TEP เผย 3 วิกฤตซ้อน PISA ต่ำ-สุขภาพจิตเปราะบาง-ภัยพิบัติซ้ำซาก นักการศึกษา มอง ‘เรียนฟรี’ เป็นแค่ถ้อยคำ ต้องเปลี่ยนมุมมองสู่การประกันคุณภาพชีวิต ขณะที่ กสศ. ชี้ เด็กเกิดใหม่ลด ผู้สูงอายุเพิ่ม 2 เท่า หวั่นอนาคตเด็ก 1 คน แบกภาระหนี้สาธารณะมากขึ้น ปิดหน้าต่างแห่งโอกาส ค่อย ๆ แคบลง สอดคล้อง TDRI ย้ำ ปมปัญหา เด็กเกิดในครอบครัวไม่พร้อม – ทักษะไม่ตรงงาน แนะต้องกระจายอำนาจจริงจัง ฝากความหวังพรรคการเมืองดันนโยบายพัฒนาทุนมนุษย์
วันนี้ (20 ม.ค. 69) ที่อาคารรัฐสภา เวที Policy Forum : การศึกษา และการพัฒนาทุนมนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญจาก 5 องค์กร ชี้พร้อมเพรียงในเวทีเสวนานโยบายการศึกษาว่า ระบบการศึกษาไทยกำลังเผชิญวิกฤตเชิงโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ซ้อนทับกันตั้งแต่ช่วงปฐมวัยจนถึงตลาดแรงงาน ท่ามกลางประเทศที่กำลัง “แก่ก่อนรวย” และหน้าต่างแห่งโอกาสในการแก้ไขกำลังแคบลงทุกวัน
TDRI เตือน ลงทุนปฐมวัยต่ำ-ทักษะแรงงานไม่ตรงงาน ต้องมองพัฒนาคนทั้งชีวิต
สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ให้ข้อมูลว่า การพัฒนาทุนมนุษย์ต้องมองเป็นกระบวนการตลอดช่วงชีวิต โดยเฉพาะ 2 ช่วงที่ไทยมีช่องว่างสูง คือ ช่วงปฐมวัย และ ช่วงหลังจบการศึกษา

โดยชี้ว่า เด็ก 70% ในไทย เกิดในครอบครัวที่ไม่พร้อม ขาดการดูแลสุขภาพแม่ตั้งครรภ์ โภชนาการ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทำให้มี ทุนมนุษย์เริ่มต้นต่ำ ซึ่งยากจะดึงกลับมาได้แม้ระบบการศึกษาจะดี
แม้หลักฐานสากลชี้ว่า ยิ่งลงทุนปฐมวัยเร็ว ผลตอบแทนยิ่งสูง แต่ไทยกลับลงทุนต่ำมาก เนื่องจากทัศนคติที่มองว่าเป็น หน้าที่ครอบครัว ทั้งที่บริบทสังคมเปลี่ยนไป ครอบครัวขยายลดลง พ่อแม่ทำงานนอกบ้านมากขึ้น จึงข้อเสนอให้
- ขยายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดให้ถ้วนหน้า (ปัจจุบันเด็กยากจน 30-40% หลุด) ใช้งบฯ เพิ่มเพียงไม่กี่พันล้าน แต่ป้องกันความเหลื่อมล้ำระยะยาว
- ขยายวันลาคลอดจาก 90 วัน และยกระดับคุณภาพศูนย์เด็กเล็กให้ส่งเสริมพัฒนาการ ไม่ใช่แค่รับฝาก
สมชัย ยังเปิดเผยข้อมูลตลาดแรงงานไทยว่า แรงงาน 56% ทำงานไม่ตรงวุฒิ/สาขา สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD (30%) เกือบเท่าตัว ขณะที่แรงงานไทยได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติมเพียง 2% และมีทักษะพื้นฐานต่ำกว่ามาตรฐาน 70-74%
