เตรียมเปิดสภาคุ้มครองฯ 211 ตัวแทนชาติพันธุ์ เล็งถกด่วนช่วยเหลือชุมชนชาติพันธุ์เสี่ยงภัยพิบัติ

หลายชุมชนชาติพันธุ์ เผชิญความเสี่ยงน้ำท่วม-ภัยพิบัติรุนแรง ยกพื้นที่ไทรโยค จ.กาญจนบุรี-บางกลอย จ.เพชรบุรี หวังออกแบบเตรียมพร้อม รับมือ เผชิญเหตุ บนการมีส่วนร่วม และศักยภาพภูมิปัญญาชาติพันธุ์ร่วมกับกลไกรัฐ 

วันนี้ (28 ก.ย. 2569) ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เปิดให้ตัวแทนชาติพันธุ์ 211 คน จาก 51 กลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศ ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เข้ามารายงานตัวและเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประชุมสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 29 กันยายนนี้

อภินันท์ ธรรมเสนา ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารสังคมและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ ในฐานะฝ่ายเลขานุการในกระบวนการจัดตั้งและขับเคลื่อนสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สภาคุ้มครองฯ คือพื้นที่กลางให้แต่ละชาติพันธุ์ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและร่วมออกแบบนโยบาย ส่งเสียงไปยังตัวแทนจากรัฐบาล เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาได้จริง สอดคล้องกับวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์

“อยากให้มองว่ามันเป็นเวทีกลางที่กลุ่มชาติพันธุ์ได้มามีส่วนร่วมกันในการแสดงความคิดเห็น เพราะที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานไหนเป็นเจ้าภาพจัดการปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ ดังนั้นสภาเป็นเหมือนพื้นที่ตรงกลาง เพื่อร้องเรียนปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ไปสู่รัฐบาล”

อภินันท์ ธรรมเสนา

อภินันท์ เน้นย้ำว่า กลไกดังกล่าวไม่ได้เป็นการให้อำนาจพิเศษแก่กลุ่มชาติพันธุ์ แต่มติของสภาคุ้มครองฯ เป็นเพียงข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ซึ่งท้ายที่สุดแล้วขึ้นอยู่กับอำนาจในการตัดสินใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา หน้าที่ของสภาคุ้มครองฯ จึงเป็นพื้นที่กลั่นกรองปัญหาของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อนำเข้าสู่กลไกคณะกรรมการระดับชาติ ที่มีหน้าที่หลักในการกำหนดทิศทางนโยบาย พิจารณารับเรื่องร้องทุกข์ และขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ต่อไป

ดันเข้าถึงสิทธิพึงมี 7 ด้าน
ชงเรื่องด่วนหารือช่วยเหลือ รับมือภัยพิบัติชุมชนชาติพันธุ์ 

ขณะที่ เกรียงไกร ชีช่วง ประธานสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย และในฐานะสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตชาติพันธุ์ สัดส่วนกะเหรี่ยงโพล่ง บอกว่า สถานการณ์ฝนที่ยังคงตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ของภาคตะวันตก โดยเฉพาะ จ.กาญจนบุรี ซึ่ง ปภ.จังหวัด ระบุ ฝนตกสะสมสูงสุด ที่ อ.บ่อพลอย-ศรีสวัสดิ์-ไทรโยค-ทองผาภูมิ-ตัวเมือง เกือบ 200 มม. ส่งผลระดับน้ำแม่น้ำแควน้อยสูงต่อเนื่อง

เกรียงไกร ชีช่วง ประธานสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย 
และสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตชาติพันธุ์ สัดส่วนกะเหรี่ยงโพล่ง

ส่งผลให้เมื่อวานนี้ (27 ก.ย. 69) มวลน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ซึ่งเป็นชุมชนชาติพันธุ์ ในพื้นที่ตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค อย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบแล้วเกือบ 100 หลังคาเรือน โดยบางจุดมีระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร จนเกือบมิดหลังคาบ้าน  

ขณะที่ชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ บ้านโป่งลึก -บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี  น้ำท่วมหนัก ปิดทางเข้า-ออก ทั้งบริเวณแก่งมะปราง ถนนในเตี้ย บ้านตามูล ทั้ง 3 จุดนี้ รถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ 

ขณะที่อาหารไม่เพียงพอ จากผลกระทบข้อจำกัดในการทำกินตามวิถี เนื่องจากอยู่ในพื้นที่อุทยาน จึงจำเป็นที่จะต้องมีเสบียงอาหารให้คนในพื้นที่ และคนที่คอยเฝ้าระวังน้ำและรับส่งพี่น้องที่มีความจำเป็น เช่น  ผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็กที่ต้องรับยา หรือ มีนัดตรวจ สิ่งที่ต้องการอย่างมากนอกจากอาหาร คือ น้ำมันเชื้อเพลิง จึงได้เปิดขอระดมทุน ตามที่ปรากฎใน เพจ Jos bank ของ พงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ตัวแทนชาวบางกลอย และ เพจ ภาคี Saveบางกลอย 

