ที่ประชุม สมช. ตั้ง ‘ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์’ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็น หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ ขณะที่ นักวิชาการชายแดนใต้ อยากเห็นแผนแม่บท แผนงานให้ชัด เอายังไง JCPP จะต่อยอด หรือต้องนับหนึ่งใหม่ พร้อมตั้งความหวังบทบาท ผอ.สำนักข่าวกรองฯ ช่วยหยุดยั้ง IO ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน สร้างความเกลียดชัง ที่ระบาดหนัก เชื่อหากแก้เรื่องนี้ไม่ได้ ยากพูดคุยด้วยบรรยากาศที่ดี
วันนี้ (23 เม.ย. 69) ฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลการประชุม สมช. ว่าที่ประชุมมีการพิจารณาเห็นชอบเรื่องการบริหารจัดการการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการดูรายละเอียด และจัดระบบการบริหารจัดการใหม่ ทั้งระดับโครงสร้าง ระดับวัฒนธรรมและระดับบุคคล ที่จะดูแลเรื่องโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามอย่างเหมาะสม มีการเข้าไปประสานงานเรื่องระบบต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ที่ประชุมให้ความเห็นชอบเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพ อส. ที่จะเตรียมความพร้อมกับเข้าสู่ระบบปกติในอนาคต โดยจะมีการพิจารณางบประมาณบางส่วนที่จะนำเสนอต่อไปเพื่อใช้ในการอบรม และเตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ในอนาคต
ขณะที่เรื่องความร่วมมือกับมาเลเซีย เพื่อโน้มน้าวชักชวนให้มาเลเซียมาร่วมพัฒนาพื้นที่ เพื่อผลประโยชน์เศรษฐกิจ ให้มีการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งการประสานงานการบังคับใช้กฎหมาย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่กระทำผิด ก็จะมีมาตรการที่ร่วมมือใกล้ชิดมากขึ้น รวมถึงเรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดบริหารจัดการชายแดน เพื่อติดตามช่องทาง และควบคุมการเข้าออกของบุคคลให้เกิดความเหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มคนเคลื่อนย้ายอาวุธหรือกำลังคนเข้ามาก่อความไม่สงบในประเทศไทยก็จะมีความร่วมมือกับมาเลเซียมากใกล้ชิดมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ในเรื่องกระบวนการพูดคุยที่เกิดขึ้น นอกจากที่มาเลเซียแล้วจะให้ความสำคัญกับกระบวนการพูดคุยในประเทศไปพร้อมกันด้วย และจะทำให้ 2 ส่วนมีความเชื่อมโยงกัน นำไปสู่การแก้ปัญหาให้ครบทั้งระบบ ย้ำว่าก็จะมีการเชื่อมโยงการทำงานอย่างใกล้ชิดกับมาเลเซีย
ตั้ง ผอ.สำนักข่าวกรองฯ นั่ง หน.คณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่
อีกเรื่องสำคัญคือที่ประชุม สมช. ได้เห็นชอบแต่งตั้ง ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ โดยมี สมช. เป็นฝ่ายเลขานุการ ขณะเดียวกันยังเห็นชอบ แต่งตั้งผู้แทนของรัฐบาลสานต่อจากรัฐบาลชุดที่แล้ว โดยกำหนดตัวบุคคลบางส่วนที่มีความรู้ มีประสบการณ์เป็นเป็นตัวแทนของรัฐบาลในการประสานเชื่อมโยงแก้ปัญหาภาคใต้ โดยจะไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว

ที่ประชุม สมช. ยังเห็นชอบตั้งที่ปรึกษาที่ปรึกษาสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในด้านต่าง ๆ 7 ด้าน โดยมี พล.อ. สุพจน์ มาลานิยม อดีตเลขา สมช. เป็นหัวหน้าคณะที่ปรึกษา ซึ่งคณะที่ปรึกษาจะประกอบด้วยข้าราชการประจำ นักวิชาการ บุคคลด้านความมั่นคงที่มีด้านประสบการณ์ร่วมอยู่ในคณะ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยกันทำงานในสภาความมั่นคงระยะต่อไป
ฝาก หน.คณะพูดคุยฯ คนใหม่ ตั้งแผนงานให้ชัด เอายังไงต่อ JCPP ?
