ครป. เชื่อ โกงเลือกตั้งเป็นระบบ ร้องนับคะแนนใหม่เขตที่พบหลักฐานความไม่โปร่งใส

ชี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ หากนับใหม่ได้คะแนนไม่เหมือนเดิม จี้ กกต.สืบสวนปมจ่ายเงินซื้อเสียง ทุจริตเลือกตั้ง ตามที่พบหลักฐานในหลายพื้นที่อย่างเร่งด่วน พร้อมเสนอให้ศึกษาการเลือกตั้งโดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต ลดค่าใช้จ่าย ลดเสี่ยงทุจริต

วันนี้ (11 ก.พ. 69) ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ระบุขอบคุณประชาชนคนไทย ที่ออกมาสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ผ่านการเห็นชอบประชามติ โดยยืนยันเจตจำนงประชาชนที่จะมีผลผูกพันต่อรัฐบาล และรัฐสภาต่อไป ในการดำเนินการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งสะท้อนผ่านผลการประชามติที่นับคะแนนแล้ว 93.93% พบว่า เห็นชอบ 65.44% หรือ 19,978,736 เสียงประชาชน

ขณะเดียวกันยังย้ำถึงปัญหาการเลือกตั้งรอบนี้ ที่มีประชาชนร้องเรียน กกต.ต่อการจัดการเลือกตั้ง เช่น

  1. การจัดการเลือกตั้งทั่วไปและการประชามติการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ มีการจัดโต๊ะแยกภายในหน่วยเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่ได้ใช้สิทธิ์ประชามติต่อโดยเจ้าหน้าที่หลายหน่วยไม่ได้แจ้งให้ไปประชามติต่อ หลายหน่วยปล่อยให้ประชาชนเดินออกไปก่อนด้วยความเข้าใจผิด ทำให้ตัวเลขคนมาเลือกตั้งและประชามติไม่เท่ากัน

  2. การเลือกตั้ง สส.เขตและบัญชีรายชื่อ มีการจ่ายเงินซื้อเสียงจำนวนมากในหลายพื้นที่ หลายพื้นที่พรรคใหญ่ทุ่มไม่อั้น ตามพยานหลักฐานที่มีการจ่ายเงิน ซึ่งอาจนำไปสู่การให้ใบเหลืองและใบแดงต่อไป

  3. มีการหาเสียงหลัง 18:00 น. ก่อนวันเลือกตั้งทั่วไป 1 วันตามประกาศ กกต. ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะกลไกของมหาดไทย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม.

  4. คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในบางพื้นที่ไม่ยอมให้ผู้มาสังเกตการณ์เลือกตั้งถ่ายภาพและคลิปวิดีโอตอนนับคะแนน ทำให้การนับคะแนนมีพิรุธหลายพื้นที่เขตเลือกตั้ง

  5. พบการนับบัตรเสียจำนวนมากไม่เป็นไปตามที่ กกต.ประกาศ กปน.มีการโกงการนับคะแนนและช่วยเหลือผู้สมัครบางพรรคการเมือง ทั้งรูปแบบการเขียนคะแนนแบบปกปิด การตั้งใจเขียนคะแนนที่ 6 โดยการวงกลมแต่เวลานับคะแนนนับแค่ 5 ทำให้ผลการเลือกตั้งเป็นเท็จ

  6. การนับคะแนนในบางหน่วยไฟดับ บางหน่วยไม่ให้ดูการนับคะแนน บางหน่วยเอาถุงดำคลุมกล้องวงจรปิด บางหน่วยนับคะแนนผิดแต่ไม่แก้ไข บางหน่วยไม่โชว์บัตรให้ประชาชนดู บางหน่วยเขียนคะแนนไม่ตรงกับการประกาศ

  7. จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง จำนวนบัตรดี ไม่ตรงกับผลการนับคะแนนผู้สมัครรับเลือกตั้งในหลายพื้นที่ มีบัตรเขย่งและมีการร้องว่ามีการตั้งใจนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าผิดโดยใช้การโยกคะแนน รวมถึงมีผู้สมัคร สส.บางพรรคลงคะแนนให้พรรคเล็กแต่ไม่พบคะแนนของพรรคตนหลังนับคะแนนในหน่วยการเลือกตั้งเสร็จ

