#นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ ปรากฏการณ์ชั่วข้ามคืน

จากความผิดปกติในการนับคะแนน สู่ปรากฏการณ์เขต 7 ปทุมธานี ตอกย้ำความสำคัญพลังประชาชน รวบรวมกรณีที่มีการทักท้วง แล้วนำไปสู่การนับคะแนนใหม่

การเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 พิสูจน์การทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกครั้ง เมื่อการนับคะแนนมีรายงานพบพิรุธข้อสงสัยหลั่งไหลเข้ามาไม่น้อย จนบางพื้นที่ถูกประท้วงวุ่นต้องมีการนับคะแนนใหม่ แม้ไม่ได้ทำให้ลำดับของผู้ชนะการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลง เพราะเปลี่ยนเพียงคะแนนของผู้สมัครในหน่วยเลือกตั้งนั้น ๆ แต่ก็สะท้อนถึงความสำคัญของการจับตาของอาสาสมัครที่เฝ้าการนับคะแนน ที่ประชาชนทวงคืนเสียงของตัวเองได้

The Active รวบรวมการรายงานความผิดปกติจากประชาชนที่ได้พบในการนับคะแนนเลือกตั้งหลายกรณี บางกรณีมีการทักท้วงและได้แก้ไข ขณะที่บางกรณียังถูกปล่อยผ่านไม่แก้ไขหรือชี้แจงต่อประชาชน

ไม่นับคะแนน-บวกเลขผิด-ขีดคะแนนเพิ่มเอง สารพัดความผิดปกตินับคะแนน

ตลอดคืนที่ผ่านมา มีรายงานความผิดปกติในหลายพื้นที่จากประชาชนที่เฝ้าติดตามการนับคะแนน เช่น กรณีเขียนคะแนนรวมผิดที่หน่วยเลือกตั้งในเขต 7 จ.ชลบุรี พบว่าคะแนนรวมของผู้สมัครพรรคประชาชนมีการเขียนคะแนนรวมผิดไปจากการขีดนับคะแนน โดยช่องทำเครื่องหมายนับคะแนนถูกขีดเต็มไปมากกว่า 2 บรรทัด ซึ่งตารางขีดนับคะแนนออกแบบให้ 1 ช่องขีด 5 คะแนน โดย 1 บรรทัดมี 10 ช่อง ผลรวมจึงควรอยู่ที่ 230 คะแนน แต่เจ้าหน้าที่เขียนเป็น 130 คะแนน

หน่วยเลือกตั้งในเขต 2 จ.ราชบุรี มีหน่วยเลือกตั้งที่เขียนในใบสรุปคะแนนผิดพลาดในส่วนของพรรคประชาชน ที่การขีดคะแนนมี 90 คะแนน แต่ใบสรุปคะแนนเขียน 0 คะแนน

กรณี เจ้าหน้าที่ไม่นับคะแนน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนหนึ่งในเขต 10 จ.ขอนแก่น รายงานว่าได้เฝ้าสังเกตการณ์การนับคะแนนตั้งแต่ 17.00 น. จนถึงเวลา 02.00 น. ก็ยังไม่มีการนับและถูกไล่ให้กลับบ้าน แต่พบว่ามีคะแนนถูกส่งไปตามระบบขึ้นแสดงผลหน้าเว็บไซต์ กกต. แล้ว แม้ว่าที่หน่วยไม่มีการเขียนคะแนนเลย เมื่อทักท้วงเจ้าหน้าที่ก็ไม่นับใหม่ และไม่มีการชี้แจงต่อประชาชนแต่อย่างใด 

ทั้งยังรายงานความผิดปกติและไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่หลายประเด็น เช่น การกั้นเชือกขวางไม่ให้ประชาชนเข้าไปลงประชามติ จนต้องท้วงหลายครั้งจึงแก้ไขในช่วงบ่าย นอกจากนี้ยังถามไปถึงผู้สมัครทุกรายในเขตที่ไม่มีใครมาร่วมสังเกตการณ์เลยแม้แต่คนเดียว ขณะที่มีผู้แสดงความเห็นในโซเชียลมีเดียอ้างว่าถูกห้ามไม่ให้ถ่ายรูปป้ายคะแนน และมีกรณีการทำร้ายร่างกาย ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากฝ่ายใด

กรณีขีดคะแนนเพิ่มเองที่หน่วยเลือกตั้งในเขต 2 จ.นนทบุรี ผู้สังเกตการณ์บันทึกวิดีโอพบว่า เมื่อขานคะแนน 1 บัตร เจ้าหน้าที่กลับขีดคะแนนบนกระดานเบิ้ล 2 ครั้งหลายรอบ แม้จะมีการทักท้วงแต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าได้รับการอบรมมาให้ขีดคะแนนเช่นนี้ ขณะที่การขานคะแนนก็ไม่ได้โชว์บัตรให้ประชาชนดู ทางด้านประธานหน่วยเลือกตั้งแจ้งต่อประชาชนว่าจะต้องนับคะแนนใหม่ที่สถานที่ส่งหีบ แต่เมื่อมีการรีเช็กที่หน่วยในเบื้องต้น พบว่ารอบแรกมีคะแนนเกินมา 130 คะแนน จึงรีเช็กรอบที่ 2 ก็ได้ตัวเลขที่ตรงกันในที่สุด

