เผย นายกฯ สั่งดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาประชาชนที่ผ่านการตรวจสอบอย่าให้เกินสัปดาห์นี้ กทม.เปิด 22 ศูนย์ช่วยลงทะเบียน เร่งประเมินความเสียหายบ้าน-อุปกรณ์ประกอบอาชีพ ขณะที่หลายพื้นที่น้ำลด ชี้ ยังเหลือ 3-4 จุดวิกฤต
วันนี้ (6 ต.ค. 2569) ที่ศูนย์ควบคุมระบบน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า สถานการณ์ที่ให้ความช่วยเหลือขณะนี้ มี 2 เรื่อง คือ การให้ความช่วยเหลือต่อเนื่อง และเรื่องการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เนื่องจากปัจจุบันในหลายเขตน้ำลดลงแล้ว เหลือประมาณ 3-4 จุดที่ยังมีระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 15-50 เซนติเมตร เช่น ฟลอร่าวิลล์ เขตหนองจอก, เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง มีการส่งถุงยังชีพและมีการเข้าไปให้ความช่วยเหลือครอบคลุมในทุกพื้นที่ที่ยังเป็นจุดวิกฤตอยู่ โดยเฉพาะความต้องการตั้งหน่วยแพทย์ที่ฟลอร่าวิลล์ โดยมีทางศูนย์บริการสาธารณสุข และ โรงพยาบาลเวชการุณย์เข้าไปตั้งหน่วยแพทย์ในพื้นที่เพิ่มเติม คาดว่าถ้าฝนไม่ตกหนักเพิ่มน่าจะสามารถลดระดับของน้ำลงได้

ส่วนเรื่องของการเยียวยา ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐที่ประชาชนจดทะเบียนเข้ามา ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 522,000 ราย แต่ก็จะมีกระบวนการตรวจสอบเอกสาร หลักฐานที่ประชาชนส่งเข้ามา เช่น ทะเบียนบ้านที่อาจจะซ้ำซ้อนกันภายในครัวเรือนเดียวกัน เตรียมเร่งกระบวนการตรวจสอบกลับ เพื่อให้สามารถโอนเงินให้ความช่วยเหลือประชาชนได้
ส่วนการขอเยียวยาผ่าน เว็บไซต์ https://claim.bangkok.go.th/ ที่เป็นอีกส่วน ในเรื่องมูลค่าความเสียหาย มีประชาชนยื่นมา 50,300 ราย ซึ่งกระบวนการจะช้ากว่าเนื่องจากมีการขอเอกสารจำนวนมาก เนื่องจากต้องจ่ายตามมูลค่าจริงที่เกิดความเสียหาย
ขณะที่ประชาชน ที่ไปติดต่อยื่นเรื่องโดนตรงกับสำนักงานเขต ยังมีอีก 3 เขตที่ยังไม่ได้นับจำนวนประชาชน ทำให้จำนวนที่อยู่ในมือตอนนี้มีอยู่ 2,498 ราย ซึ่ง กทม. ใช้วิธีการ “บัดดี้” คือ ระบบจับคู่เขต อย่าง ฝั่งลาดกระบัง ก็จะจับคู่กับ 3 เขต ส่วนเขตอื่นจะเป็น 1:2 โดยให้เจ้าหน้าที่ไปช่วยในการลงทะเบียนดูเอกสารให้ที่สำนักงานเขตเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว พร้อมเปิดศูนย์ช่วยประชาชนออนไลน์เพิ่ม 22 ศูนย์ ที่จะให้ความช่วยเหลือในการลงทะเบียนขอรับการเยียวยาทางออนไลน์
ศูนย์นันทนาการ 7 แห่ง เปิดรับลงทะเบียนทุกวัน เวลา 10.00–16.00 น.
