เยาวชน สตรีมุสลิม กับความหวังส่งต่อพลังผู้หญิงเข้าไปร่วมสร้างชุมชนมุสลิมให้เข้มแข็ง เน้นย้ำ ศักยภาพมลายูปาตานี มีอยู่ในผู้คน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ที่ต้องกล้าคิด กล้าลงมือทำ กล้ายืนหยัดในบทบาทของตนเอง เพื่อจุดมุ่งหวังสู่สันติภาพที่แท้จริง
“มุสลิมะฮ์ มลายูรายา 2026” ชูพลังแห่งสตรีมลายู กิจกรรมที่เปลี่ยนพื้นที่หาดวาสุกรี อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ในวันนี้ (24 มี.ค. 69) ให้เต็มไปด้วยเยาวชน และสตรีมุสลิม รวมตัวกันสวมเสื้อผ้ามลายูสีสันสดใส
นูรุลชูดา มะสา ประธานคณะจัดงานมลายูรายา 2026 (ฝ่ายสตรี) เปิดเผยว่า ในอดีตผู้หญิงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจมีบทบาทในสังคมไม่มากนัก แต่ปัจจุบันขีดความสามารถของผู้หญิงถูกเผยออกมาในหลายบริบท และมีบทบาทมากขึ้น ในเกือบทุกอาชีพ
เป้าหมายของงานปีนี้ ต้องการส่งต่อพลังของผู้หญิง ให้เข้าไปมีบทบาทร่วมสร้างชุมชนมุสลิมให้เข้มแข็ง

ขณะที่แถลงการณ์ มลายูรายา 2026 ย้ำว่า ภายใต้ห้วงเวลาที่สังคมกำลังก้าวผ่านการเปลี่ยนผ่าน ท่ามกลางบริบทความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในปาตานี สิ่งจำเป็นยิ่งไม่ใช่เพียงการตั้งรับ แต่คือการยืนอยู่บนความเป็นเอกภาพของชาวมลายูปาตานีเอง เพราะทุกความเปลี่ยนแปลงนำมาซึ่งความท้าทายใหม่เสมอ และในโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง การเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งความคิด ความรู้ และพลังทางสังคม จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่คือเงื่อนไขสำคัญของการดำรงอยู่ในฐานะตัวตนของชาวมลายูปาตานี
มลายูรายา ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงวันแห่งการเฉลิมฉลองตามหลักอิสลาม แต่คือ “ช่วงเวลาแห่งการทบทวนตัวเอง” ว่าท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ความกดทับ และความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ในสังคม เราจำเป็นต้องกลับมาถามตัวเองอีกครั้งว่า เรายืนอยู่ตรงไหน ในฐานะ “ผู้เป็นรากของมาตุภูมินี้”

แถลงการณ์ ยังย้ำถึงคำถามสำคัญที่ไม่ใช่ “เราถูกกดทับอย่างไร” หากคือ “เราจะลุกขึ้นอย่างไร” เพราะศักยภาพของมลายูปาตานี มีอยู่แล้วในผู้คน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ และความกล้าหาญ แต่ทั้งหมดจะไร้ความหมาย หากเราไม่กล้าคิด ไม่กล้าลงมือทำ และไม่กล้ายืนหยัดในบทบาทของตนต่อมาตุภูมิ
มลายูรายาจึงขอเรียกร้องอย่างมีส่วนร่วมต่อสังคมมลายูปาตานีว่า
- ให้ร่วมกันยกระดับการพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างมีคุณภาพ ผ่านกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง อันเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสังคมปาตานีอย่างยั่งยืน
- ขอให้สังคมยืนยันร่วมกันว่า เราคือเจ้าของชีวิต เจ้าของเสียง และเจ้าของอนาคตของเราเอง เพื่อกำหนดทิศทางสังคมของเราอย่างมีศักดิ์ศรี
- ให้สังคมตระหนักร่วมกันว่า ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลาย สิ่งที่ยึดโยง เราคือเจตจำนงอัน เป็นหนึ่งเดียว และความมุ่งมั่นในการดำรงไว้ซึ่งสันติภาพที่แท้จริง






