ภาคประชาชน ยื่นค้าน ครม.ยกเลิก ‘โฉนดชุมชน’ – ขอนัดคุย ‘ทรงศักดิ์’ 11 พ.ค. นี้ หาทางออก

เครือข่ายพีมูฟ บุกศาลากลาง ยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าฯ 18 จังหวัด ส่งถึง นายกฯ อนุทิน จี้ทบทวน มติ ครม.ยกเลิก โฉนดชุมชน ย้ำ กลไกสำคัญคุ้มครองสิทธิชุมชน แก้ปัญหาความขัดแย้งด้านที่ดิน ด้วยหลักการกระจายการถือครองที่ดิน ใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ยั่งยืน พร้อมขอนัดคุย รองนายกฯ ทรงศักดิ์ หาทางออก ขู่ชุมนุมใหญ่ หากรัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเรียกร้อง     

วันนี้ (8 พ.ค. 69) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน ระดมตัวแทนในพื้นที่ 18 จังหวัด เข้ายื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง, แพร่, อุตรดิตถ์, อุบลราชธานี, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, สุรินทร์, ตรัง, ภูเก็ต, นครศรีธรรมราช, สุพรรณบุรี, อุทัยธานี และกรุงเทพมหานคร ส่งข้อเรียกร้องไปถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอคัดค้านและขอให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 กรณียกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ.2553 ที่ให้เหตุผลว่าเป็นระเบียบที่ล้าสมัย ซ้ำซ้อนกับกลไกของ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ที่มีกฎหมายรองรับแล้ว และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน นั้น 

ภาคประชาชนยื่นคัดค้าน ครม.ยกเลิกโฉนดชุมชน ที่ศาลากลาง จ.เชียงใหม่

โดยตัวแทนกลุ่มพีมูฟ ย้ำว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดิน การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ และความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยของประชาชน เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ดำรงอยู่อย่างยาวนานในสังคมไทย ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย คนจนเมือง กลุ่มชาติพันธุ์ ชุมชนดั้งเดิม และผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาของรัฐ ต้องเผชิญกับภาวะไร้สิทธิในที่ดิน ถูกดำเนินคดี ถูกผลักดันออกจากพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน รวมทั้งขาดโอกาสในการมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและชุมชนของตนเอง 

“โฉนดชุมชน” จึงเป็นแนวทางที่เกิดขึ้นจากการผลักดันของภาคประชาชน เพื่อสร้างระบบการจัดการที่ดินร่วมโดยชุมชน บนหลักการของการกระจายการถือครองที่ดิน การใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรม และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยต่อมาได้มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 เพื่อรองรับแนวทางดังกล่าว และเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิชุมชนและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้านที่ดินในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

ดังนั้นเห็นว่า การยกเลิกระเบียบดังกล่าวโดยไม่ได้หารือร่วมกับภาคประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ถือเป็นการไม่เคารพต่อกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชุมชนที่อยู่ระหว่างกระบวนการจัดการที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชนทั่วประเทศ อีกทั้งยังสร้างความไม่มั่นคงต่อแนวทางการรับรองสิทธิชุมชนในอนาคต 

เนื้อหาในหนังสือ ยังย้ำว่า มติคณะรัฐมนตรียกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 นั้น อาจขัดแย้งต่อเจตนารมณ์และแนวทางตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ซึ่งได้มี ข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการศึกษาและยกระดับ “โฉนดชุมชน” ภายใต้มาตรา 10 (4) แห่ง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เพื่อให้เป็นรูปแบบการจัดการที่ดินที่รับรองสิทธิชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น การยกเลิกระเบียบดังกล่าวในห้วงเวลานี้ จึงอาจส่งผลให้แนวทางการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีข้างต้นไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

พีมูฟ และเครือข่ายภาคประชาชน จึงเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ 

  1. ขอให้รัฐบาลทบทวนและยุติการยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ.2553 โดยเร่งด่วน

  2. ขอให้รัฐบาลเดินหน้าการจัดการที่ดินในรูปแบบ “โฉนดชุมชน” ตามมาตรา 10 (4) แห่ง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 รวมทั้งดำเนินการคุ้มครองพื้นที่และสิทธิชุมชน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 

  3. ขอให้รัฐบาลเปิดพื้นที่เจรจาและกำหนดวันเข้าพบหารือร่วมกับ ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมทั้งจะติดตามและรอคำตอบจากรัฐบาลภายในระยะเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ตัวแทนภาคประชาชนได้ยื่นหนังสือและแถลงจุดยืนต่อรัฐบาล หากภายในกรอบระยะเวลาดังกล่าวไม่มีความชัดเจน หรือไม่มีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เครือข่ายประชาชน จะเข้าร่วมการเคลื่อนไหวและเดินทางไปชุมนุมติดตามข้อเรียกร้อง ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อยืนยันข้อเรียกร้องในการปกป้องสิทธิชุมชนและคัดค้านการยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 ต่อไป

ขณะที่ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย พ.ศ. 2569 โดยมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีรวม 13 ฉบับที่ถูกยกเลิก หนึ่งในนั้น คือ ระเบียบที่ว่าด้วยโฉนดชุมชน พ.ศ.2553 และ ระเบียบที่ว่าด้วยโฉนดชุมชน พ.ศ. 2555 ซึ่งให้มีผลบังคับใช้ทันทีหลังวันที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active