กทม.ร่วม DEPA-เดนมาร์ก–สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แยกขยะคอนโดฯ

เดินหน้านโยบาย “ไม่เทรวม” ดึงคอนโดฯ 10 แห่ง ย่านคลองเตย–วัฒนา ร่วมคัดแยกขยะ ตั้งเป้าขยายครบ 50 เขต ใช้กลไก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” ลดภาระขยะวันละกว่า 9,000 ตัน สร้างมาตรฐานใหม่การจัดการขยะเมือง

วันที่ 12 ก.พ.2569 สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ The Danish Environmental Protection Agency (DEPA) สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย และ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร” สร้างต้นแบบระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพสำหรับอาคารชุดในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้สอดคล้องกับนโยบาย “ไม่เทรวม” และข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย พ.ศ. 2568 ผ่านความร่วมมือ 4 หน่วยงานหลัก ทั้งในระดับนโยบาย การสนับสนุนองค์ความรู้ และการดำเนินงานในพื้นที่จริง เพื่อการสร้างโมเดลต้นแบบที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับคอนโดมิเนียมหลากหลายรูปแบบ ก่อนขยายผลสู่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร

แก้โจทย์ขยะ 9,000 ตันต่อวัน ครึ่งหนึ่งคือ “ขยะเศษอาหาร”

พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืน เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรุงเทพฯ ต้องรับภาระจัดการมูลฝอยมากกว่า 9,000 ตันต่อวัน โดยกว่าร้อยละ 50 เป็นขยะเศษอาหาร ซึ่งหากไม่แยกตั้งแต่ต้นทาง จะเพิ่มต้นทุนการจัดเก็บและกำจัดอย่างมหาศาล กทม.จึงขับเคลื่อนนโยบาย “ไม่เทรวม” อย่างจริงจัง ควบคู่กับการบังคับใช้ข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมฉบับใหม่ที่ยึดหลักสากล “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pays Principle) เพื่อใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์เป็นแรงจูงใจ โดยครัวเรือนที่คัดแยกขยะถูกต้องจะเสียค่าธรรมเนียมน้อยลง ขณะที่ผู้ไม่คัดแยกจะต้องชำระในอัตราที่สูงกว่า

ที่ผ่านมา โครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม แยกขยะลดค่าธรรมเนียม” ได้รับเสียงตอบรับจากหลายคอนโดมิเนียม แต่ยังพบข้อจำกัดด้านระบบจัดเก็บ พื้นที่จัดวางถัง และแนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับโครงสร้างอาคารสูง โครงการนำร่องครั้งนี้จึงทำหน้าที่เป็นจิ๊กซอว์สำคัญ ในการเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว ผ่านการคัดเลือกคอนโดมิเนียมในเขตคลองเตยและเขตวัฒนา จำนวน 10 แห่ง ที่มีบริบทแตกต่างกัน เพื่อถอดบทเรียนและพัฒนาแนวทางที่ยืดหยุ่น ใช้ได้จริง

พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืน

ความร่วมมือไทย–เดนมาร์ก สู่การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจหมุนเวียน

H.E. Mr. Danny Annan เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศเดนมาร์กมี ระบบคัดแยกขยะครัวเรือนอย่างเป็นระบบมากถึง 10 ประเภท ส่งผลให้สามารถรีไซเคิลขยะได้เกือบครึ่งหนึ่งของขยะครัวเรือนทั้งหมด พร้อมลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัดปลายทางอย่างมีนัยสำคัญ โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย–เดนมาร์ก (SSC) ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการขยะ ที่มุ่งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสีเขียวอย่างเป็นธรรม ผ่านการดำเนินโครงการนำร่องจริงและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในระยะยาว

ด้าน Mr. Jens Nytoft Rasmussen ผู้จัดการโครงการจาก DEPA ระบุว่า หนึ่งในบทเรียนสำคัญจากเดนมาร์กคือ การทำให้การคัดแยกขยะ “ง่าย ไม่ซับซ้อน และเข้าถึงสะดวก” เช่น การจัดวางถังให้ใกล้ผู้อยู่อาศัย และการใช้สัญลักษณ์ภาพมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจตรงกัน ซึ่งแนวทางนี้กำลังได้รับความสนใจจากสหภาพยุโรป (EU) ในการพัฒนามาตรฐานร่วมระดับภูมิภาค เพื่อเปลี่ยน ‘โครงการนำร่อง ให้กลายเป็นมาตรฐานในวันหน้า

ขยะคอนโดฯ พบ “อาหาร–พลาสติกใช้ครั้งเดียว” สูง

วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ เผยผลสำรวจองค์ประกอบขยะมูลฝอยในคอนโดมิเนียมที่เข้าร่วมโครงการ พบขยะในถังทั่วไป 5 อันดับแรก ได้แก่ ขยะอาหาร
กระดาษเลอะหรือเปื้อน พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ และแก้ว
เมื่อจำแนกตามประเภท พบว่า “ขยะทั่วไป” มีสัดส่วนสูงสุดร้อยละ 41 รองลงมาคือ “ขยะเศษอาหาร” ร้อยละ 35 “ขยะรีไซเคิล” ร้อยละ 21 และ “ขยะอันตราย” ร้อยละ 3

“ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนศักยภาพในการลดปริมาณขยะปลายทาง หากสามารถเพิ่มการคัดแยกที่ต้นทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการได้พัฒนาแนวทางการจัดการขยะที่เหมาะสมกับบริบทคอนโดมิเนียม ควบคู่กับการสื่อสารประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ลูกบ้าน ผู้พักอาศัย และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย”
วิจารย์ สิมาฉายา 

วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

ลดขยะทั่วไป–เพิ่มรายได้รีไซเคิลกับคอนโดฯ

จุติพร คุ้มครอง ผู้จัดการอาคาร สิริ แอท สุขุมวิท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เผยว่า ก่อนเข้าร่วมโครงการ ลูกบ้านมักทิ้งขยะรวมกัน เนื่องจากมีถังแยกเพียง 2 ประเภท คือ รีไซเคิลและทั่วไป ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องคัดแยกซ้ำ และมีภาระงานสูงภายหลังเข้าร่วมโครงการ ได้เพิ่มถังแยกประเภทในทุกชั้นและพื้นที่ส่วนกลาง โดยเฉพาะถัง “ขยะเศษอาหาร” ซึ่งมีเกษตรกรเข้ามารับไปใช้เป็นอาหารสัตว์และทำน้ำหมักทางการเกษตร พร้อมติดตั้งป้ายสื่อสารอธิบายวิธีแยกและระบุปลายทางของขยะอย่างชัดเจน

จุติพร คุ้มครอง ผู้จัดการอาคาร สิริ แอท สุขุมวิท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด

“ภายในเวลา 1 เดือน พบว่าปริมาณขยะทั่วไปลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขยะเศษอาหารถูกแยกชัดเจน และขยะรีไซเคิลสามารถนำไปจำหน่ายสร้างรายได้เพิ่มเติม อีกทั้งยังลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บขยะ โดยปัจจุบันชำระค่าธรรมเนียมรายเดือน ห้องละ 20 บาท ตามจำนวนห้อง พร้อมมีการสุ่มตรวจจากสำนักงานเขตอย่างต่อเนื่อง”
จุติพร คุ้มครอง 

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active