เปิดศึกดีเบตวิสัยทัศน์ 5 ทีมผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน

เตรียมพร้อมก่อนเลือกตั้ง 27 ก.ย. 2569 นี้ Thai PBS และภาคี ชวน 5 ตัวแทนทีมผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน แสดงวิสัยทัศน์และนโยบาย พร้อมภาคประชาชนร่วมตั้งคำถามถึงอนาคตของประกันสังคม พร้อมแค่ไหนกับการเปลี่ยนแปลง ?

วันนี้ (12 ก.ย. 2569) สำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ Thai PBS ร่วมกับ มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท ประเทศไทย หน่วยปฏิบัติการวิจัยและประสานงานเพื่อการวิจัยแรงงานแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU-COLLAR) และพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ชวน 5 ตัวแทนทีมผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน แสดงวิสัยทัศน์และนโยบาย เตรียมพร้อมก่อนวันเลือกตั้งจริง 27 ก.ย. 2569 นี้

เวทีดีเบตในครั้งนี้ครอบคลุมทุกข้อสงสัยจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์คนทำงาน ความมั่นคงกองทุน ความโปร่งใส อนาคตแรงงาน และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยผู้แสดงวิสัยทัศน์จะได้เวลาคนละ 3 นาทีในการตอบคำถาม นอกจากนี้ยังมีคำถามพิเศษจากฝั่งผู้ชมโดยตรงที่จะปรากฏในช่วงสุดท้าย

สกุลรัตน์ ยศเรืองศักดิ์ ทีมพลังผู้ประกันตน อยากขยายเรื่องของประกันสังคมว่า ไม่ใช่แค่เป็นการส่งเงินแล้วรอว่าจะได้อะไรกลับมาอยู่ฝ่ายเดียว สกุลรัตน์อยากเห็นประกันสังคมที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นใจประชาชนมากกว่านี้ 

นี่จึงเป็นที่มาของการยึดมั่น 3 เสาหลักของทีมพลังผู้ประกันตน โปร่งใส คุ้มครองจริง กองทุนยั่งยืน สกุลรัตน์เชื่อว่าประชาชนต้องได้รับรู้ความเสี่ยงที่แต่ละคนแบกรับไว้ด้วย

“เราจะไม่พูดว่าจะเพิ่มอะไรได้อีก แต่เราจะดูว่าอะไรที่กระทบกับชีวิตคนทำงานมากที่สุด”

ทีมพลังผู้ประกันตนให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพ บำนาญ และครอบครัว โดยประเด็นเรื่องสุขภาพ หลายครั้งที่เจ็บป่วย ผู้ประกันตนเป็นคนที่ต้องควักจ่ายก่อน ถ้าไม่มีเงินก็ไม่ได้รักษา สกุลรัตน์ตั้งคำถามต่อว่าทำไมประชาชนมีสิทธิ์แต่กลับใช้ไม่ได้จริง ในเมื่อประชาชนเองก็ส่งเงินสมทบกันทุกเดือน

เพราะสิ่งแรกทีมพลังผู้ประกันตนจะทำคือการแก้ปัญหาที่แรงงานต้องสำรองจ่าย เพื่อทำให้การรักษาพยาบาลเกิดขึ้นได้จริงและมีประสิทธิภาพ ปราศจากเงื่อนไข

สกุลรัตน์ทิ้งท้ายว่าบำนาญไม่ใช่ของขวัญ แต่เป็นสิ่งที่ผู้ประกันตนสมควรได้รับเพราะพวกเขาสะสมไว้ 

ขยายตาข่ายคุ้มครองผู้ประกันตน เน้นการมีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนฯ

ด้าน พรทิพย์ โม่งใหญ่ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า เน้นย้ำว่าทีมประกันสังคมก้าวคือคนธรรมดา ที่อยากทำให้ประกันสังคมเป็นของคนธรรมดาเช่นกัน นอกจากการผลักดันเงินว่างงานและบำนาญสูตร CARE ที่ตอนนี้อยู่ระหว่างรอประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกขา พรทิพย์ และทีมประกันสังคมก้าวหน้าพร้อมเดินหน้าอีก 77 นโยบาย ที่ร่างมาจากการสอบถามผู้ใช้แรงงานและกลุ่มนายแจ้งที่ได้มาจากการสำรวจในบอร์ดชุดที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้พรทิพย์ชู 2 นโยบายหลักได้แก่ 

1. ขยายสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมกับผู้ประกันตนทุกคน สร้างสิทธิประโยชน์ให้เป็นเหมือนตาข่ายคุ้มครองผู้ประกันตน ผ่านการเพิ่มสวัสดิการอย่างเหมาะสม เช่น ค่าเลี้ยงดูเด็กเล็ก ค่าทำคลอด 

2. สร้างการมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเรื่องการบริหารเงินในกองทุนประกันสังคม