นอกจากนี้ผู้สังเกตการณ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงการไม่ติดบัตรเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการหน่วยเลือกตั้งอีกด้วย

กรณีไม่แสดงบัตรลงคะแนนต่อประชาชน และปกปิดการขีดคะแนน พบได้อีกหลายพื้นที่

แม้ว่า กกต.จะออกหนังสือถึง กกต.จังหวัดทุกแห่ง ว่าต้องให้ความร่วมมือแก่ประชาชนผู้สังเกตการณ์ สามารถจดบันทึก ถ่ายภาพหรือวิดีโอ สอบถามเจ้าหน้าที่ และยืนยันว่าทักท้วงได้ แต่ก็ผู้สังเกตการณ์ระบุว่าเจ้าหน้าที่ไม่ให้ความร่วมมืออีกหลายพื้นที่

ปรากฏการณ์เขต 7 ปทุมธานี สู้จนได้นับคะแนนใหม่

ถือเป็นปรากฏการณ์การต่อสู้ของประชาชน สำหรับหน่วยเลือกตั้งในเขต 7 จ.ปทุมธานี ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จ.ปทุมธานี เริ่มจากเวลาราว 20.00 – 21.00 น. เจ้าหน้าที่ได้กีดกันพื้นที่ไม่ให้ประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนในอาคารหอประชุมของมหาวิทยาลัย ตัวแทนประชาชนและนักศึกษาเล่าว่า เจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นการรบกวนการปฏิบัติงาน มีการนำถุงดำและผ้าปิดคลุมกล้องวงจรปิดในพื้นที่ โดยอ้างว่ากล้องวงจรปิดเสีย จนเกิดการพิพาทกันทำให้ประชาชนมารวมตัวกันมากขึ้น

กระทั่งการนับคะแนนเสร็จสิ้นอย่างไร้การสังเกตการณ์ของประชาชน ยิ่งทวีความกังวลในความไม่โปร่งใสของผลคะแนน จึงเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ไปยัง กกต.จังหวัดปทุมธานี

เพียร มารศรี หัวหน้างานกลุ่มงานสืบสวนและสอบสวนพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดปทุมธานี ออกมาชี้แจงว่า กกต.จังหวัดปทุมธานี ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจให้นับคะแนนใหม่ ทำได้เพียงรวบรวมข้อเท็จจริงส่งให้ กกต.กลาง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสั่งการ ให้ประชาชนเขียนคำร้องไว้

คำชี้แจงนี้สร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนและนักศึกษาจึงยังคงปักหลักประท้วง หลังถกเถียงไปกว่า 6 ชั่วโมง เวลาประมาณ 02.00 น. กกต. ก็ยินยอมให้นับคะแนนใหม่เฉพาะบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ไม่ได้นับต่อหน้าประชาชน แต่เจ้าหน้าที่บางส่วนกลับบ้านไปแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เหลืออยู่ต้องขอแรงอาสาสมัครประชาชนมาช่วยในการนับคะแนน เริ่มเวลา 03.40 น. จนเสร็จสิ้นเวลา 09.00 น. ผลการนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต-นอกราชอาณาจักรรอบใหม่ ผู้สมัครจากพรรคประชาชนมีคะแนนมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากการนับครั้งแรก เช่นเดียวกับผู้สมัครรายอื่นที่มีคะแนนเปลี่ยนแปลงด้วย หลายคนมีคะแนนมากกว่าการนับรอบแรก

เหตุการณ์นี้ทำให้ประชาชนยิ่งตั้งข้อสงสัยต่อผลคะแนนในหน่วยเลือกตั้งอื่น จนเกิดเป็นการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศผ่าน #นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ ในเช้าวันนี้

ต่อมาเวลา 15.00 น. กกต. แถลงถึงกรณีการนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี ว่าไม่ได้ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ส่วนกระแสข่าวว่าผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งในการนับรอบแรก พอนับรอบ 2 ผู้สมัครพรรคประชาชนมีคะแนนมากกว่านั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

สอดคล้องกับคำอธิบายของ ธันยนันท์ ไพบูลย์สุข ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 7 พรรคประชาชน ที่ออกมาอธิบายรายละเอียดดังกล่าวก่อนแล้ว ตั้งแต่เวลา 10.39 น. เนื่องจากเข้าร่วมสังเกตการณ์ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยว่า ความต่างของการนับคะแนนโดยไม่มีประชาชนสังเกตการณ์ กับการนับโดยมีประชาชนร่วมสังเกตการณ์หลังการทักท้วงนั้น มีจุดที่ไม่ตรงกันเพียงหลักหน่วย ทำให้คะแนนทั้ง 2 รอบมีความใกล้เคียงกัน ผู้สังเกตการณ์จึงเห็นชอบและไม่ได้ร้องแย้งเพิ่มเติม

