กยศ. เร่งบอกเลิกสัญญาผู้กู้ค้างหนี้เกิน 4 ปี รายใหม่กว่า 1 แสนราย จ่อฟ้อง ก.ค. 69 แนะรีบปรับโครงสร้างหนี้ เผยผิดนัดสะสมทะลุ 2 ล้านราย มูลหนี้กว่า 1 แสนล้านบาท ด้านผู้กู้ร้องระบบไม่อัปเดตข้อมูลตัวเลข
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างส่งหนังสือบอกเลิกสัญญากับผู้กู้ยืมเงินที่ครบกำหนดชำระหนี้และมีการค้างชำระหนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ปี (งวดรายปี ) ซึ่งจะถูกดำเนินคดีภายในวันที่ 5 ก.ค. 2569 จำนวนประมาณ 100,000 ราย ซึ่งหากผู้กู้ยืมเงินไม่ต้องการจะถูกดำเนินคดีต่อศาล ขอให้ติดต่อชำระหนี้ที่ค้างชำระต่อ กยศ. โดยเร็ว หรือหากไม่สามารถชำระหนี้ได้ ผู้กู้ยืมเงินก็สามารถทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์กับ กยศ. ได้ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th โดยสามารถยืนยันตัวตนและลงนามอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และ ThaID

การปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าว มีผลให้ผู้กู้ยืมเงินสามารถกลับมาชำระหนี้ได้และทำให้ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีต่อศาล และการปรับโครงสร้างหนี้จะทำให้ผู้กู้ยืมเงินได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้
- ปลดภาระผู้ค้ำประกันทันทีเมื่อทำสัญญา
- ผ่อนชำระหนี้ได้นานสูงสุดถึง 15 ปี
- ผ่อนชำระเงินคืนเป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน
- เมื่อชำระหนี้เสร็จสิ้นโดยไม่ผิดเงื่อนไขตามสัญญา กยศ. จะให้ส่วนลดเบี้ยปรับที่เกิดขึ้นก่อนทำสัญญาทั้งหมด 100%
กยศ. แจ้งกับทีมข่าวเพิ่มเติมว่า ณ วันที่ 24 เม.ย. 69 มีนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับการกู้ยืมจาก กยศ. จำนวนกว่า 7.4 ล้านราย รวมเป็นเงินให้กู้ยืมทั้งหมดกว่า 850,000 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้มีผู้กู้ที่ผิดนัดชำระหนี้มากกว่า 2 ล้านราย รวมมูลหนี้ค้างชำระกว่า 100,000 ล้านบาท
สำหรับตามกฎหมายพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 ได้กำหนดให้ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ชำระคืนเงินกู้ภายหลังสำเร็จการศึกษา เลิกการศึกษา หรือพ้นสภาพการศึกษา โดยสามารถเลือกชำระคืนทั้งจำนวนหรือผ่อนชำระได้ตามระยะเวลาและวิธีการที่กองทุนกำหนด ขณะที่คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจกำหนดช่วงเวลาเริ่มคิดดอกเบี้ย ซึ่งต้องไม่เกิน 1% ต่อปี และห้ามคิดดอกเบี้ยทบต้น พร้อมทั้งสามารถพิจารณาลดหย่อนหรือยกเว้นดอกเบี้ยให้แก่ผู้กู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดีหรือมีเหตุจำเป็น
ทั้งนี้ ผู้กู้จะได้รับสิทธิระยะเวลาปลอดหนี้ นาน 2 ปี นับจากวันที่สำเร็จการศึกษา หรือพ้นสภาพการศึกษา และอาจขยายได้อีกไม่เกิน 2 ปีในกรณีจำเป็น นอกจากนี้ กยศ. ยังสามารถผ่อนผันเงื่อนไขการชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ แปลงหนี้ใหม่ หรือระงับการชำระหนี้ได้ แม้อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีหรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เพื่อช่วยบรรเทาภาระของผู้กู้ยืม
ในกรณีที่มีการปรับโครงสร้างหนี้ หรือแปลงหนี้ใหม่ภายหลังคำพิพากษาศาล หากผู้กู้ยังคงผิดนัดชำระหนี้อีก กยศ. ยังสามารถกลับมาบังคับคดีได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะกรณีที่ระยะเวลาบังคับคดีเดิมเหลือไม่ถึง 3 ปี จะสามารถดำเนินการต่อได้ภายใน 3 ปีนับแต่วันที่ผิดนัด ขณะที่การแปลงหนี้ใหม่จะมีผลให้หนี้เดิมตามคำพิพากษาระงับลง และต้องถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน นอกจากนี้หากผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้โดยไม่ได้รับการผ่อนผัน จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกิน 0.5% ต่อปี เว้นแต่คณะกรรมการจะพิจารณายกเว้นหรือผ่อนปรนตามความเหมาะสม
สำหรับขั้นตอนการติดตามหนี้ กองทุนจะเริ่มจากการแจ้งเตือนและติดตามทวงถามผ่านหนังสือและช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ผู้กู้เข้ามาดำเนินการ หากยังไม่ชำระหนี้ตามเงื่อนไข อาจนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมาย และในกรณีที่มีคำพิพากษาแล้วแต่ยังไม่ชำระ อาจเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี เช่น อายัดเงินเดือน หรือ ยึดสินทรัพย์สิน เป็นต้น ทั้งนี้กฎหมายฉบับใหม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้กู้สามารถปรับโครงสร้างหนี้หรือขอผ่อนผันได้ในทุกขั้นตอน เพื่อลดความจำเป็นในการเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี

อย่างไรก็ตาม ได้มีประชาชนที่คาดว่าเป็นลูกหนี้ กยศ. เข้าไปแสดงความคิดเป็นในเพจเฟซบุ๊กจำนวนมาก เนื่องจากพบปัญหาการใช้ในงานระบบ โดยบางรายระบุว่า หลังจากชำระเงินแล้วไม่พบข้อมูลปรากฏขึ้นในระบบออนไลน์ และบางส่วนยังระบุว่าชำระเงินจนครบหมดแล้ว แต่ กยศ. ก็ยังมีการส่งแจ้งเตือนให้ไปชำหนี้อยู่