- ศูนย์นันทนาการหนองจอก
- ศูนย์นันทนาการลาดกระบัง
- ศูนย์นันทนาการคลองสามวา
- ศูนย์นันทนาการบางนา
- ศูนย์นันทนาการสะพานสูง
- ศูนย์นันทนาการบางกะปิ
- ศูนย์นันทนาการคลองกุ่ม
ศูนย์กีฬา 5 แห่ง เปิดรับลงทะเบียนทุกวัน เวลา 10.00–16.00 น.
- ศูนย์กีฬาเบญจกิติ
- ศูนย์กีฬาวารีภิรมย์
- ศูนย์กีฬาบางกอกอารีน่า
- ศูนย์กีฬาบึงหนองบอน
- ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา
ห้องสมุดประชาชน 10 แห่ง เปิดรับลงทะเบียน วันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 16.00 น.
- ห้องสมุดฯ ลาดกระบัง
- ห้องสมุดฯ สะพานสูง
- ห้องสมุดฯ เสรีไทย
- ห้องสมุดฯ มีนบุรี
- ห้องสมุดฯ บางกะปิ
- ห้องสมุดฯ หนองจอก
- ห้องสมุดฯ คลองสามวา
- ห้องสมุดฯ ประเวศ
- ห้องสมุดฯ บ้านจิรายุ-พูนทรัพย์
- ห้องสมุดฯ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย

รศ.ทวิดา ยังชี้แจงว่า “โฉนด” ไม่ใช่เอกสารบังคับที่ทุกคนจะต้องส่ง เพียงแต่โดยหลักการอยากจ่ายเงินให้ความช่วยเหลือกับคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ถูกน้ำท่วมนั้นจริง ๆ เพราะฉะนั้นก็จะให้เป็นหลักฐานอื่นก่อน
“เช่น ถ้าเป็นเจ้าบ้านแล้วชื่อตรงกับทะเบียนบ้านอยู่แล้ว อันนี้แทบไม่มีคำถามเลย หรือว่าท่านเป็นผู้อยู่อาศัย แล้วชื่อท่านเองก็อยู่ในทะเบียนบ้านเช่นเดียวกัน แล้วก็ไม่ได้ขอซ้ำกับเจ้าบ้านในรายการที่จ่ายเป็นครัวเรือน อันนี้ก็ไม่มีปัญหาอีกเช่นเดียวกัน พูดง่าย ๆ ก็คือ เอกสารที่สามารถแสดงตนของท่าน ว่าท่านมีกรรมสิทธิ์ ท่านเป็นเจ้าของบ้าน หรือ ท่านเป็นผู้เช่าได้ โดยปกติส่งมาก่อน”
“ส่วนเรื่องที่ว่าเป็นไปได้ไหม ว่าบางรายอาจจะถูกสำนักงานเขต หรือเราส่งข้อมูลกลับไปถาม ว่าด้วยความที่หลักฐานในการยืนยันท่านในฐานะผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเจ้าของบ้านกรรมสิทธิ์ไม่ชัดเจนจริง ๆ เราคงจำเป็นต้องขอสำเนาโฉนด เราก็จะขอกลับไปในกรณีนี้ สามารถที่จะให้มีแบบแทนโฉนดที่ออกโดยสำนักงานเขตได้ ก็ให้สำนักงานเขตเนี่ยออก แต่ว่ามันก็จะต้องมีการรับรองเพื่อให้มั่นใจ คือเดี๋ยวตอนหลังกลายเป็นว่า เราจ่ายไปไม่ตรง แล้วคนที่ต้องได้รับสิทธิ์จริง ๆ ไม่ได้อาจจะมีปัญหา”
รศ.ทวิดา กมลเวชช
ค่าความเสียหายกับการประกอบอาชีพ สามารถขอเยียวยาได้
