สร้าง “สังคมปลอดภัย หัวใจเด็กไทยอบอุ่น” เปิดแฟลตฟอร์ม SoSafe รับร้องเรียน พร้อมให้ข้อมูลความรู้ เดินหน้าแก้ปัญหาาความรุนแรง การกลั่นแกล้งทุกมิติ ทั้งในห้องเรียน และโลกออนไลน์ เล็งปี 69 ขยายผล 109 โรงเรียนมัธยมฯ สังกัด กทม.
วันนี้ (25 มี.ค. 69) กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ), กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) และ ศูนย์คุณธรรม ร่วมขับเคลื่อนโครงการสำคัญ แถลงความร่วมมือ ภายใต้โครงการ “สังคมปลอดภัย หัวใจเด็กไทยอบอุ่น” เพื่อยกระดับการคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เด็กและเยาวชนคือทรัพยากรที่สำคัญของเมือง ปัจจุบัน กทม. มีนักเรียนในสังกัดกว่า 250,000 คน ซึ่งใช้เวลาอยู่ในโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่ จึงต้องผลักดันให้โรงเรียนเป็น พื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การหลุดออกจากระบบการศึกษา ในปี 2568 กรุงเทพมหานคร สามารถติดตามเด็กและเยาวชนนอกระบบกลับเข้าสู่การศึกษาได้กว่า 66,327 คน พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาและการศึกษาพิเศษอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการแก้ปัญหาความรุนแรงและการกลั่นแกล้ง (Bullying) ในทุกมิติ ทั้งในห้องเรียนและโลกออนไลน์

“เด็ก คือ ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของเมือง เราต้องการให้เขามีความสุข มีความปลอดภัย อบอุ่น และเขาใช้เวลาในโรงเรียนเกินครึ่ง เราต้องทำให้มั่นใจว่าเขามีความปลอดภัย ให้เขาได้มีการเรียนรู้อย่างเต็มที่ จึงต้องดูแลในทุกมิติ ทั้งระหว่างครูนักเรียน ระหว่างนักเรียนด้วยกันเอง ตอนนี้มีโรงเรียนนำร่องในเขตหลักสี่ ซึ่งเตรียมขยายผลไปยัง 437 โรงเรียน”
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ ระบุว่า กทม. มีนโยบายจำกัดการใช้โทรศัพท์มือถือในห้องเรียน เพื่อลดปัญหา Cyberbullying ควบคู่กับการใช้แพลตฟอร์ม “Safe” (SFE) และ “SoSafe” เป็นช่องทางรับแจ้งเหตุ เช่น การกลั่นแกล้ง การล่วงละเมิด หรือปัญหาสังคมอื่น ๆ เพื่อให้เด็กเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย การแก้ปัญหาจำเป็นต้องดูทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ครูก็เป็นส่วนสำคัญ อย่างแรก ครูต้องได้รับการอบรมที่เหมาะสม ต้องเป็นต้นทางที่จะสามารถให้เด็กแจ้งเหตุได้ ซึ่ง SoSafe เป็นอีกช่องทางที่ให้เด็กแจ้งได้ หรือเพื่อนที่เห็นเหตุการณ์ก็แจ้งได้ กล่าวคือ การทำให้ทุกคนมี “วัคซีน” ในตัวเอง ทำให้เขาสามารถแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ให้บานปลาย เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่
“โรงเรียนได้รับความไว้วางใจให้ลูกมาอยู่กับเรา ถ้าเราทำให้เหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นในโรงเรียน ไม่ได้เลย เป็นเรื่องที่เราต้องจริงจัง”
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
SoSafe : สังคมปลอดภัย แพลตฟอร์มเพื่อการพัฒนาทุกช่วงวัย
สิริลักษณ์ เชียงว่อง หัวหน้าสำนักงานกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNFPA) นำเสนอระบบ SoSafe ว่าเป็นแพลตฟอร์มรับแจ้งปัญหาสังคมผ่าน Line OA ที่สามารถเพิ่มเพื่อนได้ผ่าน @SoSafe ที่สามารถแจ้งเรื่อง และให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การตั้งครรภ์ไม่พร้อม การล่วงละเมิดทางเพศ ความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงปัญหาสังคมอื่น ๆ อาทิ ยาเสพติด คนเร่ร่อน และกลุ่มเปราะบาง โดย SoSafe จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งต่อเคสที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยกระบวนการยุติธรรมเชิงฟื้นฟู (Restorative Justice: RJ) เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและทันท่วงที
นำร่อง 6 โรงเรียน เข้ากระบวนการยุติธรรมเชิงฟื้นฟู
พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กล่าวถึงการนำกระบวนการยุติธรรมเชิงฟื้นฟู (Restorative Justice: RJ) มาใช้ในโรงเรียน ซึ่งได้ทดลองในโรงเรียนนำร่อง 6 แห่ง ในพื้นที่เขตหลักสี่ เพื่อสร้างต้นแบบการจัดการความขัดแย้งเชิงฟื้นฟู การพัฒนาพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียน และการเสริมศักยภาพครูให้สามารถดูแลนักเรียนได้อย่างเหมาะสม โดยครูทำหน้าที่เป็นคนกลาง (Facilitator) ระหว่างผู้เสียหายและผู้กระทำผิด เพื่อให้เกิดการปรับความเข้าใจ สำนึกผิด และยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูพฤติกรรม พร้อมเยียวยาความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ซึ่งจากโรงเรียนนำร่องสามารถช่วยเหลือได้มากกว่า 30 กรณี และในปี 2569 มีแผนขยายผลไปยัง 109 โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในสังกัดกรุงเทพมหานคร
“บริบทโรงเรียนมีความน่าสนใจมากที่จะขับเคลื่อนหลักการ และเครื่องมือนี้ หลักการคือ เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นในโรงเรียน ทั้งครู นักเรียน ชุมชน มีพื้นที่สามารถที่จะรับฟัง เข้าใจและค้นไปถึงต้นตอนของปัญหาเพื่อแก้ไข และหากเกิดความเสียหายก็พร้อมที่จะเยียวยา คือมีความพร้อมในการรับมือ โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำให้ กทม. เป็นพื้นที่ที่ประชากรทุกกลุ่มมีความปลอดภัยได้อย่างแท้จริง”
พิเศษ สอาดเย็น
ครอบครัวพลังบวก เสริมทักษะแก้ปัญหาในชุมชน
ขณะที่ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า ประเด็นที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็ก ๆ ก็คือ บ้านหลังที่ 1 และบ้านหลังที่ 2 คือ ครอบครัว กับ โรงเรียน เพราะถ้าเราสามารถทำพื้นที่ทั้ง 2 แห่งนี้ให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย ก็จะเป็นพลังสำคัญให้กับเด็ก ๆ ได้ เพราะฉะนั้น โครงการครอบครัวพลังบวก ที่ศูนย์คุณธรรมพัฒนาขึ้นมา ไม่ได้ทำงานกับเฉพาะครอบครัว แต่จะมีภาคีเครือข่ายโรงเรียน มุ่งสร้างระบบพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาในชุมชน ที่มี 5 ทักษะ คือ ทักษะให้การเฝ้าระวังชุมชน โรงเรียน หรือบ้านของตนเอง ทักษะการส่งต่อขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา ที่มาผนึกกำลังกับ SoSafe ทักษะในการบริหารจัดการโดยใช้ทรัพยากรของชุมชน ทักษะในการพัฒนากิจกรรมตามพัฒนาการตามวัยได้ และที่สำคัญคือ ทักษะของผู้ใหญ่ที่จะกลายเป็นพี่เลี้ยงที่ปรึกษา
