มติ 112 เสียง เห็นชอบตัดนิยาม PRTR ‘กมธ.ภาคประชาชน’ หวั่น กฎหมายสูญเสียกลไกสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลการปลดปล่อยมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ กมธ.เสียงข้างมาก ยืนยัน หลักการยังคงอยู่ในมาตราอื่น แม้จะไม่ใช้คำว่า “ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ”
วันนี้ (7 ก.ค. 69) ในการประชุมวุฒิสภา วาระการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. (พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ) ในวาระ 2 หลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีการพิจารณาตัดนิยามคำว่า “ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ” ในมาตรา 4 ออก
ประเด็นนี้ มีคณะกรรมาธิการจากภาคประชาชนสงวนความเห็นเพื่อให้คงไว้ตามร่างเดิม 9 คน ได้แก่ กัญญารัตน์ โคตรภูเขียว, รศ.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม, ดนัยภัทร โภควนิช, ผศ.ธนาชัย สุนทรอนันตชัย, ธีระวุฒิ เต็มสิริวัฒนกุล, นิศานาถ รัตนนาคินทร์, รศ.วิษณุ อรรถวานิช, นพ.วิรุฬ ลิ้มสวาท และ วีนารินทร์ ลุลิตานนท์
ย้ำ “ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ” ฐานข้อมูลสำคัญ
ดนัยภัทร โภควนิช กรรมาธิการตัวแทนผู้สงวนความเห็น กล่าวว่า คำว่า ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ หมายความว่าฐานข้อมูลที่หน่วยงานภาครัฐจัดทำขึ้นเพื่อแสดงถึง ชนิด ปริมาณของสารมลพิษทางอากาศ ที่ถูกปลดปล่อยออกจากแหล่งกำเนิดมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ซึ่งแปลมาจาก Pollutant Release and Transfer Register หรือ PRTR ซึ่งจะปรากฏคำนี้อยู่ในอีกหลายมาตรา ในการบริหารจัดการอากาศสะอาดในแหล่งกำเนิดภาคอุตสาหกรรม และในส่วนของการรับผิดต่าง ๆ ในมาตรา 86 มาตรา 88 มาตรา 233 และมาตรา 251 โดยขอบเขตของทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ นอกจากปริมาณการปล่อย ยังรวบรวมไปถึงการนำเข้า การครอบครอง การเคลื่อนย้ายสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งอาจเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ

“ดังนั้นการตัด ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษออกไป เหลือเพียงเรื่องการระบายสารมลพิษ จึงเป็นการตัดหลักการที่สำคัญ ที่จะทำให้ประชาชนไม่อาจเข้าถึงข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการป้องกันและตรวจสอบการปลดปล่อยมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมได้”
ดนัยภัทร โภควนิช
ดนัยภัทร ชี้ว่า การอ้างเหตุผลที่ตัดออกว่าจะมีการเพิ่มใน ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่กำลังปรับแก้กันอยู่นั้นมีปัญหา ดังนี้
- เป็นการอ้างไปในอนาคต ที่ไม่แน่นอนว่า ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ส่งเสริมฯ นั้นจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรตอนไหน การหน่วงเวลาให้ช้าออกไปจะยิ่งเป็นการทำให้ประชาชนขาดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลสิ่งแวดล้อม ที่ระบุไว้ในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ว่าด้วยเรื่องสิทธิของประชาชน
- แม้ว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ จะเพิ่มเติมทำเนียบการปล่อยมลพิษมาแล้วก็ตาม การตีความให้ใช้กฎหมาย 2 ฉบับ ก็สามารถทำร่วมกันได้ โดยให้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด จัดการทำเนียบที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะ ส่วน พ.ร.บ.ส่งเสริมฯ ก็บังคับใช้กับมลพิษประเภทอื่น ๆ
“ขอให้พิจารณาคงบทนิยามคำว่าทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษไว้ตามร่างที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบแล้ว”
ดนัยภัทร โภควนิช
เปิดเผยแหล่งก่อมลพิษ หัวใจสำคัญการมีส่วนร่วมประชาชน
เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายกรณีที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากตัดนิยามว่าด้วยทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ ประเด็นสำคัญเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่การตัดนิยาม แต่สัมพันธ์กับมาตราอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 86 และยังเป็นเครื่องมือที่อยู่ในหลักการและเหตุผลของ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ว่าด้วยการสถาปนาเรื่อง “สิทธิในอากาศสะอาด” ที่เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และเป็นกฎหมายเชิงนวัตกรรมขึ้นมา เพื่อรองรับการแก้ปัญหา