ส่วนกรณีแฟลตคลองจั่น ที่มีผู้ร้องถูกตอบกลับมาว่า ไม่เข้าเกณฑ์ เพราะน้ำไม่ได้ล้อมบ้าน 7 วัน ตามเกณฑ์เยียวยาของรัฐ สามารถยื่นขอเยียวยากับ กทม. อะไรได้บ้าง ? รศ.ทวิดา ระบุว่า ถ้าเป็นคนที่น้ำเข้าบ้าน มีความเสียหายเกิดขึ้นแจ้งได้อยู่แล้ว เพราะเป็นกรณีค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับครัวเรือน หากท่านเป็นเจ้าของที่ต้องซ่อมแซม หากท่านเป็นผู้เช่า แล้วมีอุปกรณ์ประกอบอาชีพที่แสดงได้ว่าเสียหาย มีค่ารักษาพยาบาล หรือแสดงภาพให้เห็นว่าในบริเวณนั้นมีความเสียหายน้ำอาจจะไม่ได้ท่วมทั้งหมด แต่ว่าท่วมบางส่วน ก็จะมีเรื่องอุดหนุนดำรงชีพที่สามารถที่จะขอได้ อย่างกรณียานพาหนะที่ใช้ในการขับไปทำงานจะไม่สามารถขอได้ ยกเว้นกรณีที่ใช้ยานพาหนะนั้นในการประกอบอาชีพตรง ๆ
ส่วนกรณีสัญจรผ่าน อย่าง ถนนเพชรบุรี มีรถที่ติดอยู่ไม่สามารถที่จะเคลื่อนไปได้ แล้วถูกน้ำท่วม กรณีนี้จะไม่เข้าเงื่อนไขเพราะไม่ได้อยู่อาศัย
“ขอให้รอ เพราะว่าเราพูดคุยอยู่กับ คปภ. อย่างที่บอกว่า ทาง คปภ. จะสามารถให้ความช่วยเหลือในในแง่มุมอื่นได้ไหม ขออนุญาตรอรายละเอียดคุยกับทาง คปภ. ว่าจะสามารถช่วยอะไรได้”
รศ.ทวิดา กมลเวชช

การจ่ายเงินเยียวยาประชาชน พยายามเร่งไม่เกินสัปดาห์นี้
รศ.ทวิดา ยังกล่าวถึงการจ่ายเงินชดเชยเยียวยา เนื่องจากมีจังหวัดอื่นที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมก่อน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กดเงินให้ความช่วยเหลือไปประมาณ 600 ครัวเรือน เพราะฉะนั้นของกรุงเทพมหานครตอนนี้มีตัวเลขแล้ว อยู่ในขั้นตอนให้ทางสำนักงานเขตลงไปยืนยัน ว่าพื้นที่นี้ที่สามารถตัดจ่ายได้ด้วยการลงไปดูพื้นที่ได้ เพราะว่าเป็นเรื่องน้ำล้อม เป็นเรื่องจำนวนวันแต่ถ้าเป็นความเสียหายในบ้านอาจจะช้ากว่ากัน
“ท่านนายกรัฐมนตรีก็สั่งแล้วว่าให้เริ่มตั้งแต่วันนี้อย่าให้เกินอาทิตย์นี้ ที่จะสามารถกดกดเงินให้ความช่วยเหลือ เบื้องต้นก็จะพยายามให้ได้ภายในอาทิตย์นี้ให้ได้ ในบางส่วนที่สำนักงานเขตยืนยันได้ตามนั้นไปก่อน อันนี้ก็จะเป็นของแอปฯ ทางรัฐ แต่ว่าที่ต้องประเมินมูลค่าความเสียหายตอนนี้กำลังพยายามจะจัดให้มีคนลงไปช่วยประเมินแบบปูพรม เพราะว่าเรารู้ว่าถ้าเป็นน้ำท่วม จะไม่เหมือนคราวที่แล้ว ที่เป็นรอยแผ่นดินไหวที่อาจจะอยู่บนผนังบางส่วนอาจจะรอได้ แต่ถ้าเป็นน้ำท่วมคิดว่าประชาชนน่าจะทำความสะอาดบ้านไปแล้วด้วยซ้ำเพราะนั้นก็คงจะมีแต่เรื่องรูปถ่าย เพราะนั้นการส่งรูปถ่ายที่ชัดๆ มาไว้ในระบบก่อน ดีที่สุด ใบเสร็จที่ใช้ในการซ่อมแซมเก็บไว้ให้ดีแล้วส่งมารอไว้ในระบบ”
รศ.ทวิดา กมลเวชช
เร่งประเมินความเสียหาย ปูพรมให้เสร็จภายใน 6 เดือน
