รำลึก 50 ปี 6 ตุลา 19 มองไปข้างหน้า อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย  

ผู้นำฝ่ายค้าน ย้ำ หยุด! ใช้อำนาจข่มเหง รังแกประชาชน เร่งดันแก้รัฐธรรมนูญ ถ่วงดุลอำนาจรัฐ ฉะ “ระบอบสีน้ำเงิน” ไม่ยึดโยงประชาชน ยึดการเมือง-เศรษฐกิจ จี้ เชือดโกงเลือก สว. ปลดล็อกประเทศ ขณะที่บุคคลสำคัญ นักการเมือง องค์กรภาคประชาสังคม ร่วมกิจกรรมรำลึก 50 ปี 6 ตุลา 19 เนืองแน่น

วันนี้ (6 ต.ค. 2569) ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้มีการจัดงาน “50 ปี 6 ตุลาฯ” เพื่อร่วมรำลึกถึงวีรชนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2519

ตั้งเช้าตรู่ เวลาประมาณ 05.30 น. มีการแสดง “นาฏกรรมลำนำ” เริ่มต้นจากลานโพธิ์ ไปตามเส้นทางลานปรีดี สนามฟุตบอล หน้าหอประชุม ระหว่างการแสดงมีการร้องเพลง “เพื่อมวลชน” รวมถึงอ่านบทกวี “พลังประชาชน” ของ “กุหลาบ สายประดิษฐ์” การแสดงสิ้นสุดลงที่ลานประติมากรรม โดยมีการอ่านรายชื่อผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 41 ราย วางดอกไม้รำลึก และปิดท้ายด้วยการร้องเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา”

จากนั้นผู้ร่วมงานได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ 19 รูป เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงพิธีการวางพวงดอกไม้รำลึก และพวงหรีดรำลึก รองนายก อมธ. ปีการศึกษา 2519 เริ่มต้นกล่าวถึงคนที่ถูกกระทำความรุนแรงในเหตุการณ์ 6 ตุลา เช่นเดียวกัน แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงมากนัก คือ “ป๋วย อึ๊งภากรณ์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในขณะนั้น ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าอกเข้าใจนักศึกษา รู้สถานการณ์ แต่ต้องลี้ภัยและถูกกระทำความรุนแรง

สำหรับในช่วงพิธีการกิจกรรมวางพวงดอกไม้ และพวงหรีดรำลึก มีบุคคลสำคัญ นักการเมือง หน่วยงาน มูลนิธิ องค์กรนิสิตนักศึกษา และพรรคการเมืองต่าง ๆ เข้าร่วม เช่น พวงหรีดรำลึกจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, สภาผู้แทนราษฎร, ผู้นำฝ่ายค้าน, พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคประชาชน, พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคโอกาสใหม่, มูลนิธิจิตร ภูมิศักดิ์, มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม ฯลฯ

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ทั้งอดีตคนเดือนตุลาฯ รวมถึงบุคคลสาธารณะ เช่น กฤษฎางค์ นุตจรัส, ธงชัย วินิจจะกูล, สุนี ไชยรส, วิภา ดาวมณี, อังคณา นีละไพจิตร, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, พวงทอง ภวัครพันธุ์, บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ, สุรชาติ บํารุงสุข, บารมี ชัยรัตน์

รวมถึงตัวแทนจากภาคการเมือง เช่น ภราดร ปริศนานันทกุล (รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตี), จาตุรนต์ ฉายแสง (สส.พรรคเพื่อไทย), ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (หัวหน้าพรรคประชาชน)

ขณะที่ The Active ได้เป็นหนึ่งในองค์กรที่ร่วมวางพวงหรีดรำลึกด้วย ซึ่งทำขึ้นจากนกกระดาษ 9 สี เป็นตัวแทนของ 9 ข้อเสนอจากเวทีข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน สู่การปรองดองและการเฝ้าระวังทางสังคม ในเทศกาลสันติภาพ 2026

