ภาคประชาชน ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ ตรวจสอบ กกต.หลังเลือกตั้ง 69 ชี้ หลายเรื่องใหญ่ ปัญหาใหม่ ยกปมบาร์โคด ทีโออาร์พิมพ์บัตร บัตรเขย่งยังไร้คำตอบ แต่รับรองผลแล้ว ยัน กกต. ต้องแจงให้หายสงสัย มองประชาชนเป็นพวกเดียวกัน ไม่ใช่ไล่ฟ้อง
วันนี้ (25 ก.พ. 69) คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จัดประชุมองค์กรประชาธิปไตย นักวิชาการ และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง 2569 รวมทั้งร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง การตรวจสอบ กกต. พร้อมข้อเสนอ และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปองค์กรอิสระ
ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ ประธาน ครป. และเลขาธิการ P-Net บอกว่า การประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีข้อมูลจำนวนมากที่ยังต้องการคำชี้แจงเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นข้อร้องเรียนที่มีอยู่หลายกรณี ที่ประชาชนยังไม่ได้ได้รับคำตอบ
ในที่ประชุมจึงมีข้อกังวลว่า กกต. ได้พิจารณาและดำเนินการแก้ไขข้อร้องเรียนอย่างครบถ้วนเพียงพอหรือไม่ และการดำเนินการหรือการละเว้นในบางกรณีมีความชอบด้วยกฎหมายเพียงใด ซึ่งเป็นประเด็นที่เครือข่ายภาคประชาชนต้องการความชัดเจน

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ระบุว่า จากการสังเกตบัตรเลือกตั้งสีเขียว พบว่า มีการพิมพ์ QR Code ซึ่งหากบัตรหนึ่งเล่มจำนวน 20 ใบใช้ QR Code เดียวกันทั้งหมด ก็อาจสะท้อนถึงรูปแบบการจัดพิมพ์ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวจำเป็นต้องพิสูจน์อย่างเป็นทางการ
โดยปกติแล้ว หากต้องการพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้ลงคะแนนให้ผู้สมัครรายใด จะต้องอาศัยองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่
- บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว ซึ่งเก็บไว้ในหีบบัตร
- ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งที่เก็บแยกต่างหาก
- บัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งส่งกลับไปยังที่ว่าการอำเภอ
สมชัย บอกด้วยว่า ที่ผ่านมา กกต. เคยชี้แจงว่า การนำองค์ประกอบทั้ง 3 มาประกอบกันเพื่อระบุตัวผู้ลงคะแนนทำได้ยากมาก
เล็งจัดเลือกตั้งจำลอง สาธิตการตรวจสอบย้อนกลับลงคะแนน
อย่างไรก็ตามได้ตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โคด หรือ QR Code ในลักษณะที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ ก็อาจทำให้กระบวนการตรวจสอบย้อนกลับทำได้ง่ายขึ้นกว่าที่กล่าวอ้าง ดังนั้นเพื่อพิสูจน์ข้อสังเกตดังกล่าว กลุ่มผู้จัดงาน จึงเตรียมจัดกิจกรรมสาธิตการเลือกตั้งจำลองในวันพุธหน้า (4 มี.ค. 69) เวลา 13.30 น. โดยจะจัดทำบัตรเลือกตั้งจำลองที่มีรูปแบบใกล้เคียงกับบัตรของ กกต. และเชิญผู้แทนสื่อมวลชน 10 คน เข้าร่วมทดลองลงคะแนนภายใต้เงื่อนไขความลับ ห้ามถ่ายภาพบัตรภายในคูหา
