เครือข่ายประชาชนภาคใต้ จี้ ครม.สัญจรสงขลา ดันกฎหมายรับรอง SEA ส่วนร่วมประชาชน

ชี้ 30 ปี สงขลา-ปัตตานี เต็มไปด้วยบาดแผลโครงการพัฒนาจากรัฐ  ที่ขาดการมีส่วนร่วมประชาชน ย้ำกลไกจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลา – ปัตตานี คือ ความก้าวหน้า ยันไม่คัดค้านการพัฒนา แต่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมออกแบบการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม บนต้นทุนศักยภาพพื้นที่ 

วันนี้ ( 30 ส.ค.69 ) ก่อนวาระการประชุมครม.สัญจร จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน ภาคีเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนภาคใต้ จัดเวทีวิชาการชาวบ้าน “ รัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชน การพัฒนาที่ดีต้องมีส่วนร่วมของประชาชน ” จากกรณีที่ผ่านมารัฐบาลพยามเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจค ,กฎหมาย SEC , และล่าสุดการปลุกท่าเรือน้ำลึกสงขลา2 และนิคมอุตสาหกรรมจะนะ และการตั้งเลขาฯ ศอบต.คนใหม่ ที่เป็นคู่ขัดแย้งกับคนในพื้นที่

โดยในช่วงบ่าย มีเวทีเสวนาหัวข้อ บทเรียนจากการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลา – ปัตตานี : เสียงประชาชนภาคใต้ที่รัฐบาลต้องรับฟัง  จัดขึ้นที่ลานคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

จากการพัฒนาที่ขาดการมีส่วนร่วม- การยอมรับ สู่ความก้าวหน้า SEA สงขลา-ปัตตานี ร่วมออกแบบการพัฒนาบนต้นทุนศักยภาพพื้นที่

รุ่งเรือง  ระหมันยะ  เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น กล่าวว่า จะนะเกิดความขัดแย้งมากว่า 30 ปี ในด้านการพัฒนา จึงมีการเรียกร้องของหลายฝ่าย เสียงส่วนมากต้องการให้จัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพราะท่าเรือน้ำลึกจะนะ  มีการทำ EIA  EHIA  และการทำเวทีแต่ละครั้ง มีการจ้างบริษัทมาจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ชัดเจนว่ายังไงก็ต้องผ่านอยู่แล้ว เป็นการรับฟังแบบไม่มีคุณธรรม ทำแค่ให้ผ่านๆ  มีการโกหกว่าทะเลจะนะร้าง มีปลา2ชนิด แค่ปลาแป้น กับปลาหลังเขียว  ทำให้เกิดการฟ้องร้องเรื่อง EIA เพราะในความจริงเรามีทะเล 40,000 ไร่ แต่บอกเป็นทะเลร้าง  เป็น EIA ที่ไม่เป็นธรรมกับชุมชน  เป็นการทำเพื่อนายทุน

“ เราจึงไปหาข้อมูลการประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ ทำให้ทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนร่วม  กว่าจะได้เครื่องมือนี้มาเราขึ้นไป กทม.เพื่อเรียกร้องหลายครั้งเหมือนเป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง  จนตอนนั้น ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สั่งให้รอโครงการก่อนทำ SEA   มีความพยายามเปลี่ยนผังเมือง จะนะรักษ์ถิ่นได้ร่วมทำผังเมืองแต่ไม่มีการประกาศใช้  จนมาถึงการเรียกร้องที่หน้าทำเนียบเพื่อกดดันรัฐบาล จนได้เครื่องมือ SEA มา  ในช่วงแรกยังมีความขัดแย้งเพราะใช้วิธีการรับฟังแบบยกมือในกระบวนการทำ EIA  แต่ SEA ไม่ใช่เราทำทั้งสงขลา-ปัตตานี   และเราทำยุทธศาสตร์จะนะรักษ์ถิ่น 15+1 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพบริบทของชุมชน ” รุ่งเรือง กล่าว 

รุ่งเรือง ยังกล่าวเพิ่มเติมใน ข้อเสนอ 2 ข้อ 

1.SEA ไม่ใช่ปัญหา แต่คนที่กักเก็บที่ดิน ซื้อที่ดินไว้ คนที่จะสร้างโรงงาน คือปัญหา  

2.ความขัดแย้งครั้งใหญ่ คือ การเชิญ ชนธัญ แสงพุ่ม หรือ ดร.เจ๋ง กลับมาเป็นเลขาธิการ ศอ.บต.  ทั้งที่ในอดีตมีพฤติกรรมข่มขู่พี่น้อง หากมีการนำ ดร.เจ๋งกลับมา คือการนำความขัดแย้งกลับมาในพื้นที่  จึงขอประกาศว่าเราไม่ยอมรับ ดร.เจ๋ เป็นเลขาฯ ศอ.บต.

