ภาคประชาชน ยื่น 11,765 ชื่อ ดัน ‘พ.ร.บ.คุ้มครอง Sex Worker’

จี้ สภาฯ เร่งพิจารณา รื้อกฎหมายอาญาที่ไม่สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน หลัง Sex Worker ตกเป็นเหยื่อ ถูกแสวงหาประโยชน์ ถูกล่วงละเมิด มานานกว่า 40 ปี เสนอหนุนสิทธิแรงงาน เปลี่ยนคนทำงานบริการทางเพศ เป็นแรงงานที่ได้รับการคุ้มครองเหมือนอาชีพอื่น ๆ

วันนี้ (28 พ.ค. 69) ที่รัฐสภา มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ และเครือข่ายภาคประชาชน เข้ายื่น 11,765 รายชื่อ เสนอ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ พ.ศ. … (ฉบับประชาชน) ต่อ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมี ว่าที่ ร.ต. สัณห์ พิยะ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนรับหนังสือ

ตัวแทนมูลนิธิฯ ระบุเหตุผลการเสนอกฎหมาย เนื่องจาก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่กำหนดให้ ผู้ค้าประเวณี หรือ พนักงานบริการ (Sex Worker) โดยสมัครใจ มีความผิดทางอาญายาวนานกว่า 40 ปี ทำให้ Sex Worker ตกเป็นเหยื่อจากผู้แสวงหาประโยชน์ ถูกล่วงละเมิด ถูกเอาเปรียบ ถูกเลือกปฏิบัติจากเงื่อนไขทำงาน สะท้อนว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขปัญหา และยังส่งผลกระทบต่อทุกฝ่าย

ทั้งนี้ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลมีความก้าวหน้า และพยายามในการยกร่างกฎหมายซึ่งในความ เป็นจริงร่างฯ ดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แต่กลับไม่มีความคืบหน้าใด ๆ มากว่า 2 ปี

ดังนั้นมูลนิธิฯ และเครือข่ายฯ จึงได้ร่วมกันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ พ.ศ…เป็นร่างฯ ที่นำร่างของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) บางส่วนนั้นนำกลับมาจัดทำอีกครั้งในปี พ.ศ.2567 โดยพนักงานบริการ และทีมผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายในหลาย ๆ ด้าน มาร่วมยกร่างฯ ทั้งด้านเด็ก เยาวชน สตรี ศาสนา กฎหมาย สุขภาพ ผู้ใช้บริการ เจ้าของสถานบริการ โดยนำข้อดี ข้อเสีย ข้อกังวลมาปรับและรับฟังความเห็นใน ชุมชน และเครือข่ายเพื่อตอบโจทย์ข้อกังวลของชุมชน สังคมและพนักงานบริการ ลูกค้า เจ้าของสถาน บริการให้ได้มากที่สุด

พร้อมย้ำว่า ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ พ.ศ…จะไปยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการ ค้าประเวณี เปลี่ยนคนทำงานบริการทางเพศเป็นแรงงานได้รับการคุ้มครองเหมือนอาชีพอื่น ๆ

“กฎหมายนี้ไม่ใช่การสนับสนุนให้คนมาทำงานบริการทางเพศ เป็นเพียงการเคารพการ ตัดสินใจของคนทำงานนี้ เพื่อให้ได้รับสิทธิพื้นฐานเหมือนอาชีพอื่น ๆ ไม่ได้พิเศษกว่าอาชีพอื่น”

นอกจากนี้ ยังมี ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการการกฎหมายฯ อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภาและ กิตติ์ธัญญา วาจาดี สส.พรรคเพื่อไทย รับยื่น ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ พ.ศ. …. พร้อมรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 11,765 รายชื่อ มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์และเครือข่ายฯ ด้วย

ณัฐวุฒิ บอกว่า ประเด็นที่พี่น้องผู้ให้บริการทางเพศนำมาเสนอในวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้โดยง่าย และยังคงเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญในสังคมไทยเกี่ยวกับการมีกฎหมายคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ ต้องยอมรับว่าความเป็นจริงในประเทศไทยมีผู้ให้บริการทางเพศ หรือ Sex Worker ซึ่งประกอบอาชีพอิสระจากการตัดสินใจของตนเองมาเป็นระยะเวลายาวนาน