หลังจากนั้น จะมีการนับคะแนนและสาธิตกระบวนการตรวจสอบบาร์โค้ด เพื่อแสดงให้เห็นว่า การออกแบบบัตรในลักษณะดังกล่าวสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่
ติงหลายข้อสงสัย กกต.ยังไม่เคลียร์
ขณะที่ ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ บอกว่า มาตรา 127 บอกให้ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง สส. เขตได้ เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม คำถามคือ กกต.ตรวจสอบในเบื้องต้นเพียงพอแล้วจึงมั่นใจแล้วเที่ยงธรรมแล้วหรือไม่ เพราะปัญหาของเรื่องคือท่ามกลางความไม่โปร่งใสเรื่องของ QR Code และบาร์โคด กกต. ยังไม่ตอบคำถามสำคัญว่าไปอยู่ในทีโออาร์สัญญาจ้างพิมพ์บัตรแล้วมาอยู่ใน QR Code ตรงนี้ใครรับผิดชอบ
เพราะการป้องกันการปลอมแปลงอำนาจ กกต. การทำเครื่องหมายได้แต่บาร์โคด QR Code ในการ Running Number ไม่ใช่เครื่องหมาย แต่จะเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบว่า ใครเลือกใครต่อให้ต้นขั้วไม่มีก็ดูได้ว่าใครเลือกใคร
“รวมไปถึง”ปัญหาเรื่องบัตรเขย่งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต รัฐธรรมนูญให้เวลา 60 วันเพื่อให้กรอกตรวจสอบ คราวที่แล้วใช้เวลาไป 37 วัน จนมั่นใจว่าในเบื้องต้นเที่ยงธรรม แต่คราวนี้เพิ่งจะ 17 วันนับตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ถือว่าสั้นมากก็จริง แต่เป็นไปตามที่ควรจะเป็นหรือไม่ ข้อสงสัยของประชาชนในเรื่อง QR Code บาร์โคด เรื่องบัตรเขย่งยังไม่มีการทำให้หายสงสัย แล้วข้อที่เป็นเรื่องใหญ่มากจนบัดนี้คือมีคนไปเลือกตั้งทั้งหมดกี่คนในวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ก็ยังไม่เคยประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งผิดปกติ เพราะทุกครั้งที่เรื่องแรกที่ กกต. ต้องประกาศคือมีคนไปเลือกตั้งกี่คน”
ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล
นอกจากนั้นกรณี บัตรเขย่ง มีการข้ามเขตหรือไม่ซึ่งเรื่องนี้ กกต.จำเป็นต้องทำให้ประชาชนหายสงสัย ขั้นต่อไปอาจเป็นการรับรองสส.บัญชีรายชื่อ สิ่งที่ กกต.ต้องเข้าใจ คือ ต้องมองว่าประชาชนเป็นพวกเดียวกัน ไม่ใช่มาฟ้องประชาชน

ชี้อำนาจประชาชนไม่ได้มีแค่วันเลือกตั้ง
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ตัวแทนภาคประชาชน บอกว่า ในฐานะคนที่ลงคะแนนทุกคนมีข้อกังวล และมีข้อห่วงใยต่อการจัดการเลือกตั้งที่มันมีข้อกังขาว่าทำด้วยความสุจริตหรือไม่ และสิ่งที่ กกต.ได้ดำเนินการเร่งรัดในการรับรอง สส. ที่ใช้เวลา 17 วัน
“เราเรียกร้องว่า กกต. ควรมีหน้าที่ในการทำให้เลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม เพราะมีผลในความศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย และมีผลต่อความน่าเชื่อถือของนานาชาติที่มองประเทศไทย เขาตั้งข้อสงสัยว่าเราจัดการเลือกตั้งที่มีปัญหามากมายแบบนี้มันเกิดขึ้นกับประเทศที่เรียกว่าระบอบประชาธิปไตยและมีการเลือกตั้งมายาวนานได้อย่างไร”
