เครือข่ายภาคประชาสังคม ย้ำ “สวัสดิการคือสิทธิ ไม่ใช่การสงเคราะห์” ฝากรองนายกฯ ยศชนัน ดันข้อเสนอการศึกษาเรียนฟรีจริง กระจายทรัพยากรช่วย รร.ขนาดเล็ก ปรับการเข้าถึงอุดมศึกษาเป็นสวัสดิการรัฐ เสนอนำร่องนโยบายเรียนฟรี ถึง ป.ตรี สาขาที่มีความจำเป็นในท้องถิ่น
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 69 ที่พรรคเพื่อไทย ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม ได้แก่ เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair), คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า, ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move), เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เครือข่ายขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองแรงงานหญิง, ศูนย์กลางดำรงชีวิตอิสระของคนพิการพุทธมณฑล, เครือข่ายเพื่อผู้สูงอายุ (forOldy) รวมตัวกันเพื่อเข้าพบ ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อเสนอนโยบายสวัสดิการโดยรัฐ ภายใต้แนวคิด “สวัสดิการคือสิทธิ ไม่ใช่การสงเคราะห์”

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางตัวแทนภาคีเครือข่ายฯ ได้เข้ายื่นข้อเสนอดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา
สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า มีความพยายามที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ฐานรากทางเศรษฐกิจและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ผ่านการปรับนโยบายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
สำหรับกระทรวงศึกษาธิการ ภาคีเครือข่ายฯ เสนอให้ยกระดับสวัสดิการและมาตรฐานการศึกษา การปรับงบประมาณเพื่อไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ขยายการเรียนรู้สู่ทุกช่วงวัย ได้แก่
- ยกระดับมาตรฐานการศึกษาการเรียนฟรีแท้จริง ด้วยการดูแลค่าใช้จ่ายแฝงด้านการศึกษา (ค่าบำรุงการศึกษา, ชุดนักเรียน, อุปกรณ์, อาหารกลางวัน) และกระจายทรัพยากรให้โรงเรียนขนาดเล็กในชนบทมีคุณภาพทัดเทียมกับโรงเรียนในเมือง
- อุดหนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long Learning) การจัดสรรเงินอุดหนุนการเรียนรู้แก่ประชาชน ในการพัฒนาทักษะใหม่ (Reskill/Upskill) ตามความต้องการทุกช่วงวัยตลอด ชีวิต เพื่อรับมือกับระบบการจ้างงานในยุคดิจิทัลตามความเปลี่ยนแปลงของโลก

สำหรับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ ยศชนัน กำกับดูแลนั้นเครือข่ายฯ เสนอให้ยกระดับมาตรฐานสถานศึกษา ควบคุมราคาหน่วยกิตระดับปริญญาตรี เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมทั้ง การปฏิรูปโครงสร้างหนี้ กยศ. โดยการเปลี่ยนหนี้เป็นทุนสำหรับการทำงานในสาขาที่กำหนดหรือพัฒนาบ้านเกิด ได้แก่
- พัฒนาการเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นสวัสดิการโดยรัฐ เพื่อขจัดวงจรหนี้สิน โดยจัดตั้งคณะกรรมการกลางกำหนดราคากลางค่าหน่วยกิต ตามต้นทุนของแต่ละสายวิชา และนำร่องผลักดันนโยบายการเรียนฟรีถึงปริญญาตรีในหลักสูตรวิชาที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาสังคมและท้องถิ่น และจัดสรรงบประมาณเพื่อมุ่งเน้นคุณภาพการผลิตบัณฑิตตามความต้องการของประเทศมากกว่าการแสวงหาผลกำไร
- ปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. การพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยนาน 4 ปีพร้อมปรับลดหนี้ทันที 30% เมื่อเรียนจบ ส่วนที่เหลืออีก 70% ปลดหนี้เปลี่ยนเป็นทุนโดยไม่ต้องใช้เงินคืน โดยเปลี่ยนเป็นการทำงานในสาขาที่กำหนด การพัฒนาบ้านเกิด การเสียภาษีตามเกณฑ์ หรือการดูแลบุตรและผู้สูงอายุในครอบครัว เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินและกระตุ้นการพัฒนาสังคมไปพร้อมกัน
ทางด้าน รองนายกฯ ยศชนัน ตอบรับข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม โดยย้ำว่า ตั้งใจที่จะยกระดับสวัสดิการเพื่อประชาชน และอยากร่วมวางแผนกับภาคประชาสังคมเพื่อให้สวัสดิการต่าง ๆ มีความยั่งยืน ซึ่งบางข้อเสนอที่ภาคประชาสังคมได้เสนอ อยู่ในลิสต์ที่จะทำอยู่แล้ว และบางส่วนได้หลักดันไปแล้ว เช่น การสอนอาชีพเพิ่มผลิตภาพ เพิ่มรายได้ให้กับประชาชน เพื่อแก้ปัญหาความยกจน ไปพร้อมกับสร้างความรู้วิชาชีพ
“ในระหว่างนี้จะผลักดันข้อเสนอที่ภาคประชาสังคมเสนอมาในวันนี้ให้เต็มที่ หากไม่สามารถทำได้สุดเพดาน ก็ต้องขอโทษทุกๆท่านในวันนี้”
ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