ขณะที่ รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ คณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี ให้ความเห็นกับ The Active ต่อกรณีการตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ โดยย้ำว่า ความคาดหวังที่เกิดขึ้นต่อเรื่องนี้คงไม่ใช่แค่การตั้งตัวบุคคลของหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกอย่างน้อย 3 ประเด็นสำคัญที่อยากเห็นความชัดเจน
- อยากเห็นคณะทำงานเต็มคณะที่ตั้งมาใหม่ว่าเหมือนหรือแตกต่างกับชุดก่อน ๆ อย่างไร มีภารกิจอย่างไร
- เมื่อแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่แล้ว ก็อยากเห็นแผนดำเนินการว่าคืออะไร ในกระบวนการพูดคุย อย่างในช่วงที่ผ่านมา สมัย ฉัตรชัย บางชวด เลขาฯ สมช.คนปัจจุยัน เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ก็มีแนวทางที่เห็นความคืบหน้า แต่ทุกอย่างก็หยุดนิ่งไป จึงตั้งคำถามว่าแผนงานของคณะชุดใหม่จะเป็นอย่างไร มาสเตอร์แพลน หรือ แผนแม่บทที่ชัดเจนหรือไม่ ยึดแนวทางเดิม หรือเปลี่ยนมาใช้แนวทางไหน ก่อนหน้านี้เราเคยมี แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติสุขแบบองค์รวม (JCPP) จะยังทำต่อไหม หรือจะเริ่มกันใหม่ ซึ่งใจจริงแล้วอยากให้เดินหน้า JCPP ต่อ ไม่อยากให้กลับไปเริ่มใหม่ อยากให้ต่อยอดจากสิ่งที่เคยได้ทำกันแล้ว
- อยากเห็นว่าเวลาพูดถึงการคุยสันติสุข อาจไม่ใช่แค่การคุยกับผู้เห็นต่างที่มาเลเซียเท่านั้น แต่อยากให้คณะพูดคุยสันติสุข มาร่วมรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ด้วยได้หรือไม่ เพราะยังมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงที่ไม่ถูกพูดถึงอีกจำนวนมาก
เชื่อพูดคุยไม่ได้ ถ้ายังไม่จัดการ IO – ข่าวบิดเบือนในชายแดนใต้
รศ.เอกรินทร์ ยังตั้งความหวังกับหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ ที่มีดีกรีเป็นถึงผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ จึงไม่อยากให้มุ่งเน้นแค่การกระบวนการพูดคุยเท่านั้น แต่อยากเห็นกระบวนการสร้างสภาวะแวดล้อม สร้างบรรยากาศในพื้นที่ให้เอื้อกับการพูดคุยสันติสุขด้วย โดยเฉพาะเวลานี้ในพื้นที่ชายแดนใต้พบกับความท้าทายที่ไม่เพียงแค่ประเด็นความรุนแรง แต่ยังมีปัญหาเรื่องปฏิบัติการ IO การสร้างข้อมูลข่าวสาร ข่าวปลอม ข่าวเท็จ ทำให้เกิดความเกลียดชังในโลกออนไลน์เป็นวงกว้าง
“ในฐานะ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ที่มาทำหน้าที่ตรงนี้ จึงไม่อยากให้ดูแค่การพูดคุย แต่อยากให้มีมาตรการเพื่อจัดการกับ IO การบิดเบือนข่าวในพื้นที่ด้วย นี่คือเรื่องที่ซีเรียสมาก ๆ เราไม่สามารถสร้างกระบวนการพูดคุยสันติสุขได้ หากบรรยากาศในพื้นที่ยังอยู่ท่ามกลางข่าวที่บิดเบือน ข่าวที่สร้างความเกลียดชัง มองแค่การจ้องปราบปราม ด้อยค่า มองคนในพื้นที่เป็นอื่น โดยปล่อยให้หน่วยงานราชการ หน่วยงานความมั่นคง สร้างถ้อยคำเกลียดชังแบบนี้ ภูมิทัศน์การพูดคุยก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ เราจึงเฝ้ารอคำชี้แจง การคิดนอกกรอบของหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ เพื่อเดินหน้าสร้างบรรยากาศที่เอื้อให้กับการพูดคุยสันติสุขมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ เพราะปฏิบัติการ IO ถือเป็นอีกภารกิจสำคัญยิ่งที่ต้องเร่งจัดการแก้ปัญหา”
รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ
