‘กระจกเงา’ จี้ ออกแบบ งาน-ที่พัก หลัง กทม. จัดระเบียบ ‘คนไร้บ้าน’ หวั่นซ้ำรอยปัญหาเก่า

เสนอทบทวนข้อจำกัดสถานที่รองรับ จัดหางานสอดคล้องสภาพชีวิตคนไร้บ้าน ย้ำ รัฐพัฒนาที่พักหลายรูปแบบ ราคาประหยัด สำหรับผู้เริ่มทำงาน ที่พักระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ที่ไม่สามารถดำรงชีวิตโดยลำพัง จัดระบบติดตาม ลดอุปสรรคการทำงาน ป้องกันไม่ให้กลับไปใช้ชีวิตไร้บ้านอีก ขณะที่ ‘ผู้ว่าฯ ชัชชาติ’ ย้ำ ใช้หลักสมัครใจ ควบคู่จัดระเบียบพื้นที่สาธารณะ พร้อมเชื่อมต่อบริการสุขภาพ สวัสดิการ โอกาสด้านอาชีพ

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2569 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของศูนย์ลงทะเบียน คัดกรอง และส่งต่อเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในเกาะรัตนโกสินทร์ บริเวณตรอกสาเก เขตพระนคร เพื่อเข้าถึงและประเมินความต้องการของคนไร้ที่พึ่งเป็นรายบุคคล

การดำเนินงานใช้แนวทาง “ชวน ไม่บังคับ ดูแล ไม่ทอดทิ้ง” โดยเจ้าหน้าที่พูดคุย รับฟัง และประเมินปัญหาด้านสังคม สุขภาพกาย และสุขภาพจิต ก่อนประสานความช่วยเหลือให้เหมาะสมกับแต่ละคน ภายใต้หลักการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

สำหรับผู้ที่สมัครใจเข้ารับการดูแล กทม. จะประสานส่งต่อไปยัง “บ้านอิ่มใจ” เพื่อรับบริการด้านที่พัก สวัสดิการ สุขภาพ สุขอนามัย และการเข้าถึงสิทธิ ตลอดจนพัฒนาทักษะอาชีพและส่งเสริมการมีรายได้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถกลับมาพึ่งพาตนเองได้

ผู้ว่าฯ กทม. ย้ำว่าหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาคนไร้บ้านในระยะยาว คือ การสร้างโอกาสให้มีงานทำ แต่ยอมรับว่าการจัดหางานไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากแต่ละคนมีพื้นฐานชีวิต ความต้องการ และความพร้อมแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนหาโอกาสที่เหมาะสม

กทม. อยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสทั้งการจ้างงานระยะสั้นและการเชื่อมต่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยพิจารณาความพร้อมของผู้รับบริการควบคู่กับข้อจำกัดด้านงบประมาณภาครัฐ

ด้านการดูแลสุขภาพ มีทีมแพทย์ พยาบาล และทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT ร่วมประเมินผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบบริการ โดยเฉพาะผู้มีปัญหาสุขภาพจิตร่วมกับการใช้สารเสพติด ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ขณะลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของศูนย์ลงทะเบียน คัดกรองฯ

ขณะเดียวกัน กทม. จะจัดการพื้นที่สาธารณะให้สะอาดและเป็นระเบียบ โดยไม่มุ่งเพียงเคลื่อนย้ายคนไร้ที่พึ่งไปยังพื้นที่อื่น พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้ประสงค์บริจาคอาหารส่งต่อผ่านบ้านอิ่มใจ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นระบบและลดปัญหาขยะในพื้นที่

สำหรับผลการดำเนินงานสะสมระหว่างวันที่ 27–30 ส.ค. 2569 มีผู้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองและระบบช่วยเหลือ 82 คน และได้รับการประสานส่งต่อไปยังบ้านอิ่มใจ 24 คน แบ่งเป็นชาย 18 คน และหญิง 6 คน ส่วนวันที่ 30 ส.ค. ณ เวลา 22.00 น. มีผู้ได้รับการคัดกรอง 9 คน และส่งต่อบ้านอิ่มใจ 3 คน

ภารกิจดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานของ กทม. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตำรวจ ทหาร กองอาสารักษาดินแดน กรมสุขภาพจิต กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

‘กระจกเงา’ ชี้ งานต้องมั่นคง สอดคล้องชีวิตจริง

ด้าน มูลนิธิกระจกเงา โพสต์ข้อเสนอถึง กทม. และหน่วยงานภาครัฐ โดยระบุว่าไม่ได้ขัดขวางการจัดระเบียบพื้นที่ แต่ต้องการให้พิจารณาว่ามาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับสภาพปัญหาและนำไปสู่ผลลัพธ์ระยะยาวหรือไม่

ระบุว่า คนไร้บ้านจำนวนมากเข้าสู่ภาวะไร้ที่อยู่อาศัยจากการตกงาน ความสูงอายุ ความเจ็บป่วย ความพิการ รวมถึงปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิต หลายคนเคยเป็นแรงงานทักษะต่ำหรือมีรายได้ระดับค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ไม่มีเงินสะสมและกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ยาก

ข้อเสนอสำคัญ คือ การจัดหางานที่ต่อเนื่อง มั่นคง และมีรายได้เพียงพอต่อค่าอาหาร ที่พัก และการออม โดยต้องออกแบบให้เหมาะกับอายุ สุขภาพ ทักษะ และข้อจำกัดของแต่ละคน ไม่ใช่เพียงจัดฝึกอาชีพที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด หรือส่งไปสมัครงานโดยไม่มีระบบสนับสนุนต่อเนื่อง

มูลนิธิฯ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความพร้อมของบ้านอิ่มใจ โดยระบุว่าสามารถรองรับชายและหญิงได้กลุ่มละ 100 คน ขณะที่จำนวนคนไร้บ้านในย่านราชดำเนินและบริเวณใกล้เคียงมีประมาณ 250 คน และมีผู้ชายมากกว่าผู้หญิง นอกจากนี้ โครงสร้างอาคารบางส่วนอาจไม่เอื้อต่อผู้สูงอายุและผู้พิการที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว

สำหรับสถานคุ้มครองของ พม. มูลนิธิฯ อ้างว่าหลายแห่งมีผู้ใช้บริการเกินศักยภาพและมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ รวมถึงการจัดบริการให้เหมาะกับผู้รับบริการซึ่งมีความต้องการแตกต่างกัน จึงควรประเมินความพร้อมก่อนส่งต่อ

มูลนิธิกระจกเงา ยังเสนอให้รัฐพัฒนาที่พักหลายรูปแบบ ทั้งที่พักระยะเปลี่ยนผ่าน ที่พักราคาประหยัดสำหรับผู้เริ่มทำงาน และที่พักระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ที่ไม่สามารถดำรงชีวิตโดยลำพัง พร้อมจัดระบบติดตามและช่วยลดอุปสรรคต่อการทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับบริการกลับไปใช้ชีวิตไร้บ้านอีก

ทั้งนี้ ผู้สมัครใจเข้าบ้านอิ่มใจ ที่มูลนิธิกระจกเงา ระบุว่า 12 คน ถือว่าแตกต่างจากรายงานผลสะสมของ กทม. ซึ่งระบุว่ามีผู้ได้รับการส่งต่อ 24 คน ในช่วงวันที่ 27–30 ส.ค. ที่ผ่านมา และ 3 คนเฉพาะคืนวันที่ 30 ส.ค. จึงอาจเป็นข้อมูลคนละช่วงเวลาหรือใช้เกณฑ์การนับต่างกัน

Author

AUTHOR

Orranee