แรงงานส่วนใหญ่บอกว่า “ไม่มีเวลาอบรม” แต่สาเหตุแท้จริงคือไม่มั่นใจว่าจะได้ประโยชน์ และระบบสนับสนุนไม่ชัดเจน จึงมีข้อเสนอ
- ยกระดับการพัฒนาทักษะเป็นวาระแห่งชาติ และนโยบายลำดับต้นของการเลือกตั้ง
- เพิ่มงบฯ อย่างน้อย 5-10 เท่า พร้อมสร้างแพลตฟอร์มกลางบูรณาการข้อมูลการศึกษา-ฝึกอบรม-ตลาดแรงงาน

ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง TDRI ยังอ้างถึงการจำลองสถานการณ์จากธนาคารโลกว่า หากแรงงานไทยมีทักษะพื้นฐานถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ จะสามารถเพิ่มผลิตภาพได้ 20%
“ปัญหาไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่จะมีเจตจำนงทางการเมืองหรือไม่”
สมชัย จิตสุชน
TEP เผย 3 วิกฤตซ้อน PISA ต่ำ-สุขภาพจิตเปราะบาง-ภัยพิบัติซ้ำซาก
ภฤศ วรรัตนวงศ์ ผู้แทนภาคีเพื่อการศึกษาไทย (TEP) จากภาคี 40 องค์กร ระบุถึงวิกฤตการศึกษาไทยครอบคลุมโรงเรียน 50,000 แห่ง นักเรียนหลายล้านคน และครู 300,000 คน ซ้อนอยู่ภายใต้ “กับดักความสามารถแข่งขัน” 3 ประเด็น
- วิกฤตสมรรถนะ : คะแนน PISA ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อเนื่อง 20 ปี ปี 2565 ต่ำสุดในรอบ 2 ทศวรรษ
- วิกฤตสุขภาพจิต : เด็กเพียง 51.4% มีสุขภาพจิตดี ขณะมีนักจิตวิทยาเด็กเพียง 295 คน กระจุกตัวในกรุงเทพฯ มี 18 จังหวัดไม่มีเลย
- วิกฤตภัยพิบัติ : โรงเรียน 100% (จากสำรวจ 329 แห่ง) เคยรับผลกระทบอย่างน้อยปีละครั้ง แต่ได้รับความช่วยเหลือแค่ครึ่งเดียว

ภฤศ ยังชี้ให้เห็นว่า นักเรียน 1.8 ล้านคนเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก 15,000 แห่ง (เกือบ 50% ของทั้งประเทศ) มีงบฯ รายหัวไม่พอ ครู 1 คนสอนหลายวิชาหลายชั้น เมื่อเทียบ OECD ประเทศที่ประสบความสำเร็จให้อำนาจโรงเรียนกว่า 90% แต่ไทยให้เพียง 8% ทุกอย่างยังขึ้นกับส่วนกลาง
TEP จึงมีข้อเสนอปฏิรูปการศึกษา 5 ข้อ ประกอบด้วย
- ประกาศปรับเป้าหมายสู่ฐานสมรรถนะเป็นวาระเร่งด่วน พร้อมปรับระบบประเมินให้สอดคล้อง
- กำหนดการกระจายอำนาจเป็นเงื่อนไขหลัก พัฒนากลไกประกันคุณภาพควบคู่
- ขยายผลโรงเรียนที่สำเร็จ เปิดให้เลือกปรับหลักสูตรอิสระ
- ใช้พื้นที่นวัตกรรม (20 จังหวัด 1,739 โรงเรียน) ทดลองกระจายอำนาจเชิงลึก ปลดล็อกบุคลากร-การประเมิน-บูรณาการหน่วยงาน
- สร้างหุ้นส่วนทางการศึกษา เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมออกแบบ-ติดตาม-รับผิดชอบคุณภาพ
