ปชน.เตรียมเสนอร่าง กม.ปฏิรูปสื่อสาธารณะ จี้ ‘ไทยพีบีเอส’ ใช้โอกาสนี้สังคายนาภายในองค์กร

พรรคประชาชน ย้ำ ดันร่างกฎหมายปฏิรูปสื่อสาธารณะ ประกบร่างฯ ของพรรคภูมิใจไทย ยัน ไทยพีบีเอส ยังจำเป็นในฐานะสื่อสาธารณะ ต้องเป็นอิสระ ไม่ถูกครอบงำจากรัฐ-การเมือง แนะ องค์กรแสดงความกล้าหาญ ทบทวน สังคายนาตนเองด้วย

วันนี้ (21 ต.ค. 2569) ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร ระบุถึงการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ในวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีวาระพิจารณาศึกษาโครงสร้างรายได้กรณีการเสนอแก้ไขร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ว่า จะเชิญผู้แทนจากไทยพีบีเอส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใน 2 ประเด็นหลัก คือ ความเห็นเรื่องการเปลี่ยนหน่วยรับงบประมาณ ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในสังคมขณะนี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาให้ความเห็น เพราะหากมีการเปลี่ยนหน่วยรับงบประมาณจริง จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์ของร่างกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเสนอหรือไม่

อีกส่วนหนึ่งก็คือการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับบทบาทของสื่อสาธารณะ โดยมองว่า มีหลายประเด็น และหลายข้อกังวลที่ไทยพีบีเอสจำเป็นต้องปรับปรุง และสังคายนาภายในองค์กรของตนเอง

ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร

โดยเห็นว่าขณะนี้มีความพยายามทำให้ประเด็นเรื่องการดำรงอยู่ของไทยพีบีเอสกับการใช้งบประมาณกลายเป็นเรื่องเดียวกัน จนประชาชนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดอาจแยกไม่ออกว่าเป็นคนละประเด็นกัน

“ดังนั้นไทยพีบีเอส ต้องใช้โอกาสนี้แสดงความกล้าหาญทบทวน และสังคายนาองค์กรของตัวเองด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เพียงเรียกร้องว่า ไทยพีบีเอสจะต้องคงสถานะความเป็นสื่อสาธารณะไว้เท่านั้น”

ภคมน หนุนอนันต์

ทั้งนี้พรรคประชาชนจะเสนอร่างแก้ไขกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับสื่อ สาธารณะ ประกบกับร่างฯ ของพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน แต่ต้องเป็นไปตามกระบวนการของสภาฯ ซึ่งจะมีการจัดลำดับการเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณา

โดยขอย้ำหลักการว่า ร่างฯ ที่พรรคประชาชนจะเสนอ คือ ไทยพีบีเอสต้องมีความเป็นอิสระ และไม่ถูกครอบงำจากฝ่ายการเมืองหรือรัฐ นอกจากนี้ไทยพีบีเอส จะต้องพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง เพราะไทยพีบีเอสมีจุดแข็งของตัวเอง เช่น การทำสารคดีเชิงลึก ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่ามาก แต่จะทำอย่างไรให้สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ และ เป็นส่วนหนึ่งของการผ่อนปรนไม่ให้เป็นภาระด้านงบประมาณ ตามข้อกล่าวอ้างของร่างพรรคภูมิใจไทย

ภคมน ยังระบุถึงข้อกังวลของหลายฝ่ายกรณีการผลักดันแก้ไขร่างกฎหมายของพรรคภูมิใจไทยครั้งนี้อาจเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนบางกลุ่มว่าประเด็นเหล่านี้เป็นข้อกังวลสำคัญที่พรรคประชาชนจะนำมาพิจารณา

“ขอยืนยันว่าประเทศไทย จำเป็นต้องมีสื่อสาธารณะ แต่รูปแบบ ของสื่อสาธารณะในอนาคต ต้องตรวจสอบได้จากสภาผู้แทนราษฎร และสัดส่วนของบอร์ดบริหาร อาจต้องมี สส. ฝ่ายค้านเข้าไปร่วมด้วย เพื่อถ่วงดุลอำนาจในการบริหารงาน ซึ่งจะต้องพูดคุยกันในรายละเอียด”

ภคมน หนุนอนันต์

พร้อมย้ำว่า พรรคประชาชนไม่ได้ต้องการ เลือกข้างใดข้างหนึ่ง แต่ต้องการให้เสาหลักอย่างไทยพีเอส ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะ สามารถยืนอยู่ได้ในสังคม ซึ่งวันนี้ประชาชน แทบจะไม่มีโอกาส เรียกร้องสิทธิของตนเอง เต็มไปด้วยกันทุจริตคอร์รัปชัน การรวบอำนาจขององค์กรต่าง ๆ

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active