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
คุณหญิงสุดารัตน์ ยังมองว่า ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการก็ยังไม่ออก แต่ประกาศปิดเว็บไซต์ไปแล้ว รวมทั้งข้อสงสัยเรื่องบัตรเขย่งจัดการอย่างไร QR Code บาร์โคด กกต.ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ให้ประชาชนมั่นใจว่าคนลงคะแนนจะมีความปลอดภัย อยากรู้ว่าทีโออาร์มีการระบุหรือเปล่าว่า ให้มีการพิมพ์บาร์โคด และ QR Code ถ้าไม่มีการระบุแล้วใครเป็นคนสั่งให้โรงพิมพ์ทำ โรงพิมพ์ต้องถูกการตรวจสอบด้วยเช่นกัน
“เราจะต้องร้องศาลเรื่องทุจริตให้ตรวจสอบว่า การจัดการเลือกตั้งนั้นสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่จะมีการนัดหมายในการดำเนินการต่อไป ขณะนี้ขอความร่วมมือ ครป.กับเครือข่ายภาคประชาชน คิดว่าอำนาจประชาชนไม่ควรจบแค่วันเลือกตั้งอย่างเดียว ทุกวันนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เรามีอำนาจแค่วันเลือกตั้งวันเดียว จึงอยากขอความร่วมมือกับภาคประชาชน ในการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ให้ประชาชนมีสิทธิ์ถอดถอนพรรค นักการเมืองได้”
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
ขอประชาชนเดินหน้าตรวจสอบการเลือกตั้ง
ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผอ.ดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม พูดถึง การตรวจสอบบัตรว่าอยู่เล่มใด ใช้ครบ ขาด หรือเกิน โดยผลการศึกษาผลกระทบของกระบวนการนี้ คือ
- การออกแบบกระบวนการเช่นนี้ สามารถทำให้ผู้ตั้งใจทุจริตเลือกตั้ง สามารถตรวจสอบได้ว่า การซื้อเสียงนั้นเกิดผลสำเร็จหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้ถูกต้อง (ใกล้เคียง) 100%
- หากผู้มีอำนาจทีสังการบุคคลในองค์กรอิสระและหน่วยราชการได้ อาจนำข้อมูลที่มี สร้างเป็น Big Data เพื่อวางแผนจัดการให้เกิดผลสำเร็จทางเมืองในระดับประเทศได้ไม่ยาก
โฟกัสที่การพัฒนากระบวนการ ไม่ใช่ผลของการเลือกตั้ง โดยรวบรวมผลการศึกษาช่องโหว่ของกระบวนการที่อาจทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ คำนวณความเสี่ยงที่อาจมีผู้ล่วงรู้ถึงช่องโหว่นี้ และนำไปใช้เมื่อวันที่ 8 ก.พ.และออกรายงานการศึกษาการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีเพื่อการเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น
เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปอาจไม่มี หรือเรารองนับใหม่ทั้งประเทศไหม เพราะมีการคลาดเคลื่อน
- จัดจำลองสถานการณ์จริง : ตามมาตรฐานการกระบวนพิสูจน์หลักฐานที่สามารถใช้ในชั้นศาลได้, รับสมัครผู้ร่วมพิสูจน์ สังเกตการณ์
- ขอผู้ที่รับเงินซื้อเสียง หรือถูกเกณฑ์ไปลงคะแนน มาแจ้งเบาะแสและถูกซ์มซู่ทำนองว่ารู้นะว่ากาอะไร โดยจะได้รับความคุ้มครองเป็นพยาน
- ขอความร่วมมือส่งรูปและคลิป : บัตรเลือกดั้งทั้งชมพูเขียว และหน่วยนับคะแบนทั้งวันเลือกตั้งใหญ่วันที่ 8 ก.พ. และการจัดเลือกตั้ง/นับคะแนนใหม่ทุกครั้งที่ยัดใช้บัตรที่มีบาร์โคด/QR จากนี้ มายัง facebook “ธรรม์ธีร์ เรือบิน สุกโชติรัตน์