รศ.ทวิดา กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีประชาชนยื่นขอรับการเยียวยาผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th และการเดินทางมายื่นที่สำนักงานเขต รวมประมาณ 55,000 ครัวเรือน ขณะที่ยอดผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” อยู่ที่ประมาณ 522,000 ราย แต่เป็นการลงทะเบียนในระดับบุคคล จึงยังต้องตรวจสอบข้อมูลในระบบหลังบ้านเพื่อดูว่าคิดเป็นจำนวนครัวเรือนเท่าใด โดย กทม. เตรียมใช้วิธีระดมเจ้าหน้าที่จากหลายสำนักงานเขต รวมถึงขอความร่วมมือจากวิศวกรรมสถานฯ เข้าช่วยประเมินความเสียหาย โดยใช้ระบบ “เขตบัดดี้” แบ่งทีมลงพื้นที่เป็นชุด เพื่อเร่งสำรวจและตีมูลค่าความเสียหายให้เร็วกว่ากรณีแผ่นดินไหว ซึ่งที่ผ่านมาใช้เวลาประมาณ 6 – 8 เดือน โดยตั้งเป้าครั้งนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
ลุย “ลาดกระบัง–ร่มเกล้า” แบ่งฟื้นฟู 4 โซน
ต่อมาในช่วงบ่าย พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามการจัดการขยะชิ้นใหญ่และการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม ร่วมกับสำนักงานเขตลาดกระบัง บริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลร่มเกล้า พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และยานพาหนะจากหลายหน่วยงาน เพื่อเร่งจัดเก็บขยะและทำความสะอาดพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

โดย กทม. อยู่ระหว่างเร่งฟื้นฟูพื้นที่ภายหลังระดับน้ำลดลง โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 โซน กำหนดหน่วยงานหลักรับผิดชอบแต่ละพื้นที่ พร้อมประสานกำลังสนับสนุนจากเขตใกล้เคียงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่และขยะตกค้าง โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากและมีความจำเป็นเร่งด่วน
ตั้ง “จุดพักขยะ” ลดระยะทาง เพิ่มรอบจัดเก็บ
พรพรหม ชี้ว่า สำหรับเขตลาดกระบัง ใช้แนวทางจัดตั้ง “จุดพักขยะ” ในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อรวบรวมขยะจากหน้าบ้านประชาชนไว้ในจุดเดียว ลดระยะทางและเวลาการเดินทางของรถเก็บขยะ ทำให้สามารถกลับเข้าพื้นที่และจัดเก็บขยะได้หลายรอบมากขึ้น โดย กทม. อยู่ระหว่างประสานนำรถเทรลเลอร์ขนาด 30 ตันเข้าประจำจุดพักขยะ เมื่อมีขยะสะสมในปริมาณมาก จะใช้รถแม็คโครทุบและย่อยขยะชิ้นใหญ่ ก่อนตักขึ้นรถเทรลเลอร์เพื่อขนส่งไปกำจัดตามระบบต่อไป
“หัวใจสำคัญคือเราไม่อยากให้รถขยะต้องวิ่งไป-กลับระยะไกล เพราะจะทำให้เสียเวลาและเก็บขยะในพื้นที่ได้น้อยลง เราจึงพยายามนำขยะมารวมไว้ในจุดที่เหมาะสม แล้วใช้รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ขนออกไปครั้งละมาก ๆ ทำให้รถขยะกลับมาทำงานในพื้นที่ได้เร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพและลดจำนวนเที่ยวที่ต้องวิ่งทางไกล”
พรพรหม วิกิตเศรษฐ์