ด้าน ผศ.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาทรัพยากรทนุษย์และพันธกิจสังคม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า กระบวนการ SEA มีการรับฟังความคิดเห็น มีการแย้งข้อมูลกันเรียกว่าเป็นความสนุกเคล้าน้ำตา ไม่มีการใช้กระบวนการยกมือ เพราะเชื่อว่าทุกฐานเสียงมีความสำคัญร่วมกัน  SEA ได้มาในวันที่ 24 ธ.ค.2564 จากการเรียกร้องของประชาชนที่นั่งอยู่ตรงนี้  SEA คือการประมเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์  ทำ 2 จังหวัด คือ ปัตตานีและสงขลา  ดังนั้นการพัฒนาจะต้องคำนึงถึงข้อมูลของ SEA ก่อน โดยมองพื้นที่และอนาคต ก่อนตัดสินใจเลือกทิศทางการพัฒนา  แต่ข้อติดขัดคือ SEA ไม่มีการรับรองด้านกฎหมาย


SEA เกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีกระบวนการมีส่วนร่วม  กระบวนการนี้เราเน้นการรับฟัง เห็นต่างกัน แต่สุดท้ายเรากอดกัน หากไม่มีการทำตาม SEA เป็นเรื่องน่าเศร้า  รัฐบาลนำยุทธศาสตร์เหล่านี้มากำกับแผนได้ไหม  เราไม่ได้ปฏิเสธอุตสาหกรรม แต่ขอประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจได้ไหม  ทำให้ชาวบ้านมีข้อมูลเพื่อตัดสินใจทางเลือก ไม่ขายฝันด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นจริง  ดังนั้น เสนอว่า 1.จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการติดตาม SEA  ,2.เปิดข้อมูลตัวชี้วัด SEA ทั้ง 11 ตัวชี้วัดแบบรายปี และ 3.ใช้กลุ่มเป้าหมาย 10 กลุ่มร่วมกำหนดการแบ่งเขตแบงโซนผังเมือง ” ผศ.นิเวศน์ กล่าว

กิตติภพ สุทธิสว่าง ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนติดตาม SEA สงขลา-ปัตตานี กล่าวว่า  การมี SEA คือพัฒนาการของการต่อสู้  และได้ข้อสรุปว่าหากเราค้านจะทะเลาะกันเองในชุมชน การเรียกร้อง SEA หน้าทำเนียบรัฐบาล แม้จะทำให้เราโดนจับโดนลาก แต่จนได้ SEA นี้มา  เครื่องมือนี้ทำให้คนมานั่งคุยกันว่าศักยภาพของบ้านเรามีอะไร หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ท้องถิ่น คุยกันต่อเนื่อง 3-4 ปี สุดท้ายทุกคนเริ่มคิดว่าบ้านเราควรจะอยู่ยังไง ไม่ใช่คิดว่าจะเอาโครงการไหนดี  จนมีการประกาศทางเลือกที่ต้องการ ทำ SEA 4 ปี 

แต่จู่ๆ รองนายกฯ พิพัฒน์ รัชกิจประการ ประกาศปัดฝุ่นนิคมอุตสาหกรรมจะนะ  และนำ ดร.เจ๋งกลับมา ศอ.บต.อีกครั้ง  ภาพจำเดิมๆเริ่มกลับมา ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง  ทั้งที่เราเกิดการพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจร่วม แต่รัฐบาลไม่สนใจการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งที่ลงนามข้อตกลงในหลายเรื่องกับนานาประเทศ เช่น ธุรกิจที่เป็นธรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ โลกร้อน  แต่กลับมาแล้วไม่ทำสักเรื่อง และยังมีของแถมเป็นดาต้า เซ็นเตอร์ ซึ่งไม่ได้ช่วยลดโลกร้อน  SEA เราคำนึงถึง 3 เรื่องคือ เรื่องเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรสิ่งแวดล้อม  คำนึงถึงโลกร้อนและภัยพิบัติ  และคำนึงถึงต้นทุนของชุมชน-จังหวัด เพื่อนำมาต่อยอด อนาคตเราต้องมีความมั่นคงทางอาหาร มีความหลากหลายทางชีวภาพ  SEA ฉบับนี้ จึงขึ้นอยู่กับครม.ชุดนี้ ว่ามีสัจจะหรือไม่ ” กิตติภพ กล่าว

กิตติภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้ เห็นว่า จะมี 2-3 กระบวนการที่จะเกิดขึ้น  

1.ต้องติดตามและทำผังเมืองภาคใต้  กระบวนการเปลี่ยนผังเมืองให้พื้นที่สีเขียว ทำอุตสาหกรรมได้  สีฟ้าทำอุตสาหกรรมได้  ทุกคนจึงต้องติดตามผังเมืองบ้านตนเองด้วย

2.กระบวนการผลักดันโครงการ ช่วงชิงวาทกรรม SEA ในการพัฒนา

3.กระบวนการมองมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐบาลชุดนี้ จะยึดมั่นในคำพูด และบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมหรือไม่ 

