แต่ชาวบ้านไทดำ 135 ครอบครัว ยังไม่วางใจ รอจับตาประชุมคณะอนุกรรมการแก้ปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้างและปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย 23 เม.ย.นี้ หวังคืนสิทธิที่ดินชุมชนดั้งเดิม
วันนี้ ( 5 เม.ย.2568 ) เจกะพันธ์ พรหมมงคล เครือข่ายองค์กรประชาชนภาคใต้ เปิดเผยกับ The Active ว่า เมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 18.00 น. ทางอำเภอบ้านนาเดิมได้มาถอนป้ายไล่รื้อชุมชนไทยทรงดำ หรือ ไทดำ ต.ทรัพย์ทวี อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานีออกแล้ว
ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายหลังเครือข่ายชุมชนไทดำ จ.สุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือให้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวไทดำ 135 ครัวเรือน กรณี ตามประกาศอำเภอนาเดิม ลงวันที่ 3 มีนาคม 2568 ให้ชาวบ้านรื้อถอนผลอาสิน และสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ทุ่งปากขอ ภายใน 30 วัน ซึ่งครบกำหนดตามระยะเวลาประกาศแล้ว โดยเป็นคำสั่งที่ชาวบ้านมองว่าไม่เป็นธรรม เนื่องจากการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ น.ส.ล.ทับชุมชนดังกล่าวนั้น มีความผิดพลาดที่อาจจะเป็นที่ดินคนละแปลง กับที่ดินของกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ ที่ใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน และจากคำสั่งดังกล่าว ส่งผลกระทบความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่ ไร้ที่ดินทำกิน ไร้ที่อยู่อาศัย ทั้งที่อาศัยอยู่ทำกินกันมานานตั้งแต่ปี 2496 ยืนยันในสิทธิชุมชนดั้งเดิม
ประกอบกับ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีหนังสือขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พิจารณาชะลอการดำเนินการใดๆไปก่อน จนกว่าคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณะประโยชน์ ที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้าง และปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว หรือการดำเนินการสำรวจที่ น.ส.ล.ทุ่งปากขอ เป็นที่ยุติแล้ว
ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานของรัฐและประชาชนบนพื้นฐานของระเบียบกฎหมาย และคุณธรรม จึงมีหนังสือหารือไปยังกรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทยโดยเร่งด่วน เพื่อทราบถึงแนวปฏิบัติและอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจนถูกต้อง
ดังนั้นในระหว่างการรับแจ้งจากกรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย จึงขอให้นายอำเภอนาเดิมดำเนินการชะลอประกาศอำเภอนาเดิม เรื่อง การบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ (ที่สงวนเลี้ยงสัตว์ทุ่งปากขอ) และนำป้าย ประกาศทั้งหมดลงก่อนเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีข้อสั่งการที่ชัดเจนจากกรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย หรือจนกว่ากระบวนการตรวจสอบที่ดินเป็นที่ยุติชัดเจนทั้งหมดแล้ว

เครือข่ายองค์กรประชาชนภาคใต้ ยังเปิดเผยว่า ล่าสุด ได้มีการนัดหมายประชุมเพื่อแก้ไขปัญหา โดยคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้าง และปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย วันที่ 23 เม.ย.นี้
“ จริงๆในกระบวนการแก้ไขปัญหา ในคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว ได้มีการตรวจสอบพิสูจน์ชัดแล้วว่า น.ส.ล.ออกผิดที่และชุมชนอยู่มาก่อนเป็นชุมชนดั้งเดิม ก่อนที่จะมีกฎหมายที่ดิน เพราะฉะนั้นต้องได้รับสิทธิ แต่ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขเพื่อให้มีเอกสารรับรองสิทธิชุมชน ดังนั้นกระบวนการต่างๆต้องชะลอไว้ก่อน จนกว่าการดำเนินการแก้ไขปัญหาของคณะอนุกรรมการฯชุดดังกล่าวจะแล้วเสร็จ ” เจกะพันธุ์ กล่าว



ก่อนประกาศยุติชุมนุม วันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ชาวไทดำสุราษฎร์ธานี ได้ทำพิธี เอิ้นขวัญ โดยเป็นพิธีกรรมของชาวไทดำ เพื่อเรียกขวัญชาวบ้านกลับชุมชน
แดนทอง คนสูง ตัวแทนชาวไทดำ หมู่ 1 และ หมู่ 4 ต.ทรัพย์ทวี กล่าวว่า ตอนนี้ชาวไทดำสุราษฎร์ธานี ยังไม่โล่งใจ หรือ วางใจได้ โดยจะจับตาการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาของกระทรวงมหาดไทยวันที่ 23 เมษายนนี้ ว่าจะมีความชัดเจนในการแก้ปัญหาอย่างไร
“ เราคาดหวังให้มีการยกเลิกการประกาศที่ น.ส.ล.ทับที่ชุมชนทั้งหมด และที่สำคัญ คือออกเอกสารที่เป็นการรับรองสิทธิที่ดินชุมชนดั้งเดิม อันนี้เราถึงจะโล่งใจได้ ” แดนทอง กล่าว
เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ สนับสนุนการปกป้องสิทธิชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำสุราษฎร์ธานี
เมื่อวานนี้ ( 4 เม.ย.2568 ) เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยและภาคีที่เกี่ยวข้อง แถลงการณ์เพื่อสนับสนุนการออกมาเรียกร้องสิทธิชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างถึงที่สุด เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม พร้อมทั้งมีข้อเรียกร้องสำคัญ
ให้รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาตามมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2566 ที่เคยทำข้อตกลงไว้กับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และขอเรียกร้องและเชิญชวนภาคีองค์กรและเครือข่ายภาคประชาชนที่รักความเป็นธรรม ได้ออกมาสนับสนุนการปกป้องสิทธิชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ จังหวัดสุราษฎร์ธานีในทุกรูปแบบ จนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขและบรรลุตามข้อเรียกร้อง