‘แก้หนี้’ อย่าแค่วาทกรรม! หวังนโยบาย รบ.ใหม่ ทำจริง สร้างรูปธรรมช่วยประชาชนก้าวข้ามชีวิตหนี้

หมอแก้หนี้ ห่วง วงจร ‘กู้ใหม่จ่ายเก่า’ ทำลูกหนี้นอกระบบ มีเจ้าหนี้สูงถึง 64 ราย พบ หนี้ใน-นอกระบบ รวมกันพุ่งเกิน 100% ชาวบ้านถูกยึดบ้าน ที่ดิน เพราะค้างค่างวดผ่อนมอเตอร์ไซค์แค่หลักหมื่น ขณะที่เสียงสะท้อน เกษตรกรไทย ยังติดหล่มหนี้ ต้นทุนผลิตพุ่งสูง ซ้ำเติมด้วยภัยโลกรวน น้ำแล้ง น้ำท่วม ย้ำ ภาคการเมืองจริงจัง ทำจริง อย่าแค่หาเสียงขายฝัน

ธนพร ระเริง เกษตรกร จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีปัญหาหนี้สินค่อนข้างหนัก หวังอยากเห็นรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาแก้ปัญหาให้ตรงจุด ที่ผ่านมา มีอาชีพทำนา และไร่อ้อย เผชิญมรสุมชีวิต ทั้งราคาพืชผลตกต่ำ ต้นทุนการผลิตพุ่งสูง และวิกฤตโลกร้อนที่ทำให้ผลผลิตเสียหายติดต่อกัน 3 ปี จนต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบ เพราะเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบ จึงอยากให้พรรคการเมืองเร่งจัดตั้ง “กองทุนระยะสั้น” และ “บัตรเครดิตครัวเรือน” ช่วยพยุงลมหายใจ

“เกษตรกรกำลังเผชิญกับสภาวะ ขาดทุนซ้ำซาก มาตลอด 3 ปีเต็ม โดยมีสาเหตุหลักจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ทั้งราคาข้าวที่ถูกลงสวนทางกับราคาปุ๋ย และยาที่แพงขึ้น รวมถึงวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อน ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากจนไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เป็นเวลากว่า 3 ปีติด ๆ ที่ไม่ได้ผลผลิตเลย มีแต่ลงทุนอย่างเดียวแล้วไม่ได้คืน พอน้ำท่วมผลผลิตเสียหาย เราก็ต้องไปกู้หนี้มาลงทุนรอบสอง พอมันไม่ได้อีก หนี้มันก็พอกพูน ทั้งในระบบและนอกระบบ รวมกันตอนนี้ก็เกือบ 2 แสนบาทแล้ว”

ธนพร ระเริง

สิ่งที่เกษตรกรขาดคือเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบ

ทุกวันนี้สถาบันการเงินส่วนใหญ่ มักปล่อยกู้ให้เฉพาะรายใหญ่ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ส่วนเกษตรกรรายย่อยที่มีโฉนดที่ดินติดจำนองจนเต็มเพดานเงินกู้แล้ว ไม่สามารถกู้เพิ่มได้อีก เมื่อไม่มีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างเพาะปลูก จึงจำเป็นต้องหันไปหา “หนี้นอกระบบ” ที่ดอกเบี้ยสูงลิ่วเพื่อนำมาซื้อกินซื้อใช้และลงทุนต่อ

สำหรับ ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล-พรรคการเมือง มีอยู่ 3 ประเด็น คือ

  • จัดตั้งกองทุนหมุนเวียนระยะสั้น : ระยะเวลา 4-6 เดือน เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนใช้สอยในช่วงเพาะปลูก ไม่ต้องนำผลผลิตไป “ตกเขียว” หรือขายล่วงหน้าในราคาถูก

  • บัตรเครดิตครัวเรือน : วงเงินประมาณ 30,000 บาทต่อราย โดยคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ (ประมาณร้อยละ 1) เพื่อลดการพึ่งพานอกระบบ

  • ผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้ยืม : ปรับปรุงเกณฑ์ของ ธ.ก.ส. หรือกองทุนหมู่บ้านให้เกษตรกรที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือมีหนี้เดิมอยู่แล้วสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้จริง ซึ่งอยากให้รัฐบาลจัดหาแหล่งทุนที่เข้าถึงง่าย

“อยากเห็นประชาชนพ้นจากหนี้นอกระบบ เพราะตอนนี้ลำบากมาก หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็ต้องเอาไปจ่ายดอกเบี้ยนอกระบบหมด จนแทบไม่มีจะกินจะอยู่แล้ว”

ธนพร ระเริง

แฉวิกฤตหนี้ไทย พุ่งเกิน 100% จี้พรรคการเมืองทำจริง อย่าแค่หาเสียง!

องค์กรเครือข่ายเพื่อความเป็นธรรมและความเสมอภาค หรือที่รู้จักในนาม “หมอแก้หนี้” เปิดเผยตัวเลขสถานการณ์หนี้สินของคนไทยที่เข้าขั้นวิกฤต โดยระบุว่า ปัจจุบันหนี้ในระบบและนอกระบบรวมกันอาจพุ่งเกิน 100% ของประชากรไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจที่ล้มละลาย ข้าราชการที่เงินเดือนไม่พอใช้ หรือชาวบ้านที่ถูกยึดบ้านและที่ดินทำกิน เพียงเพื่อชดใช้หนี้รถมอเตอร์ไซค์แค่หลักหมื่นบาท

สำหรับการรับเรื่องร้องทุกข์ พบว่า ลูกหนี้นอกระบบบางรายมีเจ้าหนี้สูงสุดถึง 64 ราย ส่วนใหญ่เกิดจากวงจร “กู้ใหม่จ่ายเก่า” หรือกู้รายวันเพื่อมาหมุนส่งรายวันจนธุรกิจไปต่อไม่ได้ ไม่ต่างจากคนที่เป็นหนี้นอกระบบ ที่ลูกหนี้บางคนถูกคุกคามข่มขู่จากกลุ่ม “หมวกกันน็อก” จนบางรายถึงขั้นคิดสั้นอยากฆ่าตัวตาย

ขณะที่ หน่วยงานรัฐอย่างตำรวจหรือศูนย์ดำรงธรรม ยังไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมายที่ผิดทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้

ดังนั้น สิ่งที่ประชาชน “อยากเห็น” จากพรรคการเมือง คืออยากให้พรรคการเมืองที่กำลังหาเสียง อย่าใช้เรื่องการแก้หนี้เป็นเพียง “วาทกรรม” หรือ “นโยบายขายฝัน” เพื่อคะแนนเสียง แต่ต้องมีคณะทำงานที่ทำจริงสม่ำเสมอ เพราะหนี้ของประชาชนคือ “หนี้ของชาติ” หากแก้ไม่ได้ ประเทศจะไม่มีความสงบสุข

ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยเข้าขั้นวิกฤต!

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และประธานคณะกรรมการธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่.) พ.ศ….รัฐสภา เปิดเผยถึงสถานการณ์หนี้ครัวเรือนในปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นวิกฤต โดยเฉพาะ “หนี้ที่มองไม่เห็น” หรือหนี้ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงถึง 25 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ในชั้นบังคับคดี 18 ล้านล้านบาท และหนี้ล้มละลายอีก 7 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าตัวเลข GDP ของประเทศ จึงเตรียมผลักดันนวัตกรรมการแก้หนี้เพื่อให้ลูกหนี้ชนะหนี้ได้อย่างถาวร ผ่าน 3 กลไกหลัก

  1. แก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม หนี้เช่าซื้อรถยนต์ ให้มีการผลักดันให้ใช้ พ.ร.บ.ขนส่ง เพื่อให้ทรัพย์เป็นของผู้เช่าทันที ไม่ใช่ปล่อยให้ถูกยึดง่าย ๆ เพียงเพราะค้างชำระ 3 เดือนตามกฎหมายแพ่งเดิม หนี้บัตรเครดิต : เรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาควบคุมดอกเบี้ยสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ซึ่งปัจจุบันสูงถึง 20-28% ทั้งที่กฎหมายแพ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 15% โดยมองว่าเป็นการเอาเปรียบคนจน