จี้ ครม.สัญจร สงขลา ดันกฎหมายรับรอง SEA ส่วนร่วมประชาชน

บาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ ผู้บริหารโรงเรียนศาสนบำรุง กล่าวว่า  จะนะหากเปรียบเทียบเป็นมนุษย์ บนใบหน้าลำตัวเต็มไปด้วยบาดแผลที่มาจากเจ้าหน้าที่รัฐทุบตี  ยังมีรอยฟกช้ำร่องรอยบาดแผลยังคงอยู่  ซึ่ง SEA สงขลา-ปัตตานี กลับมาทำให้มนุษย์หล่อขึ้น  ต้องชื่นชมรัฐบาลยุคพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้มีการทำ SEA จึงต้องช่วยกันสะกิดท่าน พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม  และรัฐบาลชุดนี้ได้รู้ว่า SEA บอกประชาคมโลก ว่าที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่า สงขลา-ปัตตานี ไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่า  

แต่มีคนเดิมอยู่  มีทะเลเป็นทุน  มีเกษตรเป็นทุน มีคนเป็นทุน ไม่ใช่ที่ดินว่างเปล่าที่จะทำอะไรก็ได้  การพัฒนาต้องต่อยอดจากทุนเดิม  เราต้องถามกลับว่านิคมอุตสาหกรรมต้องการอะไร  ต้องถามรัฐบาลต้องการอะไร  ในเมื่อเราบอกแล้วว่าเราต้องการอะไรผ่าน SEA ไปแล้ว รัฐต้องผลักดัน SEA ให้เป็นกฎหมาย ที่ถูกรองรับ ไม่ใช่ให้นักการเมือง นายทุนมาบอก  ” บาบอฮุสณี กล่าว 

อังคาร กาญจนเพชร  นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้    กล่าวขอบคุณเจ้าของความคิด คือปราชญ์ชาวบ้านจากจะนะ ที่มีความห่วงใย สร้างความตระหนักก่อนใคร ถึง SEA ที่สภาพัฒฯ ลงทุนไป 21.9 ล้านบาท  เปรียบ SEA เป็นเหมือนวัคซีนกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงของประชาชนเอง 

“ จากที่รัฐบาลคิด รัฐบาลทำ  มาเป็น ให้ประชาชนคิด ประชาชนทำ ภาครัฐเข้ามาหนุน  จังหวัดอื่นจึงให้ความสนใจว่าสงขลา-ปัตตานี ถ้า SEA ประสบความสำเร็จ นั่นคือรัฐบาลฟังเสียงประชาชน การพัฒนาทุกรูปแบบ ต้องทำให้คนจนอยู่ได้  คนรวยอยู่รอด  สังคมปลอดภัย  ” อังคาร กล่าว

เสาวรัจ ตั้งกิจวานิชย์  ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ( TDRI ) ย้ำความสำคัญ ของ SEA สงขลา-ปัตตานี เพราะเป็น SEA ที่ครบถ้วนที่สุดตั้งแต่มีการทำมา  คำถามคือเมื่อลงทุนไปเยอะแล้ว จะเก็บเกี่ยวอะไรได้  งบประมาณเกือบ 30 ล้านบาท ไม่นับแรงงานและค่าเสียโอกาสของประชาชน  หากรัฐบาลจะเก็บเกี่ยวรัฐบาลต้องทำ 5 เรื่องสำคัญ คือ ยกระดับฐานเดิม  เปลี่ยนเสริมวิธีคิด , เติมเต็มแก้ 4 รากปัญหา  ,เดินหน้าบังคับใช้จริง 5 ทางเลือก  และประชาชนเชื่อมั่นหรือไม่  คือ ต้องยึดคำมั่น  โดยให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็น Open Data  ,ที่สำคัญคือกระจายผลประโยชน์เป็นธรรม ในการศึกษาสะท้อนความไม่เป็นธรรมที่ประชาชนได้รับตลอดเวลา 

เช่น ทะเลจะนะกี่พันชีวิตที่จะได้รับผลกระทบ    หากรัฐบาลเห็นความสำคัญของ SEA นำไปสู่การปฏิบัติใช้จริง  หนทางที่จะเกิดกฎหมายหรือการรองรับ SEA นั้นเป็นไปได้ หากเห็นความสำคัญ  หากรัฐบาลฟังเสียงประชาชนก็สามารถทำให้เกิดกฎหมายรองรับได้  ” เสาวรัจ กล่าว

อ.เสาวรัจ ชื่นชมทีมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ทำ SEA ฉบับนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีที่มหาวิทยาลัยเชื่อมโยงชุมชน และภาควิชาการ ทำให้พลังของสังคมเข้มแข็งขึ้น   SEA คือความเห็นพ้อง ความต้องการของคนในพื้นที่  เป็นการศึกษาที่บอกต้นทุนของยุทธศาสตร์  ดังนั้นข้อเสนอสำคัญ คือ

1.นำแผนนี้ไปบังคับใช้ให้เกิดขึ้นจริง  จะส่งผลกระทบในการอยู่ร่วมกันได้ในสังคม

2.การจัดทำแผนปฏิบัติการ ให้ SEA มีปฏิบัติการระดับจังหวัด ระดับภาค ไม่ให้กลายเป็นแผนนิ่งไม่ขยับ 

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active