‘สว.นรเศรษฐ์’ ชี้ รัฐบาลรับฟังความเห็น ต้องทำจริงจัง ไม่ใช่แค่ขายแต่ประโยชน์ ข้อดีโครงการฯ สร้างความชอบธรรม จนลืมฟังผลกระทบ ข้อกังวลชาวบ้าน ยันประชาชนต้องมีบทบาทตัดสินใจ ย้ำ อย่าลืมบทเรียน EEC ขอรัฐบาลใจเย็น ๆ ชะลอโครงการใหญ่ ทำให้รอบคอบ เสนอทำ ‘ประชามติ’ ถามคนทั้งประเทศ-คนพื้นที่ ให้ชัดเจนเห็นชอบหรือไม่ พร้อมระบุวันนี้ ขอเลื่อนญัตติทบทวน ‘แลนด์บริดจ์’ ไปสัปดาห์หน้า เหตุสมาชิกขอศึกษารายละเอียดก่อน
วันนี้ (5 พ.ค.69) นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เปิดเผยถึงกรณีการยื่นญัตติ ขอให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ว่าจากที่จะยื่นญัตติดังกล่าว เข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาในวันนี้นั้น ทราบว่าตัวญัตติได้ถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว แต่มีสมาชิกหลายคนได้ติดต่อเข้ามา และมีความสนใจที่จะอภิปรายญัตติดังกล่าวจำนวนมาก รวมทั้งมีหลายคณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ ซึ่งอย่างน้อย มี 2 คณะกรรมาธิการ คือ กมธ.ของตน และ กมธ.คมนาคม ที่มีการศึกษาเรื่องนี้ และได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว
ทำให้สมาชิกขอให้ขยับญัตติดังกล่าวออกไปเป็นสัปดาห์หน้า เพื่อที่สมาชิกจะมีข้อมูลครบถ้วนในการอภิปราย ซึ่งตนได้คิดทบทวนแล้ว จึงเห็นว่า เพื่อให้มีเวลาการศึกษาข้อมูลเต็มที่ จึงไม่อยากเร่งรัดเกินไป และไม่อยากให้อภิปรายโดยไม่มีฐานข้อมูล เพื่อให้ประชาชนรับทราบ จึงตัดสินใจว่าในที่ประชุมวุฒิสภาวันนี้จะขอเลื่อนญัตติดังกล่าวออกไปเป็นสัปดาห์หน้า เพราะเชื่อว่า เป็นเวลาที่เพียงพอที่จะให้สมาชิกเตรียมตัวในการอภิปราย จึงขอแจ้งต่อประชาชนที่รอฟังการอภิปรายด้วย

นรเศรษฐ์ บอกด้วยว่า ยังได้ยื่นกระทู้ถาม พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับเรื่องแลนด์บริดจ์ ซึ่งได้ถูกบรรจุเข้าระเบียบวาระแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ถามวันใด แต่ก็อยากฝากถึง รองนายกฯ พิพัฒน์ เพราะเห็นออกมาพูดหลายครั้ง และแสดงความมั่นใจ ว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับประเทศ และประชาชนคนใต้อย่างแน่นอน
“อยากให้นายพิพัฒน์ มาชี้แจง และตอบกระทู้ในสภาฯ เพื่อที่จะให้ได้แสดงความมั่นใจ และตอบคำถามอย่างมั่นใจ ว่าโครงการนี้จะเป็นคำตอบในเรื่องของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร”
นรเศรษฐ์ ปรัชญากร
ส่วนที่ นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้ง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมการการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อศึกษาอย่างรอบคอบ และยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน จะสามารถคลายข้อกังวลได้หรือไม่นั้น นรเศรษฐ์ ย้ำว่า ข้อกังวลตรงนี้ยังคลายไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะหากดูโดยพฤตินัยโครงการแลนด์บริดจ์เป็นโครงการขนาดใหญ่มาก ๆ และมีผลกระทบเยอะมาก ๆ อีกทั้งโครงการดังกล่าว ยังไม่อยู่ในนโยบายหาเสียงของพรรค และไม่ได้อยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล จึงเป็นเรื่องน่าแปลกที่นโยบายขนาดใหญ่ขนาดนี้ ไม่ได้อยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล แต่กลับเป็นวาระแรก ที่รัฐบาลออกมายืนยันผลักดันเต็มที่
“ตรงนี้ต้องตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมถึงรีบเร่งขนาดนี้ จะรีบเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หรือรีบเร่งปิดดีลเปล่า”
นรเศรษฐ์ ปรัชญากร
ก่อนดันแลนด์บริดจ์-SEC ย้อนมองบทเรียน EEC ก่อน
