เดินหน้า ขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์  จัดทำฐานข้อมูลสำคัญ เคลื่อนนโยบายคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิต  

เปิดขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ ถึง 27 ส.ค. นี้ ก่อนเลือกประธาน-สมาชิก สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ฯ พร้อมสรรหาผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ 9 คน เป็น กก.ผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้คณะกรรมการคุ้มครองฯ ครบองค์ประกอบ ด้าน ผอ. ศมส.  เผย การขึ้นทะเบียนควบคู่การทำฐานข้อมูลเพื่อประกอบการจัดทำและตัดสินใจทางนโยบาย คุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตชาติพันธุ์ให้ครอบคลุม 

ล่าสุดวานนี้ (31 ก.ค.69) ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ( องค์การมหาชน) ในฐานะฝ่ายเลขาคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์  ได้ออกประกาศบัญชีรายชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ และกำหนดระยะเวลาการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้การดำเนินการเลือกสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 เป็นไปตามหลักการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่มชาติพันธุ์อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

โดยกำหนดระยะเวลาการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ถึง วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569  ผ่านช่องทาง 👉 การขึ้นทะเบียน  

โดยประกาศบัญชีรายชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย และกำหนดระยะเวลาการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ประกาศศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ระบุสาระสำคัญ ว่า การประกาศรายชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ และกำหนดระยะเวลาการยื่นคำขอ ขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้การดำเนินการเลือกสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ แห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นไปตามหลักการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่มชาติพันธุ์อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 8 ของประกาศกระทรวงวัฒนธรรม เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการ ขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ การกำหนดจำนวน การเลือก และการถอดถอนสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2569 และมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ.2568 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จึงออกประกาศบัญชีรายชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ และกำหนดระยะเวลาการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้กลุ่มชาติพันธุ์ตามบัญชีรายชื่อแนบท้ายประกาศฉบับนี้ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่สามารถ ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ ตามความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 

ข้อ 2 กำหนดระยะเวลาการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569 

ข้อ 3 ให้กลุ่มชาติพันธุ์ที่ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนตามข้อ 1 จัดประชุมกลุ่มชาติพันธุ์และมีมติมอบหมายผู้แทนดำเนินการขึ้นทะเบียน โดยต้องมีหนังสือรับรองมติการมอบหมายผู้แทนตามแบบที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) กำหนด ประกอบการยื่นขอขึ้นทะเบียน

ข้อ 4  การยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ให้ผู้แทนที่ได้รับมอบหมายยื่นคำขอตามแบบที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) กำหนด พร้อมแนบข้อมูลดังต่อไปนี้

  • ข้อมูลประวัติศาสตร์ความเป็นมาของกลุ่มชาติพันธุ์
  • ข้อมูลด้านวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์
  • ข้อมูลชุมชนและจำนวนประชากรของกลุ่มชาติพันธุ์

ข้อ 5 ให้กลุ่มชาติพันธุ์ที่ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนตามข้อ 1 ยื่นคำขอผ่านระบบขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ได้ที่  https://ethnicity.sac.or.th/ethnic-reg  ภายในระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2 

เดินหน้าตั้งสภาคุ้มครองฯ  ส่วนร่วมชาติพันธุ์ สู่การกำหนดนโยบายที่ตอบโจทย์ 

อภินันท์ ธรรมเสนา ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารสังคมและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร( องค์การมหาชน ) กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ มีความสำคัญอย่างมาก บนหลักการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่มชาติพันธุ์อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ซึ่งเมื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนจนถึงวันที่ 27 สิงหาคม  จากนั้นจะเดินหน้าเลือกสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ แห่งประเทศไทย จากแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ที่ขึ้นทะเบียนไว้ กับ ศมส. เลือกกันเอง กลุ่มละไม่เกิน  5 คน  รวมแล้วทั้งหมดไม่เกิน 300 คน 

โดยสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์  คือ กลไกที่กฎหมายกำหนดขึ้นให้เป็นพื้นที่กลางของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยได้เข้ามามีส่วนร่วมกำหนดนโยบายคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ 3 ประการ

1. เป็นผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ ทำหน้าที่ส่วนร่วมกำหนดนโยบายและมาตรการระดับชาติ  ผ่านตัวแทนที่ได้รับคัดเลือกเข้าไปเป็นกรรมการผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์  9 คน ในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ (บอร์ดชาติ) ทำให้คณะกรรมการคุ้มครองฯ ครบองค์ประกอบ เดินหน้ากำหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหาและคุ้มครองส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ให้ครอบคลุม

2. ศูนย์ประสานงาน  แลกเปลี่ยนเรียนรู้รับฟังปัญหาและประสานงานรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐหรือเอกชน

3. กลไกเสริมศักยภาพ  ส่งเสริมทุนวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธ์ุในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจวัฒนธรรม

ขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ ควบคู่จัดทำฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ทุกมิติ วางเป้าสู่ DATA สำคัญ เพื่อจัดทำและประกอบการตัดสินใจทางนโยบายกลุ่มชาติพันธุ์ 

ผศ.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง  ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินธร เดินหน้าจัดตั้งฐานข้อมูลชาติพันธุ์ขึ้นมา โดยเป็นการพัฒนาเก็บข้อมูลของกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ใช่แค่จำนวนกลุ่ม ตัวเลขประชากรกลุ่มชาติพันธ์ุเท่านั้น แต่จะเก็บข้อมูลในทุกมิติ เช่น ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม  วิถีชีวิต ความเป็นอยู่  สุขภาวะ การศึกษา เพื่อให้มีศักดิ์ศรีและมีสิทธิเทียบเท่ากับกลุ่มอื่น ๆในประเทศไทย เพราะฉะนั้นศูนย์ข้อมูลนี้ จะเป็นศูนย์กลางการเก็บข้อมูลของกลุ่มชาติพันธ์ุที่เดียวในประเทศไทย ขณะเดียวกัน ก็จะเป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้มาร่วมนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิตและรับรองสิทธิต่าง ๆ ของกลุ่มชาติพันธ์ไปด้วยกัน

“ศมส.ได้ขอความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยว เพื่อเก็บข้อมูลกับกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงอื่น ๆ ที่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการเชื่อมต่อข้อมูลซึ่งกันและกัน เพื่อให้ข้อมูลทั้งหมดมารวมอยู่ที่เดียวกัน ในการที่จะนำไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายต่าง ๆ ได้ เพราะหากเราไม่มีข้อมูลรอบด้านและครบถ้วน การตัดสินใจเชิงนโยบาย อาจจะไม่ได้สามารถนำไปใช้ได้จริงและตอบสนองความต้องการของพี่น้องชาติพันธุ์ได้อย่างแท้จริง”  ผศ. แพร กล่าว

โดยหวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้ จะเป็นข้อมูลกลาง ข้อมูลสำคัญ ให้คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ นำฐานข้อมูลนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย หรือหากมีองค์กรต่างประเทศสอบถามในประเด็นของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆในประเทศไทย ฐานข้อมูลในนี้ ก็จะเป็นฐานข้อมูลกลางของประเทศ ที่สามารถนำไปตอบประเด็นปัญหา ประเด็นการพัฒนาของระดับนานาชาติได้ด้วย

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active