ทั้งนี้ระหว่างในช่วงของพิธีมีผู้ร่วมงานตะโกน “นิรโทษกรรม 112” ด้วย  

ผู้นำฝ่ายค้าน ย้ำไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หยุด! อำนาจข่มเหง รังแกประชาชน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงการรำลึกครบรอบเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ว่าเป็นงานที่มีความสำคัญ และมีคนที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวมาร่วมกิจกรรมรวมถึงคนจากรุ่นอื่น ๆ ซึ่งอย่างน้อยได้รำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตรำลึกถึงวีรชนนักสู้ ต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

สิ่งสำคัญคือต้องมองไปข้างหน้าว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ จากที่มีอำนาจการเข้ามาข่มเหงรังแกเข่นฆ่าประชาชนอีก และสิ่งที่สำคัญอีกหนึ่งอย่าง คือ การเดินหน้าแก้ไขกฎกติกาของประเทศ เช่น ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีประชามติจากประชาชน 21 ล้านเสียง เพื่อทำให้กลไกในการถ่วงดุลตรวจสอบ รวมถึงบรรดาผู้มีอำนาจรัฐใช้อำนาจที่มีมีความรู้สึกเกรงกลัวและเกรงใจประชาชนมากกว่านี้

ส่วนการมองฉากทัศน์ทางการเมืองอดีตปัจจุบันและอนาคต หากได้ลองศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทยในอดีตประเทศไทยมีช่วงเวลาที่อยู่ในห้วงเชื่อได้ว่าเป็นประชาธิปไตยเต็มใบน้อยมาก ซึ่งหลังจากปี 2490 แทบจะไม่มีช่วงเวลาดังกล่าวเลย และจากเหตุการณ์เดือนตุลาคม 2516 ทุกคนอาจจะรู้สึกว่าความเป็นเสรีประชาธิปไตย เริ่มกลับคืนมาแต่ผ่านไป3ปีก็เกิดเหตุการณ์เดือนตุลาตุลาคมปี 2519 จากนั้นก็เข้าสู่ยุคสมัยแทบไม่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

“สำหรับพวกเราที่อยู่ในยุคปัจจุบัน ที่ตัวผมเองเรียกว่าระบอบการเมืองสีน้ำเงิน เรียกว่าเป็นการกลายรูปแบบ ของอำนาจนิยม ที่กลุ่มการเมืองบางกลุ่ม กลุ่มการเมืองเพียงบางกลุ่มในประเทศยึดกลุ่มอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจและกลไกถ่วงดุลตรวจสอบได้ และกุญแจดอกแรกที่ทำให้ปลดล็อกเงื่อนไขการเมืองออกได้ คือการเอาผิดกับคนที่อยู่ในกระบวนการโกงเลือก สว.”

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

ผู้นำฝ่ายค้าน ย้ำว่า ระบอบสีน้ำเงิน เหมือนอำนาจนิยมเดิม ที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน อาจจะมีการเปลี่ยนรูปซึ่งเดิมหากมีอะไรก็จะมีการออกมาใช้อำนาจทางการทหาร อำนาจอาวุธ แต่ขณะนี้เปลี่ยนรูปแบบ กระบวนการสงคราม ที่เริ่มต้นมาก่อนนานแล้ว มีฐานรากจากกติกาที่ไม่ได้มีความเป็นประชาประชาธิปไตย คือ ตัวรัฐธรรมนูญปี 2560

สำหรับงานรำลึก 6 ตุลา ถือเป็นงานที่มีการจัดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปีนี้ครบรอบวาระ 50 ปี 6 ตุลาฯ มีการจัดงานทั้งหมด 3 วัน (4-6 ต.ค. 2569) จากหลายกลุ่มหลายองค์กรร่วมกัน ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการ, การแสดงดนตรี, กิจกรรม Walking Tour, การแสดงงิ้วล้อการเมือง, วงเสวนา, การวาดภาพสด และละครเวที

โดยมีแคมเปญสำคัญคือ “ลบมรดก 6 ตุลา” ยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ที่มีการเพิ่มโทษคดีอาญาบางมาตรา เช่น คดี ม.112 และทำให้ประชาชนต้องเผชิญโทษจำคุกจากการใช้สิทธิเสรีภาพ

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active