ตั้งข้อสังเกต บุคคลที่อยู่เบื้องหลัง ได้รับการตรวจสอบหรือไม่ ? เตรียมเปิดข้อมูลผู้เกี่ยวข้องที่ไม่ถูกส่งคดี ยัน ไม่หวั่นถูกฟ้อง เตรียมหลักฐานพร้อมชี้แจง ย้ำ ต้องแก้โครงสร้างวงจรอำนาจ ชวนประชาชนเดินหน้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ตามที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกร้องในคดีฮั้วเลือก สว. จำนวน 77 คน แบ่งเป็น สว.ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน ขณะที่ กกต.มีมติไม่ส่งกรรมการบริหารพรรค สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้าสู่ศาลฎีกาฯ

ผลการพิจารณาดังกล่าวจาก กกต. ทำให้ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ออกแถลงการณ์ตั้งข้อสังเกตต่อการทำหน้าที่ของ กกต. โดยมองว่า การพิจารณาคดีแยกรายบุคคลอาจทำให้ไม่เห็นภาพรวมของกระบวนการ และตั้งคำถามต่อการพิจารณาพยานหลักฐานของ กกต. โดยเฉพาะกรณีบุคคลที่ iLaw ระบุว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงกับกระบวนการ แต่ไม่ได้ถูกส่งดำเนินคดี
หนึ่งในข้อสังเกตของ iLaw คือ กกต.อาจกำลังทำหน้าที่ในลักษณะคล้ายศาล โดยพิจารณาความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานและยุติการแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม แทนที่จะส่งประเด็นให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย ขณะที่ iLaw ยังตั้งคำถามถึงกรณีที่กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการศาล
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหาร iLaw ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “ตรงประเด็น” ทาง Thai PBS ถึงแนวทางหลังจากนี้ โดยระบุว่า iLaw มีข้อมูลและพยานหลักฐานเกี่ยวกับบุคคลที่ไม่ได้ถูกส่งดำเนินคดี และเตรียมนำข้อมูลดังกล่าวออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในกลุ่มผู้ถูกส่งดำเนินคดีมีทั้ง สว. ผู้มีสิทธิเลือก สว. และบุคคลอื่น โดยมีพยานและข้อมูลเกี่ยวกับการโอนเงิน รวมถึงคำให้การที่สะท้อนว่ามีการรวมกลุ่มและทำงานเป็นกระบวนการ แต่ยังมีคำถามว่า บุคคลที่อยู่เบื้องหลังหรือมีบทบาทในระดับที่สูงกว่านั้นได้รับการตรวจสอบอย่างเพียงพอหรือไม่ ?
“เรียกว่าเป็นการฟ้องตัวเล็กตัวน้อย ให้ดูเหมือนเป็นการได้ทำหน้าที่แล้ว ไม่ได้มีการพยายามสืบสวนหาพยานหลักฐานว่าการโกงเลือก สว. ที่เป็นขบวนการขนาดใหญ่มีใครอยู่เบื้องหลังจริง ๆ กันแน่”
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์

ยิ่งชีพ บอกด้วยว่า หลังจากนี้ iLaw จะทยอยเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ไม่ได้ถูกส่งดำเนินคดี โดยเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้เผยแพร่คำให้การของ “เอกราช ช่างเหลา” อดีต สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพยานรหัส 16/26 หลังประธาน กกต.กล่าวถึงพยานรายดังกล่าวระหว่างแถลงผลการพิจารณาคดี
ผอ.บริหาร iLaw ยังระบุว่า คำให้การดังกล่าวมีรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. และเตรียมนำเสนอคำให้การและข้อมูลจากพยานรายอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้สาธารณะได้ตรวจสอบว่าบุคคลใดถูกกล่าวถึงในกระบวนการดังกล่าว และเหตุใดจึงไม่ได้ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการศาล
ส่วนกรณีที่ iLaw อาจถูกดำเนินคดีจากการเปิดเผยข้อมูลนั้น ยิ่งชีพ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหมายเรียก และไม่ได้เตรียมการเป็นพิเศษ แต่หากมีการดำเนินคดีเกิดขึ้น ก็พร้อมนำเอกสารและหลักฐานที่มีอยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลจากการสืบสวนของหน่วยงานต่าง ๆ มาชี้แจง
ขณะเดียวกัน iLaw ยังเชื่อมโยงประเด็นคดีฮั้ว สว. เข้ากับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย ยิ่งชีพ มองว่า โครงสร้างขององค์กรอิสระและที่มาของอำนาจตามรัฐธรรมนูญเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา และหากต้องการแก้ไขโครงสร้างดังกล่าว จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ยิ่งชีพ จึงเชิญชวนประชาชนเดินหน้าผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามผลประชามติ โดยเสนอให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ไปจนถึงการออกแบบเนื้อหา และสนับสนุนให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการเลือกตั้ง 100% รวมถึงไม่ให้ สว.ชุดปัจจุบันมีอำนาจพิเศษในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
สำหรับประชาชนที่ต้องการร่วมเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน สามารถติดตามรายละเอียดและร่วมลงชื่อผ่านเว็บไซต์ conforall.com