สำหรับข้อสังเกตการเลือกตั้งนั้นพบว่า

  1. มีการโกงเลือกตั้งกันอย่างมโหฬารทั้งประเทศ ไม่ต่างจากการเลือกตั้งในเมียนมาในเดือนที่ผ่านมา ที่รัฐบาลทหารเป็นผู้จัดการ ผลเลือกตั้งจัดฉากในเมียนมาประกาศให้พรรคที่รัฐบาลทหารสนับสนุนชนะท่วมท้นถึง 72%

  2. มีความเป็นไปได้สูงมีการซื้อตัวกรรมการยกหน่วยในพื้นที่ที่พิจารณาแล้วว่าสามารถทำได้ หรือพื้นที่เป้าหมายด้วยอำนาจรัฐ อำนาจอิทธิพล และอำนาจเงิน โดยเฉพาะประธานคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เจ้าหน้าที่ขานคะแนน กับเจ้าหน้าที่จดคะแนน การทุจริตดังกล่าวเป็นเหตุให้ไม่ให้ผู้สังเกตการณ์ภายนอกเข้ามาใกล้พอที่จะมองเห็นได้ และห้ามถ่ายภาพหรือคลิปมือถือตามที่เกิดขึ้นในการนับคะแนนหลายหน่วยในหลายจังหวัด ทั้งที่ กกต.มีประกาศว่าเป็นสิทธิสามารถดำเนินการได้

  3. สิทธิในการบันทึกภาพและเสียงในการนับคะแนนเลือกตั้งเป็นไปตามกติกาสากลทั่วไปและกกต.กลางก็ประกาศอนุญาตเป็นทางการไว้แล้ว ทำไมหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่มีการห้ามไม่ให้ถ่ายคลิปและภาพขณะนับคะแนน

  4. การออกแบบการทุจริตการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นไปอย่างเป็นระบบและมีการส่งสัญญาณก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งการโกงการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปีนี้ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยมีโอกาสติดคุกและออกจากราชการตามความผิด ม.157 รวมถึง กกต.ผู้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งทั่วไป

ทั้งนี้ ครป. มีข้อเสนอแนะต่อ กกต. และ กปน. ดังนี้

  1. ขอเรียกร้องให้ กกต.สั่งการให้มีการนับคะแนนใหม่เฉพาะเขตที่มีการร้องเรียนหรือมีข้อกล่าวหา และมีหลักฐานการจัดการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส เพื่อสร้างความโปร่งใสในการนับคะแนน และพิสูจน์ความบริสุทธ์ยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ และบันทึกวีดีโอและเสียงประจำหน่วยเก็บไว้เป็นหลักฐานทุกหน่วยและทุกเขตการเลือกตั้ง ทั้งนี้ หากพบว่าคะแนนไม่เหมือนเดิมจะต้องมีผู้รับผิดชอบ

  2. กกต.จะต้องสืบสวนการจ่ายเงินซื้อเสียง ตามที่มีหลักฐานในหลายพื้นที่ และประสานความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยในการสืบเส้นทางการเงินสำหรับการเบิกถอนเพื่อใช้ในการจ่ายเงินซื้อเสียงจำนวนมาก

  3. กกต.จะต้องเร่งสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงต่อข้อร้องเรียนของประชาชนในการทุจริตการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ หาก กกต. “ไม่เร่งสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง” ของข้อร้องเรียนที่กล่าวหา หรือตั้งใจประวิงเวลาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองที่ถูกร้อง จะมีความผิดตามกฎหมายการเลือกตั้งหรือระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด และอาจติดคุกซ้ำรอยคดี กกต.ในอดีตได้

  4. ขอให้มีการศึกษาการเลือกตั้งโดยการใช้ระบบอิเลคทรอนิกส์ในอนาคต เพื่อใช้เป็นระบบการเลือกตั้งในโลกดิจิตัลยุคใหม่ รวมถึงการประชามติต่าง ๆ โดยใช้วิธีการยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนในระบบคอมพิวเตอร์และสามารถตรวจสอบการลงคะแนนของตนเองได้โดยตรง ซึ่งจะลดค่าใช้จ่ายในอนาคตได้มากและลดการทุจริตการเลือกตั้งลงในที่สุด

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active