นรเศรษฐ์ ยังระบุถึงการที่รัฐบาลจะนำ กฎหมายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor) หรือ SEC ในพื้นที่จังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เข้ามา ทุกคนจะต้องจับตาดูตรงนี้อย่างใกล้ชิด เพราะมีบทเรียนจากกฎหมาย โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) หรือ EEC มาแล้ว ซึ่งเท่าที่ทราบกฎหมาย SEC แทบที่จะคัดลอกมาจาก EEC มาทั้งฉบับ และบทเรียนจาก EEC ที่ตั้งคณะกรรมการที่มีอำนาจเร่งรัดกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้ภาคตะวันออกตอนนี้ แทบจะกลายเป็นแหล่งของ “กลุ่มทุนศูนย์เหรียญ” ไปแล้ว เพราะกฎหมายต่าง ๆ สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
“พี่น้องคนใต้ก็ดูได้เลยว่า พี่น้องภาคตะวันออกได้รับผลกระทบอย่างไร ถ้าไม่อยากให้ภาคใต้ ที่เป็นพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ และมีทรัพยากรที่สมบูรณ์ ได้รับผลกระทบ ดังนั้นต้องส่งเสียงดัง ๆ ให้รัฐบาลใจเย็น ๆ และชะลอโครงการขนาดใหญ่ไว้ โดยทำให้รอบคอบ เพราะยังมีกลไกอีกหลายอย่างที่ทำให้การศึกษารอบคอบขึ้นได้ เช่น รายงานการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA (Strategic Environmental Assessment) ซึ่งเป็นการศึกษาในภาพรวม เพราะปัจจุบันเป็นการศึกษาเป็นจุด ๆ และไม่เห็นผลกระทบในภาพรวม เพราะทรัพยากรภาคใต้มีการเชื่อมโยงกันทั้งหมด ซึ่งผลกระทบที่ได้มาจากรายงานแยก ไม่มีทางที่จะสะท้อนผลกระทบจริง ๆ ที่ชาวใต้จะได้รับแน่นอน”
นรเศรษฐ์ ปรัชญากร
เมื่อถามว่า รัฐบาลมีการอ้างสงครามในพื้นที่ตะวันออกกลางนั้น นรเศรษฐ์ มองว่า เป็นเหตุผลที่เบาบางมากเกินไป เพราะไม่มีคำอธิบายอะไรออกมาว่า โครงการแลนด์บริดจ์ จะตอบโจทย์ประเทศไทยอย่างไร เพียงแต่ว่า มีเรื่องสงครามตะวันออกกลาง จึงอยากจะถามว่า การที่มีแลนด์บริดจ์ในกลไก หรือเงื่อนไขปัจจุบัน เป็นการตอบโจทย์ของใครหรือไม่ ? ประเทศเราจะตอบโจทย์ตรงนี้อย่างไร ? ก็ไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน
“จุดใดก็ตามที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ ในการเดินทางกระจายสินค้า หรือขนส่งต่าง ๆ เมื่อเกิดสงครามแล้วจะกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นปัญหา ถ้าเราตั้งใจจะให้แลนด์บริจด์เป็นจุดยุทธศาสตร์จุดหนึ่ง เราต้องมีกลไกในการป้องกัน และสมดุลอำนาจในเชิงภูมิรัฐศาสตร์อย่างไร ก็ไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาลเลย ดังนั้นการอ้างแค่สงครามตะวันออกกลาง แล้วจะให้แลนด์บริดจ์เป็นทางออกก็เป็นคำอธิบายที่เบาเกินไป”
นรเศรษฐ์ ปรัชญากร
เสนอ ‘ประชามติ’ ถามคนทั้งประเทศ-คนในพื้นที่ ก่อนเดินหน้าแลนด์บริดจ์
ปธ.กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. ย้ำด้วยว่า การที่จะรับฟังความคิดเห็นของประชาชนจริง ๆ ต้องไม่ใช่แค่ไปอธิบายว่า โครงการดังกล่าวมีประโยชน์อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาล หรือผู้บริหารทำโดยตลอด แทนที่จะลงไปรับฟังเสียงจากผู้ที่มีผลกระทบ แต่เป็นการอธิบายว่า โครงการนี้จะเป็นผลดีอย่างไร เหมือนเป็นการสร้างความชอบธรรม ว่าได้ลงพื้นที่รับฟังแล้ว แต่การรับฟังเสียงของประชาชนที่แท้จริง ประชาชนต้องมีถึงขนาดที่จะมีบทบาทในการตัดสินใจ
“ข้อเสนอของเรา โดยเฉพาะรายงานของคณะกรรมาธิการจะออกมาในสมัยประชุมนี้ ซึ่งส่วนตัวตนเอง รายงานข้อศึกษาทุกอย่าง ต้องเปิดเผยอย่างโปร่งใสให้ประชาชนได้รับทราบ และสุดท้ายการจะเดินหน้าผลักดันโครงการนี้ ควรจะเป็นประชาชน และหากจะดำเนินการโครงการนี้จริง ก็ควรจะมีการทำประชามติใน 2 ระดับคือ ประชามติจากคนทั้งประเทศ และจากคนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จะต้องให้ความเห็นชอบ”
นรเศรษฐ์ ปรัชญากร