ส่วนนโยบายที่มองว่าทำได้ทันทีคือการสานต่อนโยบายที่ได้เคยผลักดันไว้ ทั้งการปรับเงินว่างงานให้เพิ่ม 60% จากเดิม 30% ในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน และทำให้บำนาญเป็นสวัสดิการของกลุ่มเปราะบางอย่างผู้สูงอายุที่ใช้งานได้จริง สามารถเอาไปตั้งตัวได้ ประกอบอาชีพได้ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกรับบำนาญเป็นเงินก้อนสูงสุด 60 เดือน

สำหรับใครที่ยังไม่ต้องการรีบใช้บำนาญ พรทิพย์มีทางเลือกให้ผ่านนโยบายโบนัสเลื่อนเกษียณ รับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามขั้นบันไดคล้ายกับการเอาเงินไปฝากธนาคาร

เงินประกันสังคมต้องไม่ใช้ผิดวัตถุประสงค์ เน้น ขยายสิทธิป้องกัน-รักษาสุขภาพ

ณสิกาญจน์ สิทธิฐาปนพงศ์ ทีมเคลียร์ประกันสังคม มั่นใจว่าสามารถพูดแทนประชาชนได้ เพราะเป็นตัวเองก็เป็นพนักงานคนหนึ่งที่ส่งเงินประกันสังคมด้วยเช่นกัน หัวใจหลักของทีมเคลียร์ประกันสังคม มุ่งเน้นการป้องกันไม่ให้เงินประกันสังคมไปอยู่ผิดวัตถุประสงค์ และย้ำว่าสวัสดิการจากประกันสังคมนั้น ประชาชนควรจะได้ใช้อย่างเหมาะสมตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย 

“ทุกครั้งที่มีคนโทรมาหาประกันสังคม เขาจะไม่ได้โทรมาถามว่ามีเงินเท่าไหร่ แต่ถามว่าช่วยอะไรเขาได้บ้าง”

ด้านนโยบายทีมเคลียร์ประกันสังคมมุ่งให้คนเจ็บปวดรักษาได้อย่างเข้าถึงและรวดเร็ว เน้นการป้องกันมากกว่าเชิงรับ เช่น โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ โรค NCDs มีงานส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก

ณสิกาญจน์ เสนอเพิ่มวงเงิน OPD เริ่มต้นที่ 20,000 บาท กรณีที่เจ็บปวดฉุกเฉินตามสถานพยาบาลที่ไม่ใช้สิทธิ์ของตัวเอง สร้างระบบออนไลน์เชื่อมต่อกับผู้ประกันตนแบบ real time ไว้ในทุกโรงพยาบาลตอบรับได้ 24 ชั่วโมง พร้อมเสนอเปิดศูนย์ดูแลผู้ป่วยไร้ญาติ

เปิดโอกาสให้ผู้รับบำนาญเลือกใช้สิทธิ์ที่ตามตัวเองได้รับประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นบำนาญสูตรเดิมหรือบำนาญสูตร CARE นอกจากนี้มีการผลักดันโครงการหวยประกันสังคม เป็นเงินเก็บไว้ใช้ในยามสูงวัย

ปรับปรุงสูตร CARE ดูแลคนได้รับเงินลดลง เดินหน้าตั้ง รพ.ประกันสังคม

จตุรงค์ ไพรสิงห์ ทีมประกันสังคมชัดเจน เป็นทีมที่อยู่ภายใต้สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย ขับเคลื่อนไปพร้อมกับพี่น้องแรงงานทั่วประเทศ เสนอการใช้หลักเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ที่มองว่าประกันสังคมคือส่วนหนึ่งของ “สังคมสวัสดิการ” ที่ทุกคนร่วมกันจ่าย เพราะฉะนั้นทุกคนเองก็ควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย

จตุรงค์ เสนอ 3 สิ่งที่อยากเห็นการปฏิรูปได้แก่ เงินชัดเจน สิทธิ์ชัดเจน บำนาญชัดเจน หาสูตรร่วมที่บอกได้ว่าใครได้หรือเสีย หรือเพิ่มหรือลด ทุกอย่างต้องชัดเจนโปร่งใสตรวจสอบได้ สิทธิประโยชน์ที่คลุมเครือควรมีระบบ AI หรืออะไรก็ตามที่มาช่วย

ภารกิจเร่งด่วนที่คิดว่าทำได้เลย คือการปรับปรุงบำนาญชราภาพ ปรับปรุงสูตร CARE เนื่องจากวิเคราะห์ตามหลักคณิตศาสตร์มาแล้วว่ามีกลุ่มคนบางส่วนได้รับเงินลดลงจริง ซึ่งจตุรงค์มองว่าก็ควรพูดกันตามความจริงและหาทางออกร่วมกัน 

