‘กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ’ ออกแถลงการณ์ ในโอกาสไทยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF และ กลุ่มธนาคารโลก 2569 ย้ำ นโยบาย-แหล่งเงินทุน ที่เกิดขึ้น ต้องเน้นหลัก ประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน เปิดการมีส่วนร่วม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยก 6 ข้อเสนอ แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
วันนี้ (14 ต.ค. 2569) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ กลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ตามที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิดหลัก “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” หรือ “ขอบฟ้าใหม่ของไทย: สร้างพลังให้ประชาชน เสริมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง” นั้น
กสม. เห็นว่า แนวคิดหลักที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนโดยตรง เพราะการสร้างพลังให้ประชาชนจะเกิดขึ้นจริงได้ก็ต่อเมื่อประชาชนมีเสรีภาพที่จะพูด ตั้งคำถาม และ ร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาที่กระทบต่อชีวิตของตน และความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงจะมั่นคงได้ ก็ต่อเมื่อไม่มีกลุ่มใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

กสม. จึงเห็นว่านโยบายและแหล่งเงินทุนที่เกิดจากเวทีนี้ควรยึดหลัก 3 ประการ คือ
- ประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนก่อนตัดสินใจ
- เปิดให้ผู้ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นมิใช่เพียงรับฟังเมื่อออกแบบเสร็จแล้ว
- โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีช่องทางเยียวยาที่เข้าถึงได้จริง
ตามหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน และแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย โดยมีข้อเสนอดังนี้
- ด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ควรใช้เทคโนโลยีขยายโอกาส ควบคู่กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการป้องกันการเลือกปฏิบัติจากระบบอัตโนมัติ หากปัญญาประดิษฐ์มีส่วนตัดสินใจที่กระทบสิทธิ เช่น การอนุมัติสินเชื่อหรือการคัดกรองสวัสดิการ ผู้ได้รับผลกระทบต้องได้รับคำอธิบายเหตุผล มีช่องทางอุทธรณ์ และได้รับการทบทวนโดยมนุษย์ ทั้งควรออกแบบบริการให้ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ใช้งานได้ โดยคงช่องทางที่มิใช่ดิจิทัลไว้ควบคู่กัน
- ด้านการค้าและการลงทุนในโลกที่แตกแยก การขยายตัวทางเศรษฐกิจต้องเคารพสิทธิแรงงาน แรงงานข้ามชาติ และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดยตรวจสอบสถานะด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านตลอดห่วงโซ่อุปทาน และมีกลไกร้องเรียนและเยียวยาที่เข้าถึงได้โดยไม่ถูกตอบโต้ กสม. ขอย้ำข้อเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งรัดการให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และฉบับที่ 98
- ด้านการเงินเพื่อการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ เงินทุนต้องไปถึงชุมชนและกลุ่มเปราะบาง อย่างเป็นธรรม ไม่ผลักภาระการปรับตัวไปให้ผู้มีรายได้น้อย และต้องคุ้มครองสิทธิในที่ดินและที่อยู่อาศัยโดยไม่นำไปสู่การบังคับไล่รื้อ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานต้องเป็นธรรมต่อแรงงานและชุมชนที่พึ่งพาอุตสาหกรรมเดิม ขณะเดียวกัน ภาระหนี้สาธารณะและเงื่อนไขทางการคลังต้องไม่บีบให้ลดงบประมาณด้านสุขภาพ การศึกษา และหลักประกันทางสังคม สอดคล้องกับข้อเสนอแนะที่ กสม. เคยเสนอให้ปฏิรูปการจัดการน้ำและภัยพิบัติจากการตั้งรับไปสู่การป้องกัน
- ด้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจแห่งวัยยืนยาว นโยบายต้องมองผู้สูงอายุเป็นผู้ทรงสิทธิและมีศักดิ์ศรี มิใช่ภาระทางการคลัง โดยส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพและการดูแลระยะยาว ป้องกันการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอายุในตลาดแรงงานและบริการทางการเงิน พัฒนาระบบบำนาญและหลักประกันทางสังคมให้เพียงพอแก่การดำรงชีพ และคำนึงถึงภาระการดูแลที่ตกแก่ผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่5. การรักษาความปลอดภัยของการประชุมต้องดำเนินควบคู่กับการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดง
- ความคิดเห็นและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 34 และมาตรา 44 และตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ 19 และข้อ 21 การจำกัดสิทธิดังกล่าวต้องเป็นไปตามกฎหมาย จำเป็นในสังคมประชาธิปไตย และได้สัดส่วนกับวัตถุประสงค์ที่กติการับรอง โดยรัฐมีหน้าที่ทั้งเคารพอำนวยความสะดวก และคุ้มครองการชุมนุมโดยสงบ
กสม. จึงขอให้รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดขอบเขตพื้นที่ที่มีการควบคุมให้ชัดเจน และแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า จัดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมสื่อสารข้อเรียกร้องไปถึงผู้เข้าร่วมประชุมและสาธารณชนได้โดยตรง อำนวยความสะดวกแก่การเดินทางของผู้ประสงค์จะใช้เสรีภาพโดยสงบ ใช้การสื่อสารและการเจรจาเป็นแนวทางหลักตลอดช่วงการชุมนุม โดยเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการชุมนุมแสดงตนอย่างชัดเจนและปฏิบัติตามหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน ตลอดจนคุ้มครองสิทธิของผู้ชุมนุมตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด อำนวยความสะดวกแก่สื่อมวลชนและผู้สังเกตการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ และดำเนินการใด ๆ โดยคำนึงถึง การเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของสาธารณะ ในขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือผู้จัดและผู้เข้าร่วมการชุมนุมใช้เสรีภาพโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และจัดให้มีผู้ดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุม - ตลอดช่วงการประชุม กสม. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. จะลงพื้นที่สังเกตการณ์ ณ จุดชุมนุมหลัก และเปิดรับเรื่องร้องเรียนเร่งด่วนจากผู้ชุมนุม ผู้จัดการชุมนุม สื่อมวลชน และประชาชน ทางสายด่วน 1377 เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจโดยทันที

“กสม. ขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันทำให้การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีที่ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการเคารพสิทธิ เสรีภาพ การมีส่วนร่วม และการเข้าถึงการเยียวยาอย่างแท้จริง อันจะเป็นเครื่องยืนยันว่า การสร้างพลังให้ประชาชนมิใช่เพียงถ้อยคำในแนวคิดหลักของการประชุม”