พรพรหม ระบุว่า การทำความสะอาดพื้นที่ใช้แนวทาง “เขตบัดดี้” โดยเขตลาดกระบังได้รับการสนับสนุนจากเขตใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า รวมถึงเขตธนบุรี เขตพระนคร และเขตบางแค ตลอดจนหน่วยงานอื่น ๆ ทั้ง ปภ. กรมทางหลวง และกำลังพลจากทหาร โดยปัจจุบันมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 400 นาย พร้อมเครื่องจักร รถน้ำ และอุปกรณ์ฉีดล้าง กระจายเข้าดำเนินการทั้ง 4 โซน

ขยะหลังน้ำท่วมเพิ่มสูง ต้องบริหารเป็นโซน
รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดการขยะหลังน้ำท่วมครั้งนี้มีปริมาณมากกว่าปกติอย่างชัดเจน บางพื้นที่สามารถเก็บขยะได้ประมาณ 500 – 600 ตันต่อวัน และบางช่วงสูงถึงประมาณ 1,000 ตันต่อวัน จึงต้องบริหารจัดการเป็นโซนและใช้หลายหน่วยงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเร่งคืนพื้นที่ให้ประชาชนโดยเร็ว
สำหรับการฟื้นฟูพื้นที่ กทม. จะให้สำนักงานเขตประเมินสถานการณ์เป็นจุด ๆ และจัดทำแผนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ พร้อมกำหนดเป้าหมายและระยะเวลาการดำเนินงานอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับพื้นที่เคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ ที่ดำเนินการฟื้นฟูและจัดการขยะจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
“แต่ละพื้นที่ต้องมีแผนของตัวเองให้ชัดเจนว่า จุดไหนจะเสร็จเมื่อไร ต้องใช้กำลังจากที่ไหนบ้าง และต้องประสานหน่วยงานใดเข้ามาช่วย เพราะสถานการณ์แต่ละแห่งไม่เหมือนกัน เป้าหมายคือทำให้เร็วที่สุด เพื่อให้ชีวิตของประชาชนกลับเข้าสู่ภาวะปกติให้ได้เร็วที่สุด”
พรพรหม วิกิตเศรษฐ์
สำหรับภารกิจฟื้นฟูเมือง การทำความสะอาด กทม. ได้ระดมทุกทรัพยากรจากทุกหน่วยงาน ได้รับกำลังพลจากกรมราชทัณฑ์ การสนับสนุนจากทหาร ในภารกิจเก็บขยะ รวมถึง “เขตบัดดี้” ที่เอาเขตแห้งมาช่วยกับเขตที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมจัดสรรกำลังคนให้ความช่วยเหลือประชาชนมากที่สุด
พรพรหม ย้ำด้วยว่า ขยะชิ้นใหญ่ที่อยู่ริมถนนหรือในหมู่บ้านที่มีจำนวนมาก ได้รับการสนับสนุนจากขนส่ง ทหาร และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เอารถดัมพ์เข้ามาขนย้าย เพราะไม่สามารถเก็บด้วยรถอัดปกติของ กทม. ได้ โดยพยายามจัดระบบให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดในเชิงของทรัพยากรจำกัด แต่อย่างไรก็ตาม สำนักสิ่งแวดล้อมกำลังพิจารณาเรื่องของการจ้างเหมาเพิ่มเติม เพราะนอกเหนือจากรถดัมพ์ยังต้องมีรถคีบ กับรถแม็คโคร JCB ซึ่งขณะนี้ได้ให้ทุกเขตพยายามลิสต์ว่า มีบิ๊กคลีนนิ่งที่ไหนจุดทิ้งขยะที่ไหนบ้าง เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้ สามารถดูได้ผ่านทางเว็บไซต์ Greener Bangkok
