“ถ้าลับ…ต้องลับไปกับโลกนี้เลย” วิษณุ ตีความเลือกตั้ง 69 “ไม่ลับ” ปม บาร์โค้ด เสี่ยงได้เลือกตั้งใหม่

เปิดมุมมอง ‘วิษณุ เครืองาม’ ชี้ กกต. พิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจขัดรัฐธรรมนูญ ม. 85 หวั่นส่งผลรุนแรง ทำเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ยกกรณี ปี 2549 โดนหลายเด้ง ถึงขั้น กกต.ติดคุก คาด รัฐบาลใหม่ชุลมุน ไม่ใช่แค่ปมเลือกตั้ง แต่ยังเจอความขัดแย้งแย่งชิงตำแหน่งกันเอง พร้อมด้วยปมแก้รัฐธรรมนูญ ท่ามกลางขั้วความคิด ความหลากหลายในสังคม

ล่าสุดในการบรรยายหัวข้อ “ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย” ภายใต้หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง (วบส.รุ่น 14) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ศ.กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย มีมุมมองในบางช่วงบางตอนต่อประเด็นนี้ โดยระบุว่า การพิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้งอาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ซึ่งอาจส่งผลได้รุนแรงที่สุด คือ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะและต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่

ศ.กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย

สำหรับการตีความกฎหมายเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ 2 แนวทาง

  • แนวทางที่ 1 ผลการลงคะแนนเลือกตั้ง “ไม่ลับ” กกต.ทำผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกเสียงอย่างไร ซึ่งถือว่าไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ

  • แนวทางที่ 2 ผลการลงคะแนนยังเป็นไปในทาง “ลับ” เพราะลับหรือไม่ลับ พิจารณาจากตอนกากบาทลงคะแนนในคูหา ไม่ได้ไปดูกันภายหลัง ซึ่งกรณีบาร์โค้ดจะไม่เหมือนกับการเลือกตั้งปี 2549 ซึ่งตั้งหีบหันไปในทิศทางที่ทำให้บุคคลที่ผ่านไปมาเห็นผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งลงคะแนน นั่นหมายความว่า ครั้งนั้นได้สร้างบรรทัดฐาน โดยยึดเหตุการณ์ระหว่างกากบาทว่าต้องเป็นความลับ

“หากถามความเห็นส่วนตัว ซึ่งผมอาจจะผิด ผมเห็นด้วยกับแนวทางที่ 1 ว่า ไม่ได้ลับ เพราะมันสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถ้าจะทำ ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้คือ มันมีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ใช่ความลับ คำว่าลับในรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ที่ระบุว่า การเลือกตั้งต้องทำโดยตรงและลับ มันไม่ได้หมายความว่าเป็นความลับตอนไหน แต่มันหมายความว่า ต้องเป็นความลับตลอดเวลา คือ เป็นความลับไปกับโลกนี้เลย ถึงเรียกว่าลับ ถ้าลับแบบหลังจากเลือกไปแล้ว อีก 2 เดือน มาเปิดดูกันได้ แล้วก็รู้กันว่าใคร ถือว่าได้เลือกตั้งโดยลับไปแล้ว พูดแบบนั้น พูดไม่ได้ เพราะว่ามันถูกเปิดเผยออกมาแล้ว”

ศ.กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม

อดีตรองนายกฯ ด้านกฎหมาย ชี้ให้เห็นอีกว่า ถ้าคดีนี้ไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ เขาจะพิสูจน์ด้วยการที่หยิบบัตรเลือกตั้งมา 1 ใบ ที่มีบาร์โค้ด และเอาบาร์โค้ดไปเทียบกันต้นขั้ว เอาต้นขั้วไปเทียบกับบัญชีรายชื่อ ชื่อออกมาแล้วว่า “นาย ก.” ก็แสดงว่า “ไม่ลับ” แล้ว แต่ก็ย้ำว่า นี่เป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจจะผิดก็ได้

เมื่อถามว่า หากเป็นแบบนี้การเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสเป็นโมฆะหรือไม่นั้น วิษณุ บอกว่า “ตอบไม่ได้ และไม่กล้าจะคาดเดาด้วย” คนที่ถามว่าลับหรือไม่ลับ ตนก็เห็นว่า “ไม่ลับ” หากการลงคะแนนไม่ลับแล้ว ก็อยู่ที่ กกต.ว่าจะสั่งอย่างไร หาก กกต.เห็นว่า “ไม่ลับ” ก็ออกได้ทางเดียว คือ สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ จะบางเขตไม่ได้ เพราะบัตรเลือกตั้งมันเหมือนกันทั้งประเทศ

“เมื่อย้อนไปในปี 2549 เราได้สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศมาแล้วครั้งหนึ่ง จากกรณีจัดคูหาเลือกตั้งให้คนเดินผ่านแล้วมองเห็น ซึ่งครั้งนั้นการจัดคูหาแบบนั้นไม่ได้จัดทั้งประเทศ จัดเพียงบางแห่งเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น กกต. ก็ได้สั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ เสียเงินกี่พันกี่หมื่นล้านก็ต้องทำ ถ้า กกต.ไม่อยากสั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ก็ออกได้ทางเดียว คือ ที่ว่าการลงคะแนนเป็นความลับ หมายถึง ลับ ตอนกาบัตรเลือกตั้ง ส่วนหลังจากนั้นไม่ลับอย่างที่ได้ตอบไป”

ศ.กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม

ถ้าถามว่าศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดอย่างไร ส่วนตัว วิษณุ ก็ยังไม่กล้าฟันธง แต่เอาแค่ กกต.รับผิดไปก็แล้วกัน มันจะไม่เป็นแบบนั้น เพราะคดีเมื่อปี 2549 โดนหลายเด้ง ทั้งการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ และ กกต.ต้องรับผิด แล้วก็ติดคุกกันไป

“ครั้งนี้จึงไม่แน่ใจว่าจะให้ กกต. ติดคุกหรือไม่ แต่ก็มีส่วนรับผิดชอบเพราะว่า บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดผ่านความเห็นชอบจาก กกต.แล้ว เพราะฉะนั้นจะเอาคุณแสวง ไปติดคุกคนเดียวไม่ได้ ก็คงต้องหาเพื่อนให้แกด้วยอยู่ดี”

ศ.กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม

วิษณุ ยังคาดการณ์ว่า ไม่ใช่แค่ความชุลมุนเฉพาะหน้าเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเท่านั้น แต่ความวุ่นวายที่รัฐบาลชุดต่อไปจะต้องเผชิญ คือ ความขัดแย้งในระยะยาว ทั้งความขัดแย้งที่เกิดจากสนิมเนื้อใน หรือ การทะเลาะแย่งชิงตำแหน่งกันเองภายในรัฐบาล และความขัดแย้งที่จะเกิดจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามผลออกเสียงประชามติ เพราะการจัดทำรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะเป็นครั้งหนึ่งที่มีผู้คนเกี่ยวข้องมากมาย รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นตัวแทนจากหลายขั้วความคิดและความหลากหลายในสังคม

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active