มอง ‘เรียนฟรี’ เป็นแค่ถ้อยคำ ต้องเปลี่ยนมุมมองสู่ประกันคุณภาพชีวิต
ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล ประธานอนุกรรมการด้านการศึกษา สภาองค์กรผู้บริโภค เรียกร้องเปลี่ยนมุมมองจาก “แข่งขัน-ไล่ใบปริญญา” สู่ “รับประกันคุณภาพชีวิตคนไทย”

โดยปัญหาเชิงโครงสร้าง 4 ด้าน พบว่า
- “เรียนฟรี” ไม่เกิดขึ้นจริง : โรงเรียนยังเก็บเงินแฝง มีร้องเรียนเด็กจบ ม.3 แต่ไม่ได้เอกสารเพราะผู้ปกครองชำระไม่ครบ ซึ่งนักการศึกษาย้ำว่า โรงเรียนไม่มีสิทธิ์ยับยั้งเอกสาร
- ค่าใช้จ่ายแฝง-ค่าเดินทาง : การยุบโรงเรียนเล็กทำให้เด็กต้องเดินทางไกล ค่าใช้จ่ายพุ่งจนครอบครัวยากจนรับไม่ไหว กลายเป็นเหตุหลุดระบบ
- กฎหมาย “ระดมทรัพยากร” : อาจถูกใช้เป็นข้ออ้างเก็บเงินผู้ปกครอง สร้างความไม่เป็นธรรมเชิงระบบ
- งบฯ รายหัว “เท่ากันหมด” : ไม่สอดคล้องบริบทพื้นที่ ควรมี “มาตรฐานขั้นต่ำ” เท่าเทียม + งบเพิ่มกลุ่มเปราะบาง/พื้นที่ต้นทุนสูง
ผศ.อรรถพล ยังสะท้อนเสียงเยาวชนว่า หากการศึกษายกระดับชีวิต ทำไมรัฐไม่ลงทุนให้ ปริญญาแรกฟรี จริงจัง แทนที่ผลักภาระให้เด็ก “จบพร้อมหนี้”
พร้อมท้าพรรคการเมืองแสดงเจตจำนงชัดเจน หลอมรวมร่างกฎหมายหลายฉบับ และลดการรวมศูนย์อำนาจ กระทรวงศึกษาธิการ ให้อำนาจตัดสินใจอยู่ใกล้โรงเรียน-ชุมชน
หอการค้าไทย ระบุ AI-ความยั่งยืน-ตลาดโลกเปลี่ยนนิยาม “คนทำงาน”
สราวุฒิ อยู่วิทยา รองประธาน และประธานคณะกรรมการพัฒนาการศึกษา หอการค้าไทย ชี้ว่าโลกการทำงานถูกนิยามใหม่จาก AI, Sustainable Development และกฎการค้าโลก กระทบทุกอุตสาหกรรม-ทุกขนาดองค์กร

ภาคเอกชนหาคนในตำแหน่งที่ต้องการไม่ได้ ขณะที่นักศึกษาจบใหม่ตกงานเป็นจำนวนมาก เพราะเลือกเรียนสาขาจบง่าย แต่ไม่ตรงความต้องการ
“เด็กจบใหม่ส่วนใหญ่ต้องใช้เวลา 6-12 เดือนปรับตัว กว่าจะทำงานได้ตามคาดหวัง ซึ่งในประเทศพัฒนาแล้วไม่ควรเกิด”
สราวุฒิ อยู่วิทยา
ทั้งนี้โลกผันผวนต้องการคนที่มองปัญหาเป็นโจทย์หาทางออก ไม่ใช่กำแพง พร้อม Global Mindset ที่ทำงาน-แข่งขันในบริบทโลกได้
ขณะที่ช่องว่างใหญ่ คือ การศึกษาไม่เดินคู่ภาคเอกชน ต่างจากประเทศพัฒนาแล้ว ถ้าไม่เคยอยู่ในสนามแข่งขันจริง จะช่วยภาคเอกชนได้อย่างไร จึงมี 6 ข้อเสนอยกเครื่องนโยบายการศึกษาดังนี้
- กำหนดนโยบายระยะยาว ไม่เปลี่ยนตามบุคคล ปรับตามบริบทโลก
- พัฒนาฐานข้อมูลเชิงระบบ รู้ว่าเด็กเรียนอะไร มีทักษะระดับใด ตรงความต้องการหรือไม่
- สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต ความร่วมมือครอบครัว-ชุมชน-เอกชน-สังคม