“ตอนนี้ที่ประเมิน มีทั้งผู้ป่วยหลัก ๆ ที่เป็นผู้ป่วยที่มีรอบที่ต้องไปเดินไปรับยาหรือว่าตรวจ และยังมีเคสฉุกเฉินเพิ่มเติมอีกพอสมควร ชุมชนมีเด็กเยอะ มีผู้สูงอายุ มันเป็นเรื่องสุขภาพที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติมาอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์ลมฟ้าพายุ ควรที่จะเร่งรัดให้การช่วยเหลือ”  

เกรียงไกร ชีช่วง

สิ่งนี้นอกจากสะท้อนถึงความพยายามในการแก้ปัญหากันเองของชาวบ้าน ยังสะท้อนความรุนแรงสถานการณ์น้ำ ที่เกินกว่าที่ชาวบ้านจะรับมือ เพราะจริง ๆ แล้วชุมชนที่อยู่กับป่า หรืออยู่ต้นน้ำเขามีองค์ความรู้ดั้งเดิมในการสังเกต เฝ้าระวัง เตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้วแต่ปริมาณวนที่หนักจึงยากต่อการรับมือ  ขณะเดียวกันก็สะท้อนกลไกรัฐที่ขาดแผนในการสนับสนุนช่วยเหลือในการรับมือและการเผชิญเหตุน้ำท่วม  

“อยากจะสะท้อนไปที่ระบบกลไก เพราะว่าหน้าที่ของพี่น้องในฐานะชาติพันธุ์ต้นน้ำ เราทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังกลางน้ำ ปลายน้ำแล้ว ว่าเตรียมจะรับสถานการณ์อะไร เราก็ทำหน้าที่ในบทบาทของเรา แต่กระบวนการที่เรากังวลก็คือ มันเกิดอะไรขึ้นระบบรัฐที่ไม่ได้รองรับ หรือไม่ได้เตรียมแผนรับมือเผชิญเหตุเลย พวกเราก็ยังแก้ปัญหาเอง ต้องจัดการเองทั้งระบบ ตั้งแต่จัดเวรยามเฝ้าระวัง หาทางเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอง เปิดรับบริจาคเอง อยากจะสะท้อนไปที่กลไกรัฐ เพราะว่าทรัพยากรอยู่ที่นั่นหมดเลย แต่ไม่ได้เสริมศักยภาพ กลายเป็นว่าวันนี้ชุมชนก็มีความเปราะบางในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้เสมอ”

เกรียงไกร ชีช่วง

จากสถานการณ์นี้ ได้หารือกันในแกนนำบางส่วน ว่าต้องทำให้บทบัญญัติในกฎหมายชาติพันธุ์ สามารถที่จะเป็นรูปธรรมได้ กลไกสภาคุ้มครองฯ ชาติพันธุ์ร่วมผลักดัน และรูปธรรมสำคัญที่สุด คือ ให้สิทธิศักยภาพของชาติพันธุ์ได้ไปมีส่วนร่วมในการจัดการเตรียมพร้อมรับมือ วางแผนเผชิญเหตุ และการฟื้นฟูตั้งแต่ต้นทาง จะได้แก้ปัญหาจากหนักให้เป็นเบา จากเบาแล้วเป็นเรื่องของการเตรียมการ เป็นเรื่องของการทำโมเดลต่าง ๆ รูปธรรมต่าง ๆ เพราะเรื่องภัยพิบัติกระทบทุกมิติ ทั้ง ทรัพยากรธรรมชาติ  ที่ดินทำกิน-อยู่อาศัย  สุขภาพ และเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง 

สำหรับกำหนดการประชุมสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28-30 กันยายน 2569 ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ซึ่งนอกจากจะเป็นการเปิดประชุมสภาคุ้มครองฯ เป็นครั้งแรกแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมคู่ขนาน ได้แก่ ตลาดชาติพันธุ์ แสดงสินค้า ผลิตภัณฑ์และบริการจากเครือข่ายผู้ประกอบการทางชาติพันธุ์ ที่สะท้อนต้นทุนทางวัฒนธรรมและการต่อยอดยกระดับคุณค่าเศรษฐกิจ และการจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายชาติพันธุ์ ที่เปิดโอกาสให้บุคคลจากภายนอกได้เข้าร่วม

ภาพ : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active