เลขาฯ พรรคประชาชน ระบุ สัดส่วนผู้ออกมาใช้สิทธิ์น้อยแค่ 35% แต่ความนิยมพรรคไม่ได้ลดลง ย้ำ โจทย์ทำต้องให้ประชาชน รู้สึกว่าเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ใกล้ตัว มีผลต่อการดำเนินชีวิตจริง ๆ ขณะที่ ‘เดชรัต’ ยอมรับผลเลือกตั้ง เชื่อ 31 วัน ได้รับฟังชาวนนท์ สะท้อนปัญหา หวังเดินหน้าผลักดันนโยบายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในทุกบทบาทที่ทำได้ ด้าน ‘นฤพนธ์’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง พร้อมเดินหน้าสานงานต่อ ‘นายก ธงชัย’
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี รายงานผลการนับคะแนนการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 โดยผลปรากฏว่า นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ผู้สมัครหมายเลข 1 จากกลุ่มผึ้งหลวง ได้คะแนนสูงสุด 193,653 คะแนน ขณะที่ เดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครหมายเลข 4 จากพรรคประชาชน ได้ 138,274 คะแนน ต่างกัน 55,379 คะแนน

สำหรับ จ.นนทบุรี มีเลือกตั้งทั้งหมด 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนนทบุรี, บางบัวทอง, ปากเกร็ด, บางใหญ่, บางกรวย และ อ.ไทรน้อย มีจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 1,450 หน่วย มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1,075,320 คน โดยมีผู้มาใช้สิทธิ 376,278 คน แบ่งเป็นบัตรดี 346,297 บัตร บัตรเสีย 5,296 บัตร และบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 24,685 บัตร
“นฤพนธ์” ขอบคุณคะแนนเสียง พร้อมสานต่องาน “พ.ต.อ.ธงชัย”
โดยผลอย่างไม่เป็นทางการ ส่งผลให้ นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ จากกลุ่มผึ้งหลวง ที่ชนะการเลือกตั้งกลายเป็นว่าที่นายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา (20 ก.ย. 2569) ได้แถลงขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ พร้อมยืนยันพร้อมสานต่อนโยบายเดิมของ พ.ต.อ. ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี คนก่อนหน้านี้

นฤพนธ์ ยืนยัน สิ่งที่ทีมงานกลุ่มผึ้งหลวงให้ความสำคัญคือการเข้ามาทำประโยชน์ให้กับประชาชน ขณะเดียวกัน ยอมรับว่าแนวทางการทำงานที่ พ.ต.อ. ธงชัย วางไว้ ถือเป็นแนวทางที่ดี และได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ จึงตั้งใจที่จะเข้ามาสานต่อนโยบายดังกล่าว
ขณะที่ พรรษพร เย็นประเสริฐ ลูกสาวของ พ.ต.อ. ธงชัย ก็ขอบคุณประชาชนชาวนนทบุรีสำหรับทุกคะแนนเสียงและความไว้วางใจ พร้อมยืนยันว่าทีมงานจะทุ่มเททำงานอย่างจริงจัง เพื่อสานต่อเจตนารมณ์และนโยบายที่ พ.ต.อ. ธงชัยได้วางไว้
“เดชรัต” พร้อมเดินหน้าผลักดันนโยบายต่อผ่านทุกช่องทาง
ด้าน เดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ก็แถลงยอมรับผลการเลือกตั้ง และแสดงความยินดีกับ นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ จากกลุ่มผึ้งหลวง พร้อมระบุว่า ตลอด 31 วันที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายอย่างมาก การได้ลงพื้นที่พบปะ พูดคุย และรับฟังประชาชนทั่วทั้งจังหวัดนนทบุรี แม้ท้ายที่สุดจะไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดการรณรงค์หาเสียงจะยังคงมีความหมาย และพรรคจะทำการเมืองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงผ่านทุกบทบาทที่สามารถทำได้
สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้นั้น เดชรัต มองว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะวิเคราะห์ในรายละเอียด แต่หนึ่งในประเด็นที่เห็นคือจำนวนประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิยังไม่มากเท่าที่คาดหวัง โดยก่อนวันเลือกตั้งพรรคพยายามรณรงค์ให้มีผู้มาใช้สิทธิมากกว่า 50-60%
“การมีประชาชนออกมาใช้สิทธิมากขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าพรรคประชาชนจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะประชาชนที่ออกมาเพิ่มอาจเลือกผู้สมัครหมายเลขใดก็ได้ แต่การมีประชาชนเข้าร่วมใช้สิทธิจำนวนมากเป็นสิ่งสำคัญในระบอบประชาธิปไตย และสะท้อนความต้องการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางความเปลี่ยนแปลงของจังหวัด”
เดชรัต สุขกำเนิด

ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนมี สส.ชนะการเลือกตั้งครบทั้ง 8 เขตของนนทบุรี แต่ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.ได้นั้น เดชรัต บอกว่า เหตุลักษณะเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ประชาชนไม่จำเป็นต้องตัดสินใจในการเลือกตั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นบนฐานความคิดเดียวกัน พรรคทราบโจทย์ดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น และหลังจากนี้จะต้องกลับไปวิเคราะห์รายละเอียดของคะแนนในแต่ละพื้นที่เพิ่มเติม
ส่วนการตัดสินใจลงสมัครครั้งนี้ให้อะไรกับตัวเองบ้างนั้น เดชรัต ตอบว่า ถ้าไม่ลงต่างหากถึงจะเป็นเรื่องพลาดมาก เพราะการได้เข้ามาทำหน้าที่ในระบอบประชาธิปไตยในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทำให้ตนมีโอกาสพบปัญหาและความคาดหวังที่ประชาชนฝากไว้ แม้ความหวังเหล่านั้นส่วนหนึ่งจะถูกฝากไว้ในฐานะว่าตนอาจได้เป็นนายก อบจ. แต่เมื่อผลการเลือกตั้งไม่เป็นเช่นนั้น ก็ยังมีอีกหลายช่องทางที่จะเดินหน้าผลักดันต่อไปได้
พร้อมย้ำว่า หลังจากนี้จะยังคงทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์นโยบายของพรรคเช่นเดิม สิ่งที่ได้พบจากการลงพื้นที่ร่วมกับทีมพรรคประชาชนนนทบุรีทั้ง 8 เขต ทำให้เห็นว่าปัญหาและข้อเสนอหลายเรื่องสามารถเดินหน้าต่อได้ผ่านบทบาทของสมาชิกสภาท้องถิ่น เทศบาลที่พรรคมีนายกเทศมนตรี รวมถึงการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร
“การหาเสียงครั้งนี้ทำให้เห็นความท้าทายใหม่ๆ ที่ประชาชนชาวนนทบุรีกำลังเผชิญ และข้อเสนอเชิงนโยบายหลายเรื่องได้รับการตอบรับที่ดี พรรคจึงจะพยายามนำข้อเสนอเหล่านี้ไปผลักดันผ่านช่องทางอื่นให้เกิดขึ้นจริงต่อไป”
เดชรัต สุขกำเนิด
หน.พรรคประชาชน น้อมรับผลเลือกตั้ง
ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (21 ก.ย. 2569) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งนายก อบจ. นนทบุรี ว่า หากคิดเป็นสัดส่วนของผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พบว่า ช่องว่างของคะแนนลดลง และ ในฐานะนักการเมือง น้อมรับผลการเลือกตั้งไม่ว่าจะออกมาเป็นแบบใด

