เครือข่าย Sex Worker จี้ นายกฯ เซ็นรับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ

ตั้งคำถาม ร่างฯ ฉบับประชาชน ถูกตีเป็น พ.ร.บ. เกี่ยวข้องกับการเงิน กระทบสิทธิให้ทุกคนเสนอกฎหมายตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขณะที่คุณภาพชีวิต sex worker รอไม่ได้ ย้ำ ร่างฯ ฉบับประชาชน ช่วยให้ sex worker กว่า 300,000 คนทั่วประเทศ ได้รับการคุ้มครองภายใต้สถานที่ทำงานที่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีมาตรฐานอาชีวอนามัย พร้อมคุ้มครองคนทำงานภายใต้กฎหมายแรงงาน ประกันสังคม

วันนี้ (11 ส.ค. 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายเอ็มพาวเวอร์ และพนักงานบริการทางเพศ (SexWorker) จาก จ.อุดรธานี จ.เชียงใหม่ และ กรุงเทพมหานคร ร่วมติดตามความคืบหน้า พร้อมยื่นข้อเรียกร้องต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เซ็นรับรอง ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ พ.ศ…. หลังร่างฯ ฉบับดังกล่าว ถูกพิจารณาให้เป็นร่างฯ การเงิน และอยู่ระหว่างรอการรับรองจากนายกฯ เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

เครือข่ายฯ ยังร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ภายใต้แนวคิด “ทุกยุคก็มีเรา” โดยตัวแทน Sex Worker ถ่ายทอดเรื่องราวการทำงานของผู้ให้บริการทางเพศในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งบ้านสาว คาราโอเกะ คาเฟ่ อาบอบนวด อะโกโก้ บาร์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสะท้อนว่า Sex Worker เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยมาโดยตลอด และถึงเวลาที่รัฐต้องยกเลิกความผิดทางอาญาและสร้างระบบคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังนำ “ปากกาด้ามโปรดของพนักงานบริการ” มามอบให้แก่นายกฯ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการรอคอย และสะท้อนเสียงของ Sex worker ที่ต้องการเห็นนายกรัฐมนตรีลงนามรับรองร่างกฎหมายที่ประชาชนมีส่วนร่วมผลักดันมาอย่างยาวนาน

ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์ ตัวแทน Sex Worker ระบุว่า การผลักดันให้ยกเลิกความผิดทางอาญากับผู้ให้บริการทางเพศดำเนินมายาวนานกว่า 40 ปี และเข้มข้นขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการผลักดันและยกร่างฯ มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่เอ็มพาวเวอร์จะจัดทำ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ ฉบับประชาชน พ.ศ. 2567 และรวบรวมรายชื่อประชาชนจำนวน 10,293 รายชื่อ เพื่อเสนอต่อรัฐสภา

และเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 ร่างฯ ดังกล่าวถูกพิจารณาให้เป็นร่างกฎหมายการเงิน ส่งผลให้ต้องรอการรับรองจากนายกรัฐมนตรีก่อนจึงจะสามารถกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามปกติได้ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 มีการเผยแพร่สรุปมติคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับข้อสังเกตของคณะกรรมการตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี (CEDAW) ซึ่งมีประเด็นให้เร่งรัดการยกเลิกความผิดทางอาญาต่อผู้หญิงที่ค้าประเวณี ซึ่งส่งผลให้เกิดการจับกุม การตีตรา หรือการถูกปฏิเสธสิทธิด้านแรงงาน

“การลงนามรับรองของนายกฯ เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้ร่างฯ ของภาคประชาชน กลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณา เปิดทางให้เกิดการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นต่อไป และเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันให้เกิดการคุ้มครองสิทธิของผู้ให้บริการทางเพศอย่างเป็นรูปธรรม”

ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์

ขณะที่หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา คือ หาก Sex Worker เข้าสู่ระบบประกันสังคม ในฐานะผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 รัฐจะต้องมีส่วนจ่ายสมทบ ซึ่งทำให้เครือข่ายตั้งคำถามกลับว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่การทำงานของคน ๆ หนึ่งได้รับสิทธิประกันสังคมเหมือนคนทำงานอื่น กลายเป็นเหตุให้มองคนนั้นว่าเป็นภาระของรัฐ

“เพราะพนักงานบริการไม่ได้ขอประกันสังคมระบบพิเศษ ไม่ได้ขอกองทุนเฉพาะ และไม่ได้ขอให้รัฐสร้างระบบใหม่ เพียงต้องการเข้าอยู่ในระบบเดียวกับคนทำงานอื่นซึ่งคนทำงานนายจ้างและรัฐต่างมีส่วนร่วมอยู่แล้ว”

ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์

เครือข่ายฯ ยังย้ำถึงร่างฯ ฉบับภาคประชาชน จะทำให้ sex worker ที่รัฐประเมินว่ามีอยู่ 300,000 คนทั่วประเทศ ได้รับการคุ้มครองภายใต้สถานที่ทำงานที่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีมาตรฐานอาชีวอนามัย และคุ้มครองคนทำงานภายใต้กฎหมายแรงงาน และประกันสังคม เช่นเดียวกับแรงงานอื่น ๆ

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active