‘มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค’ ชี้ ปมหนี้สินครัวเรือนสูงต่อเนื่อง นโยบายช่วยลูกหนี้ภาครัฐ ยังไม่ครอบคลุม เจอปัญหาหนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยแพง ทวงหนี้โหด เสนอ ปรับกลไกมาตรการช่วยเหลือ เข้าถึงกลุ่มเปราะบาง คาดหวัง ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ เป็นเจ้าภาพหลัก บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้หนี้ เดินหน้ากำหนดเป็นนโยบายสาธารณะ
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 69 นฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เป็นตัวแทนส่ง ข้อเสนอเชิงนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ต่อ อนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 5 และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 10 เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการกำหนดนโยบาย โดยนำรายงานการศึกษาสำรวจโครงการแก้ปัญหาหนี้เพื่อสุขภาวะที่ดีของชุมชน จากโครงการ “ยิ้มสู้หนี้” ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งพบปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง มีปัญหาการคิดดอกเบี้ยและทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม รวมถึงค่าธรรมเนียมที่ผิดกฎหมาย


ที่สำคัญนโยบายการช่วยเหลือลูกหนี้ของภาครัฐที่ยังไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะ ปัญหาหนี้นอกระบบ ดังนั้นต้องเร่งปรับปรุงกลไกการสื่อสารและการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือให้มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงกลุ่มเปราะบางได้อย่างทั่วถึงและตรงจุด
“การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนในกลุ่มเปราะบางนี้ต้องอาศัยมาตรการที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงการให้ความรู้ทางการเงินเท่านั้น”
นฤมล เมฆบริสุทธิ์
สำหรับข้อเสนอนโยบายแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ คาดหวังให้ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. นำไปกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ ต้องมีความร่วมมือจากหน่วยงานหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องบูรณาการในการแก้ไขปัญหาวิกฤตหนี้สินกลุ่มเปราะบางร่วมกัน เพราะจำเป็นต้องใช้แนวทางที่ครอบคลุม และบูรณาการใน 3 มิติหลัก ได้แก่
- การปรับปรุงกลไกการเข้าถึงความช่วยเหลือ ภาครัฐต้องเปลี่ยนจากการรอให้ลูกหนี้เข้ามาหา เป็นการ “เดินเข้าหา” ลูกหนี้ในพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะ โครงการช่วยเหลือหนี้ต้องได้รับการออกแบบให้มีขั้นตอนที่ รวดเร็วและง่ายต่อการทำความเข้าใจ สถาบันการเงินของรัฐ ควรพิจารณาออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นสำหรับกลุ่มอาชีพรับจ้างทั่วไปและผู้มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ เพื่อดึงลูกหนี้ออกจากวงจรหนี้นอกระบบ
- การส่งเสริมความคุ้มครองทางกฎหมายให้กับลูกหนี้ อย่างเข้มข้น รวมถึงบังคับใช้กฎหมายทวงถามหนี้อย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ให้กู้นอกระบบและบริษัททวงหนี้ที่ใช้ความรุนแรงหรือวิธีการที่ไม่สุภาพ การสร้างกลไกการร้องเรียนที่ง่ายและปลอดภัยจะช่วยให้ลูกหนี้กล้าที่จะรายงานการละเมิดสิทธิ
- การสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ภาครัฐควรสนับสนุนโครงการพัฒนาทักษะอาชีพ ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเน้นทักษะที่สามารถสร้างรายได้เสริมได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น เนื่องจากลูกหนี้ส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำและประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป สำคัญอย่างยิ่ง ควรจัดทำหลักสูตรการจัดการการเงินส่วนบุคคลที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ โดยเน้นการวางแผนงบประมาณ การออมเงินฉุกเฉิน และการใช้จ่ายอย่างมีวินัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด “หนี้เพื่อความอยู่รอด” ซ้ำอีกในอนาคต
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคจึงขอเสนอให้ กรุงเทพมหานคร มีบทบาทเป็น “เจ้าภาพหลัก” บูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะต่อไป