ขณะที่ เมธา มาสขาว เลขาธิการ ครป. และ ผอ.สถาบันสังคมประชาธิปไตย เพิ่มเติมข้อค้นพบว่า ในการเลือกตั้ง 69 มีเจตนาพิเศษของกลุ่มคนใดหรือไม่ ในวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา กระบวนการนี้เป็นเทคนิคพิเศษ ดังนั้น เรื่องนี้พอจะพิสูจน์ได้แล้วว่าไม่เป็นไปด้วยความลับ
“การสร้าง data เพื่อที่จะควบคุมการเลือกตั้งครั้งนี้ และครั้งต่อไป โดย กกต.เป็นผู้กระทำการเสียเอง ในการปลอมแปลง ในเมื่อขัดรัฐธรรมนูญ ตาม พ.ร.ป.มาตรา 9 ดังนั้น เรื่องนี้จะต้องการพิจารณา หากใครไปร้องเรื่องนี้โรงพิมพ์ก็จะมีความผิดด้วย ฉะนั้น มีข้อความเห็นเบื้องต้นว่า ไม่ได้จงใจว่าให้มีเครื่องหมายพิเศษ ในบัตรเลือกตั้ง เพราะเรื่องนี้มีความผิดทางกฎหมาย ทางแพ่งและอาญา ถ้าสืบค้นว่าเรามีความผิดในเรื่องนี้ว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อโยนไปที่ กกต.เป็นผู้กระทำการเอง กกต.ก็ต้องมีความผิด”
เมธา มาสขาว

เลือกตั้งไม่ปกติ…ทำไม ? กกต.รีบรับรองผล
รศ.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ย้ำว่า คนไทยกำลังช็อกกับความกล้าหาญของ กกต. เพราะมีการร้องว่าการเลือกตั้งไม่ปกติกว่า 5,000 กรณี แต่ กกต.ก็ยังเร่งรีบรับรองผลการเลือกตั้ง เพียง 17 วัน
กระบวนการสื่อสารของ กกต. ต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งแต่ ไม่พยายามที่จะรณรงค์ให้คนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเลือกตั้ง สส.เขต และ บัญชีรายชื่อ รวมทั้งประชามติ พอมีคนไปรณรงค์ให้คนไปลงประชามติ กกต. ก็สั่งลบคลิป
มีการแถลงข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่ตรงกันเลยทำให้ประชาชนสับสน สุดท้ายก็ยอมรับว่าบาร์โคดสืบค้นข้อมูลของผู้ลงคะแนนได้ ทำให้ประชาชนเกิดความระแวง แทนที่ กกต.จะออกมาสื่อสารให้ประชาชนหายสงสัย กลับกลายเป็นว่าคนที่พยายามจะสืบค้นข้อเท็จจริง กกต.กลับพยายามฟ้องกลับ
“เป็นองค์กรอิสระ ไม่ใช่จะทำอะไรก็ได้ ฉะนั้น ถ้าคิดจะฟ้องประชาชน อย่าฟ้องเพราะข้อเท็จจริงต่าง ๆ ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบได้ ถ้ามีข้อมูลอะไรก็ให้ออกมาสื่อสารกับประชาชน จะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กว่า”
รศ.นันทนา นันทวโรภาส
ย้ำประชาชนมีสิทธิ์ตั้งคำถาม แต่ กกต.เลี่ยงตอบ
สอดคล้องกับ อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา บอกด้วยว่า ในฐานะประชาชนเป็นเจ้าของสิทธิ์ ก็มีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถามได้ มีหลายเรื่องที่เป็นเรื่องใหม่ อย่างบาร์โคด กกต.ก็เลี่ยงที่จะตอบ หากยังคงหลบหน้า ประชาชนก็คงต้องพึ่งศาลในเรื่องสิทธิ์
“ป.ป.ช.มีหน้าที่ในการตรวจในฐานะองค์กรอิสระ แต่ใครมีหน้าที่ตรวจสอบ ป.ป.ช. และ ก.ก.ต. หากต้องการทำหน้าที่อย่างสง่างาม ก็ต้องมารับฟังข้อร้องเรียนและคำถามจากประชาชน”
อังคณา นีละไพจิตร