ทั้งนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ซึ่งมีการบังคับใช้มาเป็นเวลาหลายสิบปี ยังคงมีหลายมาตราที่ส่งผลเป็นการตีตราผู้ให้บริการทางเพศ และไม่ได้มองว่าการให้บริการทางเพศเป็นงานที่ควรได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานเช่นเดียวกับอาชีพอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากผู้ให้บริการในหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นปัญหาที่สังคมต้องยอมรับว่าเกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กลุ่มคนเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิในการคุ้มครองและการเยียวยาจากภาครัฐได้อย่างเหมาะสม

นอกจากร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวแล้ว ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ผ่านมา ยังมีกลุ่มภาคประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้เข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายในลักษณะใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นร่างกฎหมายเพื่อยกเลิกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี โดยขณะนี้เข้าใจว่ายังอยู่ระหว่างกระบวนการยืนยันสถานะของร่างกฎหมายดังกล่าว

ณัฐวุฒิ จึงเรียกร้อง 3 ประการ ดังนี้

  1. การคุ้มครองสิทธิของผู้ให้บริการทางเพศไม่จำเป็นต้องรอให้มีกฎหมายฉบับใหม่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถดำเนินการได้ทันที ทั้งในประเด็นการถูกเอารัดเอาเปรียบ การถูกเลือกปฏิบัติ การเข้าไม่ถึงสิทธิต่าง ๆ รวมถึงการถูกแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งรัฐต้องเร่งจัดการอย่างจริงจัง และไม่ควรปล่อยให้ข้อจำกัดจากการไม่มีกฎหมายใหม่มาเป็นอุปสรรคต่อการคุ้มครองสิทธิของประชาชน

  2. ขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการยกร่างกฎหมายที่อาจมีลักษณะเป็นการจำกัดหรือควบคุมสิทธิของผู้ให้บริการทางเพศ เช่น การขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ ซึ่งอาจกลายเป็นการตีตรามากกว่าการคุ้มครองสิทธิ จึงต้องการเห็นเจตนารมณ์ที่ชัดเจนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์คนปัจจุบัน แม้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่ใช่หนึ่งในกฎหมายเร่งด่วนที่รัฐบาลผลักดันก็ตาม พร้อมทั้งขอให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้ให้บริการทางเพศในฐานะเจ้าของสิทธิอย่างแท้จริง

  3. ในนามของพรรคประชาชน เคยมีการยกร่างกฎหมายในลักษณะเดียวกันในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ผ่านมา เมื่อภาคประชาชนได้ยื่นร่างกฎหมายเข้าสู่สภาฯ พรรคประชาชนก็จะต้องกลับไปพิจารณาว่าควรมีการเสนอร่างกฎหมายในนามพรรคเพิ่มเติมหรือไม่ ทั้งนี้ หากการเสนอร่างกฎหมายในนามพรรคจะช่วยเร่งรัดให้กฎหมายฉบับนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาฯ ได้เร็วขึ้น ก็จะต้องยึดหลักสิทธิของผู้ให้บริการทางเพศเป็นศูนย์กลางเช่นเดียวกับข้อเรียกร้องของภาคประชาชนในวันนี้

นอกจากนี้ เมื่อร่างกฎหมายที่เข้าสู่สภาฯ เป็นร่างกฎหมายภาคประชาชน จึงขอเรียกร้องไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเคยกล่าวไว้ในวันเปิดสมัยประชุมว่า หากมีกฎหมายภาคประชาชนเข้าสู่สภาฯ ก็พร้อมที่จะเปิด “ทางเลือกพิเศษ” ในการเพิ่มวันประชุมเพื่อพิจารณากฎหมายดังกล่าว โดยขณะนี้เริ่มมีร่างกฎหมายจากภาคประชาชนเข้าสู่สภาฯ หลายฉบับแล้ว จึงขอให้เห็นความสำคัญของการเร่งนำกฎหมายภาคประชาชนเข้าสู่การพิจารณาโดยเร็ว เพราะทุกวันที่ล่าช้า หมายถึงการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ตัวแทนภาคประชาชนที่มายื่นร่างกฎหมายในวันนี้ จะเข้ามาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในสามของคณะกรรมาธิการเพื่อร่วมพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวต่อไป ซึ่งถือเป็นกระบวนการผลักดันกฎหมายอย่างแท้จริง โดยในนามของพรรคประชาชน จะขอรับเอกสารทั้งหมดไปศึกษา เพื่อพิจารณาทิศทางและความเป็นไปได้ในการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ รวมถึงติดตามและกำกับกระบวนการของสภาฯ เพื่อเร่งรัดให้ร่างกฎหมายภาคประชาชนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active