เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว… ยกเว้นเป็น “ครู” วิกฤต รร.เล็ก ครูแบกงานฉ่ำ ทำหมดไฟ ชีวิตพัง!

ส่องความทุกข์ครู รับ ‘วันครู’ กสศ. เปิดผลวิจัย ชี้ ครูโรงเรียนเล็กทุกข์หนัก แบกงานสอนมาราธอน สูงกว่ามาตรฐาน 37.6% ทำสารพัดตำแหน่ง ธุรการ การเงิน พีอาร์ ช่างเทคนิค ซ่อมบำรุง ย้ำชัด ครู 63% ชีวิตงาน ชีวิตส่วนตัวพัง เสนอด่วนจ้างมืออาชีพเฉพาะด้าน ลดภาระครู

ผศ.สหวรัชญ์ พลหาญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) รายงานผลวิจัยจากการสำรวจภาระงานครูจากกลุ่มตัวอย่างในสังกัด สพฐ. ท้องถิ่น เอกชน และ กทม. พบข้อมูลว่า ครูในโรงเรียนขนาดเล็ก ต้องแบกภาระงานสอนกว่า 27.31 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐานที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ถึง 37.6% 

ประเด็นที่ค้นพบคือ วงจรความเหลื่อมล้ำของโรงเรียนเล็กที่มีทรัพยากรน้อยที่สุด แต่เป็นโรงเรียนที่ครูต้องแบกภาระมากที่สุด ส่งผลถึงนักเรียนยากจนในโรงเรียนเหล่านี้ ที่ควรได้รับการดูแลมากที่สุดกลับได้รับโอกาสน้อยที่สุด

ผลการวิจัยยังพบว่า ยิ่งครูอาวุโส จะได้รับมอบหมายงานสอนน้อยลง จะได้รับมอบหมายให้สอนน้อยกว่าครูรุ่นใหม่ ส่งผลให้ครูหนึ่งคนต้องสอนหลายวิชาและหลายระดับชั้น

นอกจากนี้ยังพบว่า 5 อันดับภาระงานนอกเหนือการสอนที่ครูต้องใช้เวลามากที่สุดต่อภาคเรียน ได้แก่

  1. งานหัวหน้าสายชั้นหรือหัวหน้าระดับ ใช้เวลาสูงถึง 874 ชั่วโมง

  2. งานสำนักวิชาการ 777 ชั่วโมง

  3. งานประชาสัมพันธ์ 468 ชั่วโมง

  4. งานประกันคุณภาพ 438 ชั่วโมง

  5. งานบุคคล 414 ชั่วโมง

“งานหัวหน้าระดับเป็นงานที่แบกภาระสูงสุด ใช้เวลาเฉลี่ยในการทำงานแต่ละครั้งประมาณ 11.96 ชั่วโมง เกือบเท่ากับการทำงานเต็มวัน ข้อมูลสะท้อนให้เห็นว่านอกจากภาระงานสอนที่หนัก ครูยังต้องรับผิดชอบงานบริหารจัดการที่กินเวลามาก ซึ่งจะยิ่งเพิ่มภาระงานอย่างมีนัยสำคัญ”

ผศ.สหวรัชญ์ พลหาญ

อีกประเด็นที่ถูกสะท้อนว่าเป็นภาระหนัก คือ งานที่ควรใช้เจ้าหน้าที่เฉพาะทาง โดยเฉพาะ 3 ตำแหน่งงานสำคัญ ที่โรงเรียนควรมี คือ

  • นักประชาสัมพันธ์ (เขียนข่าว, ดูแลสื่อ)

  • ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง (ดูแลด้านโสต, อาคารสถานที่)

  • งานธุรการ/การเงิน (จัดการเอกสาร, พัสดุ) เนื่องจากต้องการความชำนาญเฉพาะด้าน หลายอย่างเกี่ยวข้องกับระเบียบกฎหมาย

ทั้งนี้งานวิจัยยังพบว่า ครู 47.7% บอกว่า ภาระงานล้นมือส่งผลถึงคุณภาพการสอนในห้องเรียน มีเพียง 29.7% ที่บอกว่ามีเวลาเพียงพอในการเตรียมบทเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้เรื่องสมดุลชีวิตและการทำงาน Work Life Balance มีครูถึง 63 % บอกว่าไม่สามารถทำได้ ทำให้มีความเครียดสะสมและภาวะ Burnout

ผศ.สหวรัชญ์ พลหาญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

สำหรับข้อเสนอจากงานวิจัย ในระยะสั้นที่ทำได้ทันที ได้แก่

  1. ลดภาระงานไม่จำเป็น ตัดงานเอกสารซ้ำซ้อน ปรับลดลำดับความสำคัญของงานอื่น ๆ เพื่อให้งานสอนเป็นภารกิจอันดับหนึ่ง

  2. กระจายงานอย่างเป็นธรรม เลี่ยงการมอบหลาย ๆ โครงการให้ครูเพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียว

  3. แยกงานสนับสนุนจากงานครู โดยพิจารณาจ้างบุคลากรเฉพาะทาง เช่น งานธุรการ การเงิน พัสดุ ฯลฯ    

ส่วนในระยะกลางที่สามารถทำได้ภายใน 6-12 เดือน ต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตครู ได้แก่

  1. เพิ่มเวลาเตรียมสอน โดยลดชั่วโมงสอนต่อสัปดาห์ หรือจัดคาบว่างสำหรับการเตรียมสอนโดยเฉพาะ

  2. ดูแลสุขภาพใจ ด้วยการจัดโปรแกรมสุขภาพจิต มีช่องทางให้คำปรึกษากับครู เพื่อป้องกันภาวะเครียดสะสม

  3. สร้างสมดุลชีวิตและการทำงาน โดยกำหนดนโยบายงดติดต่องานนอกเวลาราชการอย่างจริงจัง

ระยะยาว 1-2 ปี เพื่อแก้ปัญหาภาระงานครูอย่างยั่งยืน ได้แก่

  1. ปฏิรูประบบราชการและโครงสร้างแบบเดิม นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาทดแทนงานเอกสาร

  2. สร้างระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) เพื่อสนับสนุนครูใหม่ในการปรับตัว และการเผชิญความท้าทายต่าง ๆ

  3. สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพวิชาชีพครู เพื่อให้ครูมีส่วนร่วมตัดสินใจ เพิ่มความรู้สึกเป็นเจ้าของ และเติมเต็มขวัญกำลังใจ

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active