บางหน่วยนับใหม่ ผลคะแนนเปลี่ยน

นอกจากเขต 7 จ.ปทุมธานี แล้วยังมีบางหน่วยที่นับคะแนนใหม่ แล้วพบว่ามีผลรวมคะแนนที่เปลี่ยนไป เช่น เขต 3 จ.ขอนแก่น ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ผู้สมัครเขต 3 จ.ขอนแก่น พรรคประชาชน ชี้ความผิดปกติของผลคะแนนเขตนี้ว่ามีหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคะแนนรวมของผู้สมัครเบอร์ 1, 3, 4 ได้มากกว่าที่เจ้าหน้าที่เขียนบนบอร์ด, คะแนนรวมของผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยที่พุ่งไปเกือบหมื่นคะแนน ทั้งที่การนับจำนวนบัตรทั้งหมดไป 63% พรรคภูมิใจไทยมีอยู่ 947 คะแนน และผู้สมัครอื่นส่วนใหญ่ไม่ถึง 10 คะแนน, บอร์ดแสดงคะแนนไม่ระบุจำนวนผู้มาใช้สิทธิ จำนวนบัตรดี บัตรเสีย

หลังจากมีการทักท้วงทำให้มีการนับคะแนนใหม่ โดยผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยจากเดิมที่มี 9,890 คะแนน นับใหม่ได้เพียง 989 คะแนน โดยผู้สมัครพรรคกล้าธรรมยังเป็นผู้ชนะตามการนับคะแนนรอบแรกเช่นเดิม อย่างไรก็ตามเขต 3 จ.ขอนแก่น ก็ยังไม่ระบุจำนวนผู้มาใช้สิทธิและบัตรดี บัตรเสีย

แห่รายงานความผิดปกติ พบปัญหานับคะแนนมากสุด

Vote62 เปิดให้ประชาชนร่วมรายงานความผิดปกติในการเลือกตั้งและการนับคะแนนในครั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 9 ก.พ. 69 เวลา 16.00 น. มีรายงานความผิดปกติในระบบ 4,956 รายงานใน 3,545 หน่วยเลือกตั้ง โดยอาสาสมัครที่มียอดลงทะเบียน 24,325 คน โดย 1 รายงานสามารถแจ้งความผิดปกติได้หลายด้าน พบว่าเกี่ยวกับความผิดปกติในการนับคะแนนมากที่สุดถึง 4,229 รายงาน เช่น คะแนนไม่ตรงกัน บัตรเขย่ง รวมคะแนนผิด ขานเบอร์ผิด ขีดคะแนนผิด เป็นต้น

รองลงมาคือการพบความผิดปกติหลังปิดหีบ 969 รายงาน เช่น เจ้าหน้าที่เก็บใบรายงานผลการนับคะแนนเร็วเกินไปทำให้ถ่ายไม่ทัน เจ้าหน้าที่ไม่ปิดประกาศใบรายงานผลการนับคะแนน เจ้าหน้าที่ไม่ให้ถ่ายภาพ/วิดีโอระหว่างนับคะแนน เป็นต้น

แล้วยังพบความผิดปกติที่หน่วยเลือกตั้งอีก 769 รายงาน เช่น กระดานแนะนำผู้สมัคร/พรรคข้อมูลไม่ครบ หรือให้ข้อมูลผิด สถานที่เลือกตั้งและออกเสียงประชามติในเว็บไซต์ของกรมการปกครองไม่ตรงกับสถานที่จริง ไปใช้สิทธิแต่ไม่พบชื่อ 

ซึ่งมีสถิติการรายงานความผิดปกติการเลือกตั้ง 8 ก.พ. มีจำนวนมากกว่าการเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. ถึง 4.8 เท่า อย่างไรก็ตาม นับว่าจำนวนอาสาสมัครยังไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับจำนวนหน่วยเลือกตั้งเกือบ 100,000 หน่วย และมี 18 จังหวัดที่มีสัดส่วนอาสาสมัครต่อความต้องการ น้อยกว่า 3% ที่ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จากกรณีปัญหาที่หน่วยเลือกตั้ง ยิ่งตอกย้ำว่าการมีประชาชนเฝ้าจับตาสังเกตการณ์ที่หน่วยเลือกตั้งนั้นมีความสำคัญยิ่ง หลายกรณีได้รับการตรวจสอบแก้ไข เพราะประชาชนทักท้วงให้เกิดความถูกต้อง แต่ยังมีอีกมากที่ความผิดพลาดอาจถูกละเลยปล่อยผ่านไร้คนจับตา ซึ่งยังมีช่องทางในการร้องเรียนผลการเลือกตั้งต่อ กกต. ได้ภายใน 30 วัน หลังประกาศผล นับเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ในฐานะประชาชนคนธรรมดา เพื่อประชาธิปไตยที่โปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active