จตุรงค์ชี้ว่าปัจจุบันผู้ประกันตนถูกหักเงินเป็นจำนวน 3% นายจ้างอีก 3% เท่ากับว่าออมไว้ทั้งหมด 6% ซึ่งถ้าเป็นจำนวนนี้ต่อไป จตุรงค์มองว่าไม่พอต่อเงินบำนาญชราภาพ เนื่องจากประกันสังคมต้องจ่ายบำนาญประมาณ 20% ต่อเดือน เฉลี่ยแล้ว 1 คนจะได้รับบำนาญอยู่ประมาณ 40-45% ซึ่งประกันสังคมก็ไม่มีเงินพอจ่าย เพราะฉะนั้นทีมประกันสังคมชัดเจนจึงอยากให้ภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการจ่ายเพิ่มขึ้นจากเดิม

“เราทำงานเสียภาษีมาทั้งชีวิต แต่เกษียณให้เราดูแลตัวเอง”

ส่วนภารกิจเร่งด่วน 4 เรื่องจากทีมประกันสังคมชัดเจน ได้แก่

1.ปรับปรุงบำนาญสูตร CARE

2.จัดตั้งโรงพยาบาลประกันสังคม ให้มีโรงพยาบาลเฉพาะประกันสังคมเพื่อความรวดเร็วและเข้าถึงได้ง่าย

3.เพิ่มธนาคารแรงงาน 

4.เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตน ผ่านการจัดตั้งสภาผู้ประกันตน

“ประกันสังคมเป็นระบบเฉลี่ยนทุกข์เฉลี่ยสุข ความหวังของผู้ประกันตนคือเงินบำนาญชราภาพ เกษียณอย่างไรให้มีความสุข เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะชีวิตหลังเกษียณโหดร้ายกว่าที่คิด”

ชู กองทุนเงินชดเชย เหตุ ที่ผ่านมาลูกจ้างแทบไม่มีสิทธิ์มีเสียงทวงเงินจากนายจ้าง

กฤษฎา ด้วงหิรัญ  ทีมแรงงานเพื่อสังคม มองว่าการมีธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมคือหัวใจหลักของการทำงาน เชื่อว่าความโปร่งใสจะนำพาองค์กรประกันสังคมไปสู่ความมั่นคงได้ เช่น เปิดข้อมูลการลงทุน ข้อมูลสิทธิประโยชน์ เนื่องจากผู้ประกันตนจำนวนมากไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิประโยชน์อย่างไร และจะได้รับอะไรบ้าง

ทีมแรงงานเพื่อสังคมเล็งเห็นความสำคัญของการทำงานเชิงรุก เสนอให้มีการสนับสนุนให้ผู้ประกันได้รับการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมเพื่อลดความเจ็บป่วย

นอกจากนี้ยังอยากเห็นการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ปัญหาภาระค่าใช้จ่ายที่เป็นที่กังวลอย่างเรื่องยานอกบัญชี ต้องได้รับการแก้ไขเพื่อให้ผู้ประกันตนไร้ความกังวลในการเข้ารักษาพยาบาล

ในส่วนของบำนาญ ทีมแรงงานเพื่อสังคมเปิดตัวเป็นผู้เสนอ 3 ข. ได้แก่ ขอคืน ขอกู้ ขอเลือก โดยเป็นการขอคืนบำนาญในยามเจ็บป่วยฉุกเฉิน ขอกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะ 0% และขอเลือกโดยไม่ต้องจำกัดว่าต้องส่งเงินประกันสังคมสมทบให้ครบ 180 เดือน

สำหรับกองทุนเงินชดเชย ทีมแรงงานเพื่อสังคมมองว่าปัจจุบันลูกจ้างแทบจะไม่มีสิทธิ์มีเสียงในการไปทักท้วงเงินจากนายจ้าง ในกรณีที่นายจ้างหายหรือล้มละลาย และเนื่องจากกองทุนประกันสังคมมีเงินส่วนที่นายจ้างจ่ายมากอยู่แล้ว ก็ควรจะเอาเงินส่วนนี้ชดเชยให้กับลูกจ้างที่สูญเสียงานไปและให้หน้าที่ติดตามทวงหนี้เป็นหน้าที่ของรัฐแทน

สำหรับปัจจุบันเงินในกองทุนประกันสังคมมีอยู่ราว 3 ล้านล้านบาท พร้อมกับผู้ประกันตนอีก 24.7 ล้านคน แม้จะมีเงินจำนวนมหาศาล แต่ก็ถูกตั้งคำถามบ่อยครั้งว่าทำไมผู้ประกันตนยังต้องเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพและสวัสดิการ เพราะฉะนั้นจึงมีความจำเป็นที่ผู้ประกันตนต้องไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งประกันสังคมในวันที่ 27 ก.ย. 2569 เพื่อเลือกคนที่จะทำให้สิทธิ์ของเรามีศักยภาพและใช้งานได้จริง

สามารถเข้าไปตรวจสอบสถานที่ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ที่ https://sbe2.sso.go.th/lookup/

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active