โฆษก กมธ.ร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เผย ได้ข้อสรุปแล้ว 6 ประเด็น ลดภาระเกษตรกร-ปรับนิยามกลุ่มเปราะบาง-เว้นระยะบังคับใช้หมวดกองทุนฯ ยังเหลืออีก 9 ประเด็น เช่น บทลงโทษ-ประธาน คกก.อากาศสะอาดจังหวัด-PRTR-ความคุ้มค่าฝากไว้ได้คืน หวังได้ข้อสรุปพร้อมโหวตสัปดาห์หน้า
วันนี้ (3 พ.ย. 2569) การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ พละวัต ตันศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการร่วม (กมธ.ร่วม) เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. แถลงความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว
โดยการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมฯ ครั้งที่ 6 นี้ ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่ากฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และมีความพยายามผลักดันให้สามารถประกาศใช้โดยเร็วที่สุด บนพื้นฐานของความรอบคอบ โดยการดำเนินงานตั้งอยู่บน 3 กรอบแนวคิดสำคัญ คือ การนำไปปรับใช้ได้จริงครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และโครงสร้างการกำกับที่สมดุลและยุติธรรม

ทั้งนี้ ในการพูดคุยที่ผ่านมามีประเด็นหารือทั้งหมด 15 ประเด็น โดยมี 6 ประเด็นที่กรรมาธิการเห็นตรงกันแล้ว และอีก 9 ประเด็นที่อยู่ระหว่างการหารือ ซึ่งคาดว่าจะมีการลงมติและหาข้อสรุปได้ในสัปดาห์หน้า
พละวัต บอกว่า จากการหารือเพื่อปรับปรุงและแก้ไขข้อคิดเห็นที่ยังมีความเห็นต่างระหว่างสองสภา โดยแบ่งความคืบหน้าออกเป็น 2 ส่วนหลัก โดยมี 6 ประเด็นที่กรรมาธิการเห็นตรงกันแล้ว ซึ่งจะช่วยลดภาระประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพปฏิบัติ ได้แก่
- ชะลอบังคับใช้หมวดกองทุนอากาศสะอาด 1 ปี ที่ประชุมเห็นชอบให้มีหมวดกองทุนฯ แต่ให้เว้นระยะเวลาบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 1 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมด้านรายละเอียดและให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.กองทุนหมุนเวียน
- เจาะจงนิยามกลุ่มเปราะบาง ปรับแก้ให้ครอบคลุมผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้งที่ต้องรับสัมผัสมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การคุ้มครองตรงจุดและไม่เป็นภาระงบประมาณเกินความจำเป็น
- ปลดล็อกเกษตรกร ไม่ต้องติดเครื่องตรวจวัดมลพิษ ยกเลิกข้อบังคับให้เกษตรกรติดตั้งระบบตรวจวัด เพื่อลดภาระและให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติจริง
- ป้องกันเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน ชัดเจนในการไม่เก็บค่าธรรมเนียมรายผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิตซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น เช่น กฎหมายกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
- ดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ร่วมเป็นเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย กำหนดให้พนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่โดยอัตโนมัติภายใต้คำประกาศของรัฐมนตรี โดยเน้นการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- เน้น คุมมลพิษ แทนกำหนดอายุรถ เปลี่ยนเป้าหมายจากการกำหนดอายุการใช้งานของยานพาหนะ ไปเป็นการคุมเข้มการปล่อยสารมลพิษจากรถยนต์แทน

สำหรับประเด็นที่ยังอยู่ระหว่างการหารือและจัดทำรายละเอียดอีก 9 ข้อนั้น คณะกรรมาธิการฯ กำลังเร่งหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ได้แก่
- สัดส่วนเอกชนในคณะกรรมการ
- บทกำหนดโทษทางอาญา
- ประธาน กมธ.อากาศสะอาดจังหวัด
- การตัดความรับผิดสถาบันการเงิน
- การระบุข้อมูลการระบาย (PRTR)
- การลดขั้นตอนความซ้ำซ้อนในการตรวจโครงการก่อมลพิษ
- กลไกการจัดการมลพิษข้ามแดน
- การสิทธิคุ้มครองชั่วคราวของประชาชน
- การพิจารณาความคุ้มค่าของระบบฝากไว้ได้คืน
“ทุกฝ่ายมุ่งมั่นและหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ร่างกฎหมายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คาดว่าจะสามารถหาข้อยุติในประเด็นที่เหลือได้ทั้งหมดในเร็ว ๆ นี้ และดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เข้าสู่การพิจารณาได้ทันภายในสมัยประชุมนี้อย่างแน่นอน“
พละวัต ตันศิริ
ขณะที่ การดี ก็ย้ำว่า สัปดาห์หน้าจะเป็นสัปดาห์ที่จะโหวตประเด็นที่อาจจะมีความเห็นต่างกันในคณะกรรมาธิการ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการร่วมมีการให้ความมั่นใจว่าได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อที่จะให้กฎหมายนี้มีการปรับใช้ได้เร็วที่สุด
“เรารู้ดีว่าฤดูฝุ่นกำลังใกล้เข้าแล้ว อยากให้ความมั่นใจว่าเราไม่ได้เร่งรีบจนกฎหมายนี้ใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่ในขณะเดียวกันพวกเราก็ไม่ได้ใช้ความรอบคอบให้กลายเป็นข้ออ้างให้กฎหมายล่าช้า”
การดี เลียวไพโรจน์