  2. กฎหมายฟื้นฟูหนี้ 1 แสน – 50 ล้านบาท เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย ฉบับใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ บุคคลธรรมดา และ SME สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้เหมือนบริษัทใหญ่ โดยมีหลักการสำคัญคือ “คนเป็นหนี้ไม่ใช่อาชญากร” ต้องไม่ถูกลงโทษทางวินัยหรือออกจากราชการเพียงเพราะเป็นหนี้ คาดว่าจะผลักดันให้เสร็จสิ้นภายใน 3-6 เดือน

  3. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร ประกาศนโยบายให้เกษตรกรต้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินอย่างน้อยครอบครัวละ 20-25 ไร่ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และเปลี่ยนทัศนคติทางกฎหมายว่า เกษตรกรต้อง “รวย” ได้ ไม่ใช่ต้อง “ยากไร้” ถึงจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ

มองวิกฤตเศรษฐกิจไทย-ปัญหาหนี้ครัวเรือน กับ นโยบายพรรคการเมือง

พรรคประชาชาติ : แก้ปัญหา “หนี้ครัวเรือน” โดยเสนอโมเดลการตั้ง บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพื่อรับซื้อหนี้เสียในระบบที่มีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท มาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ เปรียบเสมือนการ “นิรโทษกรรมทางการเงิน” ให้ลูกหนี้ที่หนี้ล้นพ้นตัวได้กลับมาเริ่มต้นใหม่ โดยย้ำว่าการแก้หนี้ที่ยั่งยืนที่สุดคือการทำให้ “รายได้เพิ่มขึ้น” ไม่ใช่แค่การยืดหนี้หรือลดดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว

พรรคเพื่อไทย : “ล้างหนี้ครบ จบทังระบบ” ล้างหนี้เสียโดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีหลักประกัน และหนี้เสียของผู้สูงอายุ, จัดการหนี้นอกระบบ : ดึงกลับเข้ามาในระบบเพื่อบริหารจัดการ, พักหนี้เกษตรกร : ทำต่อเนื่องนาน 3 ปี เพื่อให้เกษตรกรได้ตั้งตัว และรางวัลคนดีใครที่ผ่อนชำระดี มีรางวัลจูงใจ

พรรคภูมิใจไทย : “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เน้นการเสริมสภาพคล่องและหยุดพักภาระชั่วคราวพักหนี้ 3 ปี หยุดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ให้ประชาชนได้มีลมหายใจ, เงินกู้ฉุกเฉิน : จัดสรรวงเงิน 50,000 บาท เพื่อใช้ในยามจำเป็น ไม่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ

พรรคประชาชน : “เปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง” เน้นเจาะกลุ่มพี่น้องเกษตรกรเป็นหลัก โดยแบ่งการช่วยเหลือเป็น 3 กลุ่มเป้าหมายเกษตรกรสูงวัย อายุ 70 ปีขึ้นไป ที่ยังมีภาระหนี้ หนี้เรื้อรังกลุ่มที่ติดกับดักหนี้มานาน แก้ไขไม่ตก เกษตรกรชั้นดี กลุ่มที่ชำระหนี้ต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมวินัยทางการเงิน

พรรคไทยสร้างไทย : “แก้หนี้-เติมทุน” เสนอการใช้ กองทุน เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน 3 กองทุน, กองทุนฟื้นฟูหนี้เสีย : เข้ามาจัดการหนี้ที่กลายเป็น NPL ไปแล้ว กองทุนเครดิตประชาชน ให้ชาวบ้านเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น กองทุนสร้างไทย : เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานราก

พรรคประชาธิปัตย์ : “แก้หนี้ในระบบ-จัดการหนี้นอกระบบ” เน้นความเฉพาะเจาะจงของกลุ่มลูกหนี้ แก้หนี้เสีย (NPL) : และหนี้ในระบบอย่างเป็นธรรม หนี้ผู้สูงอายุ แก้หนี้เสียให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป ลูกหนี้ กยศ.ช่วยเหลือกลุ่มที่ยังไม่มีกำลังจ่าย เพื่อไม่ให้ถูกฟ้องร้อง

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active