกู้พื้นที่ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว
ขณะที่เคหะชุมชนคลองจั่น เขตบางกะปิ ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้ ท่อซิ่ง ช่วยเร่งระบายน้ำ ปัจจุบันระดับน้ำลดลงจนเห็นพื้นแล้ว สะท้อนผลการปรับระบบระบายน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
ด้าน ถนนนวมินทร์ สถานการณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลัง กทม. เร่งดึงน้ำจากคลองพังพวยลงสู่คลองแสนแสบ ส่งผลให้ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่ลาดพร้าวและบางบัวที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นเมื่อวานนี้ เป็นผลจากการเปิดประตูน้ำคลอง 2 เพิ่มเติม เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำให้พื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดย กทม. ควบคุมการระบายน้ำอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนริมคลอง
สำหรับถนนสายหลักที่สถานการณ์ดีขึ้นและสามารถสัญจรได้ ได้แก่ เคหะคลองจั่น เฉลิมพระเกียรติ ร.9 เศรษฐศิริ สุวินทวงศ์ช่วงเรือนจำมีนบุรี–แยกนิมิตใหม่ กรุงเทพกรีฑาช่วงซอย 11–55 สีหบุรานุกิจช่วง สน.มีนบุรี–ร่มเกล้า พระยาสุเรนทร์ เสรีไทย สุขาภิบาล 5 ราษฎร์พัฒนา พัฒนาการ เทพรักษ์ เพิ่มสิน และวัชรพล
ส่วนจุดที่ยังมีน้ำท่วมขังและต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ บริเวณรอยต่อปทุมธานี–กรุงเทพมหานคร ถนนพหลโยธินช่วงอนุสรณ์สถานและหน้าสนามกีฬาธูปะเตมีย์ ถนนพญาสุเรนทร์ช่วงปัญญาอินทรา–ซอย 31 รวมถึงซอย 25–43 และซอย 15–15/1 ถนนศรีนครินทร์บางช่วง โดยเฉพาะบริเวณใต้ทางหลวงพิเศษมอเตอร์เวย์ขาเข้า ถนนสุวินทวงศ์ช่วงแยกเมืองมีน–หน้าเรือนจำ บริเวณแยกไฟฟ้าสีหบุรานุกิจ ถนนกรุงเทพกรีฑาช่วงซอย 41–55 รวมถึงถนนอ่อนนุช หลวงแพ่ง และฉลองกรุง


ชัชชาติ ย้ำว่า ภารกิจสำคัญของ กทม. ในวันนี้ คือการเร่งดึงน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับน้ำจากพื้นที่ลาดกระบังและกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเร่งสูบน้ำออกจากเคหะชุมชนร่มเกล้าและพื้นที่โดยรอบ รวมถึงเร่งกู้พื้นที่เขตสะพานสูง และพื้นที่ด้านตะวันออกทั้งหมดให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
นอกจากนี้ ช่วงเช้าวันนี้ กทม. ได้เพิ่มเครื่องสูบน้ำบริเวณหมู่บ้านสหกรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ขณะที่เมื่อวานนี้ วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณหมู่บ้านสวนสน เพื่อประสานการแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่