ณัฐพงษ์ เน้นย้ำว่า ตนเองและพรรคประชาชนมาทำงานการเมืองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง และสื่อสารวิธีคิด ชุดนโยบายที่ต้องการนำเสนอต่อประชาชน ผลเลือกตั้งที่ออกมาน้อมรับ อีกมุมหนึ่งหากไม่ส่งผู้สมัครลงสนามเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ เชื่อว่าจะรู้สึกเสียใจมากกว่านี้ เพราะว่าวัตถุประสงค์ในการส่งผู้สมัครรองรับเลือกตั้งเพื่อต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง
ทั้งยังอธิบายเกี่ยวกับคะแนนเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ว่าหากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์สัดส่วนต่อผู้ออกไปใช้สิทธิ์ช่องว่างของคะแนนน้อยลง ซึ่งผลคะแนนนี้มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง โดยอีกหนึ่งตัวเลขที่เห็นได้ชัดคือจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยลงต่อผู้มีสิทธิทั้งหมด และเป็นหน้าที่ของทุกพรรคการเมืองและผู้สมัครทุกคนที่จะช่วยรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุด
ปัดความนิยมพรรคลดลง
ขณะที่ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน เสริมว่า หากพิจารณาจากการเลือกตั้งปี 2566 จากพรรคก้าวไกล จนถึงเลือกตั้ง อบจ. นนทบุรี ปี 2568 และการเลือกตั้งล่าสุดปี 2569 เมื่อวันที่ 20 กันยายน ดูสัดส่วนคะแนนของพรรค 4 การเลือกตั้งครั้ง ยืนยันว่านิยมของพรรคประชาชนไม่ได้ลดลง ซึ่งหากดูสัดส่วนคะแนนนั้นเพิ่มขึ้น พร้อมชี้แจงเรื่องผลการเลือกตั้งนายก อบจ. นนทบุรี ที่ผ่านมาว่า
- ยอมรับว่าผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2568 ผู้ออกมาใช้สิทธิ์ 41% แต่การเลือกตั้งเมื่อวานนี้ 35% ซึ่งลดลงอย่างน่าตกใจ ประชาชนอาจไม่ได้รับรู้ว่าการเลือกตั้ง
- หากเปรียบเทียบการเลือกตั้งใหญ่กับการเลือกตั้งท้องถิ่นมีวิธีคิดแตกต่างกัน การเลือกตั้งใหญ่ประชาชนอาจต้องการเปลี่ยนรัฐบาลจึงออกมาใช้เสียงค่อนข้างมากแต่การเลือกตั้งท้องถิ่น คนอาจจะไม่ทราบว่าการเลือกตั้งหรือคนอาจไม่ได้รู้สึกว่าการเลือกตั้ง อบจ. มีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเขาอย่างไร ทำให้จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ค่อนข้างน้อย
“ถ้าถามเรื่องความนิยมของพรรคต้องดูสถิติจากสัดส่วนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ มันไม่ได้ลดลง แต่โจทย์เราคือจะทำอย่างไรให้ประชาชนรู้สึกว่าการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น มีผลต่อการดำเนินชีวิตของเขาจริง ๆ ทุกวันที่เราเดินหาเสียงตลอด 31 วัน แม้กระทั่งวันสุดท้ายยังพบเจอประชาชนให้การสนับสนุนพรรค แต่ประชาชน พึ่งทราบว่าจะมีการเลือกตั้ง นายก อบจ. เป็นโจทย์ใหญ่ ในการสื่อสารต่อประชาชน”
พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์
ส่วนปัจจัยเรื่องตัวบุคคลที่ส่งสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ. ของพรรคประชาชนมีผลต่อความพ่ายแพ้หรือไม่นั้น พิจารณ์ ย้ำว่า การคัดสรรตัวบุคคลรอบนี้ พรรคประชาชนพยายามเลือกเฟ้นบุคคลที่มีความพร้อม ครบทุกด้าน ซึ่งเดชรัต เป็นคนนนทบุรี และเป็นมันสมองกระดูกสันหลังหลักในการคิดนโยบายของพรรค มาโดยตลอด จึงเชื่อว่า เป็นหนึ่งในหลายคนที่มีความพร้อมในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ยืนยันบุคคลที่คัดสรรมาดีที่สุดต่อประชาชน หากการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งต่อไปหากสร้างการรับรู้ของประชาชนมากก็จะส่งผลให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์