- เน้นสมรรถนะ-ทัศนคติ มากกว่าองค์ความรู้ ผลิตคน “ทำงานได้จริง”
- วางกลไกรัฐ-เอกชนชัดเจน ทำงานต่อเนื่อง ไม่ขึ้นกับช่วงเวลา/บุคคล
- พัฒนาทักษะครู-ผู้สอนควบคู่ Upskill ไม่ใช่หน้าที่ผู้เรียนเท่านั้น
สราวุฒิ ยังคาดหวังรัฐบาลใหม่ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทำงานสอดประสานเป็นเอกภาพ เพราะเชื่อมโยงโดยตรง
กสศ. เตือน “แก่ก่อนรวย” เด็กหลุดระบบ 6 แสน-กลไกขาดการเชื่อมโยง
เช่นเดียวกับ ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ยอมรับว่า เวลานี้ไทยเผชิญ แก่ก่อนรวย แม้เรียนฟรี 15 ปีมา 20+ ปี แต่จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยยังติดที่ 9 ปี แทบไม่เปลี่ยน

โดยการเปลี่ยนแปลงต้องอาศัย 3 กลไก (การเมือง-ราชการ-สังคม) ทำงานร่วมกัน “เลือกตั้งแล้วเริ่มใหม่ทุกครั้ง วงจรแบบนี้ทำให้การเปลี่ยนแปลงไม่เกิด”
โดยเปรียบประเทศเหมือน “พายุกำลังก่อตัว” จากโครงสร้างประชากรสูงวัย ความเหลื่อมล้ำข้ามรุ่น กับดักรายได้ปานกลาง โดยเด็ก-เยาวชนคือ “คนขับเรือ” ที่จะพาไปถึงเป้าหมาย
ประเทศที่หลุดพ้นกับดักมีรายได้สูงกว่ามาก และปีการศึกษาเฉลี่ย 10-14 ปี จึงตั้งคำถามว่า ถ้าเรียนฟรี 15 ปีมา 20+ ปีจริง จำนวนปีการศึกษาควรขยับไปที่ 12-13 ปีแล้ว แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น
ขณะที่เด็กเกิดใหม่ลด ผู้สูงอายุเพิ่มเป็น 2 เท่า เด็ก 1 คนในอนาคตต้องแบกภาระหนี้สาธารณะมากขึ้น “หน้าต่างแห่งโอกาส” กำลังแคบลง
ไกรยส ยังระบุว่า เด็ก-เยาวชนนอกระบบ 600,000+ คน รวมกลุ่มเปราะบางอาจเกิน 1 ล้าน ทำอย่างไรให้ทุกพรรค ทุกกลไก เห็นภาพเดียวกันว่าจะแก้ปัญหาทั้งระบบได้อย่างไร โดย กสศ. ติดตามเด็กชนบทอีสาน 2,000+ คน 7 ปี พบเด็กไทยมีศักยภาพสติปัญญาใกล้เคียงต่างชาติสูงสุดช่วง ป.1 หลังจากนั้นถดถอยต่อเนื่อง เป็นคำอธิบายว่าทำไม PISA ไล่ไม่ทัน
“ไม่ใช่ลงทุน 6 เดือนสุดท้ายก่อนสอบ PISA แต่ต้องลงทุนล่วงหน้า 6 ปี ตั้งแต่เด็กเริ่มต้น จึงเสนอปฏิรูปเส้นทางการศึกษาให้ยืดหยุ่น เปิดโอกาสเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ ทั้งในและนอกระบบ ผ่าน Mobile School, การเทียบโอนสมรรถนะ, Blockchain รับรองทักษะ พร้อมส่งเสริมภาคเอกชนผ่านแรงจูงใจภาษี ร่วมพัฒนานวัตกรรม การศึกษาที่ลดความเหลื่อมล้ำ ต้องไม่ใช่เส้นทางเดียว แต่หลายเส้นทางไปถึงเป้าหมายเดียวกัน”
ไกรยส ภัทราวาท