“กลไกหนึ่งที่สำคัญคือเรื่อง ระบบฐานข้อมูลในเรื่องการจัดการเพื่ออากาศสะอาด ซึ่งประเด็นนี้สำคัญไม่ใช่แค่การจัดการเฉพาะอากาศ แก๊ส หรือฝุ่นที่ปล่อยออกมาจากปล่องควันเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการจัดการอากาศสะอาด สารเคมีที่ปลดปล่อยหรือมีการเคลื่อนย้ายวัตถุอันตราย หรือวัตถุเกี่ยวกับมลพิษต่าง ๆ”
“อย่างที่บอกว่าไปสัมพันธ์กับมาตรา 86 ที่ว่าด้วยเรื่องของการจัดทำฐานข้อมูล และมาตรา 88 ที่ว่าด้วยเรื่องของอำนาจคณะกรรมการวิชาการหรือการจัดทำรายงานผู้ถือครองแหล่งกำเนิดมลพิษ รวมถึงเรื่องของมาตรา 223 และ 251 ว่าด้วยเรื่องของการกำหนดโทษกรณีที่ไม่กระทำการตามสิ่งที่ต้องทำ เป็นเรื่องที่น่ากังวลและน่าสงสัย แม้ว่ามาตราดังกล่าวจะใส่ข้อความข้อมูลการระบายสารมลพิษทางอากาศแทน แต่ผมไม่แน่ใจว่า ครอบคลุม บรรลุเป้าหมายของการทำให้สิทธิในอากาศสะอาดสามารถลงหลักปักฐาน และเป็นกลไกในการเปิดเผยข้อมูลในการเปิดเผยในแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน”
เทวฤทธิ์ มณีฉาย
หวั่นไร้หลักฐานสำคัญกรณีฟ้องร้องดำเนินคดี
อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ย้ำว่า การกำหนดนิยามทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ จะเป็นบันทึกข้อมูลและหลักฐานที่สำคัญมากในการแสดงชนิดและปริมาณของมลพิษทางอากาศที่ปล่อยออกไปและก่อให้เกิดความเสียหาย เพราะหากไม่มีการบันทึกและจัดทำฐานข้อมูล จะทำให้พยานหลักฐานสำคัญในกรณี ผู้มีส่วนได้เสียใช้สิทธิทางศาลในการฟ้องร้องดำเนินคดีก็จะไม่สามารถที่จะหาพยานหลักฐานได้ เพราะสิทธิในการจะดำเนินคดีทางศาลจะเกี่ยวข้องกับหมวด 8 และเกี่ยวพันกับอีกรายมาตรา

นอกจากนี้ในเรื่องของการของฟ้องคดีทางแพ่ง การชดเชยค่าสินไหมทดแทน นอกจากนี้ข้อมูลการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษยังเป็นข้อมูลสำคัญที่จะทำให้ผู้เสียหายสามารถใช้เป็นข้อมูลในการพิสูจน์ และยังเกี่ยวข้องกับสัดส่วนการรับผิด รวมไปถึงโทษอาญาจึงเห็นควรว่าต้องคงไว้ตามร่างเดิม
ยันตัดนิยาม PRTR ออก ไม่กระทบ-ความหมายเดียวกันกับกฎหมายอื่น
สรชาติ วิชยะ สุวรรณพรหม กรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า ในการตัดคำนิยามนี้ออกแต่มีการใส่เป็นข้อความอื่นไว้ในกฎหมายมาตราอื่น ที่มีความหมายเดียวกัน การพิจารณาในชั้นวุฒิสภา มีการกลั่นกรอง เมื่อมีคำที่ไม่ได้ใช้ก็ต้องตัดออกเพื่อไม่ให้มีการใช้คำฟุ่มเฟือยในความหมายเดียวกัน ซึ่งมีคำมาทดแทน ให้ติดตามในรายมาตรา

วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน การจะบัญญัติศัพท์ที่ไม่สอดรับกับกฎหมายของหน่วยงานอื่นที่มีความเกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้ามา หน่วยงานที่มีหน้าที่รับปฏิบัติก็จะไม่สามารถไปดำเนินการได้ ในบทบัญญัติที่บางทีอาจจะต้องเกิดการตีความ ซึ่งแรงในการพิจารณาในหลายประเด็นที่สมาชิกมีข้อกังวลก็ได้ฝากกฤษฎีกาการไปทำการบ้านกลับมา ซึ่งบางคำในบทนิยาม มีความหมายและสอดคล้องกับคำที่อยู่ในมาตราอื่น
ขณะที่ ศิรกาญจน์ เหลืองสกุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมโรงงาน ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการฯ ระบุว่า ในคำนิยาม ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ ที่รู้จักกันว่า PRTR มีหลักการสำคัญ 2 ประเด็น คือ
- การรวบรวมข้อมูลการได้มาซึ่งข้อมูลไม่ว่าจะเป็นจากการตรวจวัดหรือจากการรายงานประเมิน
- การเปิดเผยข้อมูล ซึ่งมลพิษที่ครอบคลุมในระบบ PRTR ครอบคลุมทั้งมลพิษที่ปล่อยสู่น้ำ อากาศ ดิน รวมถึงการเคลื่อนย้ายของเสีย
พ.ร.บ.นี้ มีการกำหนดหลักการที่สอดคล้องกับหลัก PRTR ไว้แล้วในมาตรา 13 การกำหนดหน้าที่ของรัฐในการรวบรวมข้อมูล การให้ข้อมูลแก่ประชาชน ประกอบกับมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในส่วนภาคอุตสาหกรรมใน มาตรา 86(2) และ 88 (4) ได้กำหนดรายละเอียดเรื่องการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับมลพิษอากาศ
“ดิฉันได้เสนอให้มีการปรับปรุงข้อความให้มีความสอดคล้องกับ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ที่เน้นในเรื่องการเก็บข้อมูลมลพิษอากาศให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับการจัดทำทำเนียบการปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษด้วยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดคำนิยามในมาตรา 4 อีก”
ศิรกาญจน์ เหลืองสกุล

โดยผลการลงมติ ที่ประชุมเห็นชอบตามคณะกรรมาธิการฯ ให้คงไว้ตามร่างเดิม 112 เสียง ไม่เห็นด้วย 13 เสียง งดออกเสียง 8 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง จากจำนวนผู้ลงมติ 134 เสียง
