ฝากครอบครัว สังเกตอาการลูกหลาน หลังผ่านเหตุการณ์รุนแรง เฝ้าระวังเสี่ยง PTSD ระยะยาว

กรมสุขภาพจิต แนะ คนใกล้ชิดติดตาม สังเกตอาการ ผู้ที่เผชิญเหตุการณ์รุนแรง ชี้ระยะสั้นต้องค่อย ๆ ปรับตัวกับความเครียด ความรู้สึก น่าห่วงสภาพจิตใจระยะยาว เจออาการเครียดหลังเหตุสะเทือนใจ หรือ PTSD ฝากผู้ปกครอง ครอบครัว สังเกตอาการผิดปกติ หากพบลูกหลาน หวาดกลัว นอนไม่หลับ ฝันร้าย ไม่ยอมไปโรงเรียน อาการไม่ดีขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์ ให้รีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต หรือ สายด่วน 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

จากกรณีการก่อเหตุยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี หนึ่งในข้อกังวลที่หลายฝ่ายต้องเร่งติดตาม คือ สภาพจิตใจ ของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ความเครียดหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจ หรือ PTSD (Post-traumatic Stress Disorder) ซึ่งเป็นความผิดปกติทางจิตใจที่เกิดขึ้นหลังจากบุคคลเผชิญหรือเห็นเหตุการณ์รุนแรง

The Active สอบถามเรื่องนี้กับ นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต และโฆษกประจำกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า อาการที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์จะมี คือ อาการย้อนนึก ย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ซ้ำ ๆ บ่อย ๆ รู้สึกว่าตัวเองต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนั้น อีกอาการที่พบ คือ มีการพยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ ผู้คนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้น ๆ รวมถึงมีอารมณ์เชิงลบ ที่เกิดขึ้นได้ บางคนมีการตื่นตัวผิดปกติ เช่น มีเสียงดังขึ้นแม้ไม่ใช่เสียงเหตุการณืจริงแต่อาจจะมีความกังวล

โดยรวมแล้วหากพูดถึง PTSD ต้องสังเกตุระยะยาวมาก ๆ หากประเมินในระยะสั้นที่เหตุการณ์วันนี้ที่พึ่งเกิดเหตุขึ้น อาจจะประเมินเร็วไป ฉะนั้น ต้องตามดูระยะยาวว่าเหตุการณ์ผ่านไปแล้วแต่เขายังไม่สามารถปรับตัวได้ ในระยะสั้นคงต้องมองเรื่องการปรับตัวกับความเครียดที่เกิดขึ้นก่อน

ส่วนคนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ติดตามเรื่องราวผ่านสื่อช่องทางต่าง ๆ มีโอกาส เกิดอาการนี้ได้ไหม นพ.วรตม์ ระบุว่า เกิดได้แต่โอกาสน้อย

“PTSD สามารถเกิดขึ้นได้กับคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริง ๆ หรืออาจจะเป็นกรณีที่ดูเหตุการณ์แล้วเกิดอาการแล้วแต่คน ซึ่งโอกาสที่คนดูสื่อแต่ไม่อยู่ในเหตุการณ์นั้นโอกาสก็อาจจะน้อยกว่ามาก ๆ เพราะว่าตัวเองไม่ได้ไปเผชิญกับเหตุการณ์ก็อาจไม่ได้มีความเสี่ยงเท่า แต่ถ้าเกิดไปดูอะไรที่สมจริงมาก ๆ ก็เพิ่มความเสี่ยง”

นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์

โฆษกกรมสุขภาพจิต ย้ำว่า อาการของคนที่มีภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทันที วันนี้ เวลานี้ ต้องรอดูและต้องมีการติดตาม

“กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณะสุขเองก็ต้องติดตามอาการ ไม่ใช่แค่ช่วงแรก แต่ต้องติดตามอาการกันเป็นเวลา 3-6 เดือนหรืออาจเป็นปี เพราะบางทีอาการอาจไม่ได้มีวันนี้แต่อาจเกิดขึ้นหลังจากนั้นเป็นปี ก็เป็นไปได้”

นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์

ก่อนหน้านี้ในวันเกิดเหตุ กรมสุขภาพจิต ได้สนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมปฏิบัติการด้านสุขภาพจิตในภาวะวิกฤต (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team หรือ MCATT) ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โดยจัดส่งทีมสหวิชาชีพจากโรงพยาบาลศรีธัญญา ศูนย์สุขภาพจิตที่ 4 สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ และกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต รวมทั้งสิ้น 82 คน ลงพื้นที่ให้การปฐมพยาบาลด้านจิตใจและประเมินภาวะสุขภาพจิตแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 3 จุด ได้แก่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี, โรงเรียนชาญรัตน์วิทยา และโรงพยาบาลบางใหญ่ จ.นนทบุรี

โดยให้การดูแลนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามฟื้นฟูสุขภาพจิตทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง เพื่อลดผลกระทบทางจิตใจและสนับสนุนให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุว่า ได้กำหนดแผนการดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบตามระดับความใกล้ชิดกับเหตุการณ์ ได้แก่

  • กลุ่ม A ผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต

  • กลุ่ม B ผู้ได้รับบาดเจ็บ ญาติ นักเรียนและบุคลากรที่อยู่ในเหตุการณ์

  • กลุ่ม C ผู้ปกครอง นักเรียน บุคลากรของโรงเรียน

  • กลุ่ม D ประชาชนทั่วไปที่รับรู้เหตุการณ์

สำหรับระยะสั้นภายใน 1–14 วัน ทีม MCATT จะลงพื้นที่ให้การปฐมพยาบาลด้านจิตใจ ประเมินภาวะเสี่ยง จัดกิจกรรมเยียวยาสำหรับนักเรียน ครู และผู้ปกครองเมื่อสามารถกลับเข้าสู่โรงเรียนได้ พร้อมติดตามครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิดและจัดทำแผนการดูแลรายครอบครัว

ระยะกลางในช่วง 2–12 สัปดาห์ จะติดตามผลและฟื้นฟูสุขภาพจิตรายบุคคลและรายครอบครัว เฝ้าระวังภาวะผิดปกติหลังเผชิญเหตุสะเทือนขวัญ ส่งต่อผู้ที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ระบบการรักษา และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจ (Community Resilience) ให้แก่ครู บุคลากร และนักเรียน โดยขอความร่วมมือผู้ปกครองและครูดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด จำกัดการรับชมหรือการส่งต่อภาพและคลิปเหตุการณ์รุนแรง เปิดโอกาสให้เด็กได้ระบายความรู้สึก รับฟังด้วยความเข้าใจ ไม่เร่งซักถามหรือให้เล่าเหตุการณ์ซ้ำ ๆ พร้อมช่วยให้เด็กค่อย ๆ กลับเข้าสู่กิจวัตรประจำวันตามความเหมาะสม

พร้อมสังเกตอาการผิดปกติ เช่น หวาดกลัว นอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือไม่ยอมไปโรงเรียน หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์ หรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการประเมินจากบุคลากรสาธารณสุขหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต และสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกรมสุขภาพจิตพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อติดตามดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องและสนับสนุนการฟื้นฟูสุขภาพจิตอย่างเหมาะสม

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active