คนพิการสะท้อนปัญหารถเมล์ไม่รับผู้โดยสาร ชี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่คนขับ

อธิพันธ์ คนพิการขวางรถเมล์เปิดใจ ไม่ต้องการเอาผิดใคร หวังสะท้อนปัญหาคนพิการเข้าไม่ถึงโครงสร้างพื้นฐานหลายอย่าง ด้านขสมก.สถานีปากเกร็ด เข้าพูดคุยและขอโทษ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชี้แจงว่าจะมีการตรวจสอบพนักงานที่เกี่ยวข้อง 

14 มี.ค.69  นายอธิพันธ์ ว่องไว คนพิการทางการเคลื่อนไหวที่ถูกรถเมล์ปฏิเสธ  และยังเป็นหัวหน้าโครงการกาลพลิก มูลนิธิกระจกเงา เปิดเผยถึงกรณีคลิปที่กำลังเป็นไวรัลในโลกโซเชียล หลังมีภาพขวางรถเมล์ โดยได้เล่าถึงเหตุการณ์ว่า  ตนได้ลงพื้นที่สำรวจสถานที่บริเวณเกาะเกร็ด เพื่อเตรียมจัดกิจกรรมพาคนพิการไปท่องเที่ยว โดยเดินทางจากมูลนิธิกระจกเงาด้วยรถไฟฟ้า ก่อนต่อรถเมล์บริเวณห้าแยกปากเกร็ด ซึ่งขาไปเป็นไปตามปกติ แต่ขากลับกลับประสบปัญหารถเมล์หลายคันไม่จอดรับ

นายอธิพันธ์ เล่าว่า รถเมล์คันแรกชะลอเหมือนจะรับผู้โดยสาร แต่เมื่อเห็นตนซึ่งใช้รถเข็นกลับขับออกไป จากนั้นได้รอรถเมล์อีกหลายคันแต่ก็ไม่รับเช่นกัน กระทั่งคันที่สาม น้องที่ไปด้วยกันขึ้นไปแจ้งกระเป๋ารถเมล์ให้เปิดทางลาดสำหรับคนพิการ แต่ได้รับคำตอบว่าไม่สามารถเปิดได้ ก่อนที่รถจะขับออกไป ทำให้รู้สึกไม่พอใจ เนื่องจากเคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้บ่อยครั้ง

ต่อมารถเมล์คันที่สี่ ตนจึงตัดสินใจเข็นรถไปขวางไว้ ก่อนที่รถจะยอมรับขึ้นโดยสาร โดยเหตุการณ์บางส่วนถูกบันทึกเป็นคลิปวิดีโอ ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจถ่ายเพื่อเผยแพร่ แต่ภายหลังคลิปดังกล่าวกลายเป็นกระแสในสังคม

“ไม่ได้ต้องการให้มีการลงโทษบุคคลใดเป็นการเฉพาะ แต่ต้องการสะท้อนปัญหาเชิงระบบของการให้บริการรถเมล์ โดยมองว่าปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวรถเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงทัศนคติ การฝึกอบรมพนักงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เอื้อต่อคนพิการ”

ภายหลังเกิดกระแสในสังคม เจ้าหน้าที่ ขสมก.จากสถานีปากเกร็ดได้เข้ามาพูดคุยและขอโทษ ขณะที่บริษัทผู้ให้บริการรถเมล์ก็ได้เชิญไปพบเพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งชี้แจงว่าจะมีการตรวจสอบพนักงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนไม่ได้ติดใจเอาความ

นายอธิพันธ์ เสนอว่า นอกจากการอบรมการใช้งานรถเมล์แล้ว ควรมีการอบรมพนักงานขับรถและพนักงานเก็บเงินให้เข้าใจการช่วยเหลือคนพิการทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคนใช้รถเข็น คนพิการทางสายตา หรือกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ เช่น หญิงตั้งครรภ์

นอกจากนี้ยังสะท้อนว่า โครงสร้างพื้นฐานหลายจุด เช่น ป้ายรถเมล์และฟุตบาท ยังไม่เอื้อต่อการใช้งานของคนพิการ ทำให้การขึ้นลงรถเมล์ทำได้ยาก และในต่างจังหวัดยิ่งประสบปัญหาหนักกว่า เพราะไม่มีรถเมล์ชานต่ำรองรับ

ทั้งนี้ นายอธิพันธ์ ฝากถึงสังคมว่า หากพบคนพิการที่กำลังรอรถโดยสาร อยากให้คนทั่วไปช่วยสอบถามหรือช่วยเรียกรถให้ รวมถึงผู้โดยสารบนรถเมล์ควรช่วยเป็นกระบอกเสียง เพื่อให้คนพิการได้รับโอกาสในการเดินทางเช่นเดียวกับคนทั่วไป เพราะทุกคนล้วนต้องการเดินทางไปทำงาน ไปเรียน และใช้ชีวิตในสังคมอย่างเท่าเทียมกัน

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active