กรมอุตุฯ เตือน มวลอากาศเย็นกำลังแรงแผ่ปกคลุมไทยตอนบน ทำอุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง เหนือ-อีสาน หนาวจัดถึง 7 องศาฯ ขณะที่วันเด็กแห่งชาติ 10 ม.ค. นี้ ต้องเฝ้าระวังฝุ่นละอองสะสมและดูแลสุขภาพเด็กเล็กเป็นพิเศษ
วันนี้ 10 ม.ค. 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน สภาพอากาศในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ประเทศไทยตอนบนยังคงเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักมาจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่ยังคงแผ่ลงมาปกคลุม ส่งผลให้หลายพื้นที่อุณหภูมิลดต่ำลงและมีลมแรง ผู้ปกครองควรเตรียมชุดกันหนาวให้บุตรหลาน เนื่องจากสภาพอากาศในแต่ละภาคหนาวเย็นและแนวโน้มฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มสูง

ภาคอีสาน-กลาง-กรุงเทพฯ ระวังฝุ่นสะสม หลังกรมอุตุฯ เผยระบายอากาศไม่ดีในช่วง 10-14 ม.ค. นี้
ชลรดา ชิวปรีชา นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ เปิดเผยผ่านเพจกรมอุตุนิยมวิทยาว่า วันที่ 10-14 มกราคม 2569 พื้นที่ภาคอีสาน ภาคกลาง และกทม. เสี่ยงฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง สาเหตุการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี โดยเฉพาะวันที่ 12-14 ม.ค. 2569 จะวิกฤตที่สุด ส่วนวันเด็กแห่งชาติ แนะผู้ปกครองที่จะพาลูกหลานไปเที่ยววันเด็ก สวมหน้ากากอนามัยเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ภาคใต้และภาคเหนือสถานการณ์ฝุ่นยังอยู่ในเกณฑ์ดีถึงปานกลางและมีฝนตก ส่วนภาคเหนืออากาศดีปานกลางถึงดีมาก

ภาคที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคกลาง, กรุงเทพฯ และปริมณฑล แนวโน้มสถานการณ์มีความเสี่ยงสะสมฝุ่นเพิ่มสูงขึ้นเพราะการระบายอากาศส่วนใหญ่อยู่ใน “เกณฑ์ไม่ดี” ช่วงเวลาวิกฤต วันที่ 12 – 14 มกราคม 2569 ฝุ่นจะหนาแน่นขึ้นกว่าปกติ ควรใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM2.5 ก่อนออกจากบ้านหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ภาคตะวันออก เริ่มมีการสะสมของฝุ่นละอองเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันที่ 11 – 13 มกราคม การระบายอากาศอยู่ใน “เกณฑ์ไม่ดี”
ภาคเหนือ คุณภาพอากาศยังอยู่ในเกณฑ์ “ดีมากจนถึงปานกลาง” แม้การระบายอากาศโดยรวมจะไม่ดี แต่มีแนวโน้มที่จะ “ดีขึ้น” กว่าช่วงก่อนหน้า ทำให้ความเข้มข้นของฝุ่นยังไม่น่ากังวลเท่าภาคกลางและอีสาน
ภาคใต้ คุณภาพอากาศดี ความเข้มข้นฝุ่นละออง “ต่ำ” เนื่องจากการระบายอากาศอยู่ใน “เกณฑ์ดี” และมีโอกาสเกิดฝนตกช่วยชะล้างฝุ่นละอองในพื้นที่

ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากข้อมูลศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย นอกจากนี้ จากคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ใน 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 9 – 15 ม.ค. 69 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือยังคงต้องเฝ้าระวังในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย อุทัยธานี และจังหวัดอุตรดิตถ์
ซึ่งจากสถานการณ์และการคาดการณ์สถานการณ์จะเห็นได้ว่า ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือกำลังไล่ระดับความรุนแรงของสถานการณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นจำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ภัยที่จะเกิดขึ้นต่อไปตลอดเวลา ทั้งความพร้อมของเครื่องจักรกลด้านภัยจากไฟป่าและหมอกควัน และกำชับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทุกเขต หมั่นตรวจเช็กสภาพเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้สามารถพร้อมใช้การ 100% ได้ตามวงรอบการจัดการภัย เมื่อเกิดเหตุ ที่สำคัญ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตจำเป็นต้องประสานงานกับพื้นที่ให้มากขึ้นในทุกระดับ
พยากรณ์อากาศวันเด็ก (10 ม.ค. 69) หลายภาคจะหนาวเย็น ควรเตรียมชุดกันหนาวให้บุตรหลาน
ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: สภาพอากาศหนาวถึงหนาวจัด โดยเฉพาะภาคอีสานอุณหภูมิต่ำสุดอาจแตะ 7-14 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีลุ้นเกิด “น้ำค้างแข็ง” เนื่องจากอุณหภูมิยอดหญ้าต่ำสุดอยู่ที่ 1-5 องศาเซลเซียส
กรุงเทพฯ และปริมณฑล: อากาศเย็นสบายในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 16-18 องศาเซลเซียส แต่ควรระวังเรื่องแสงแดดในช่วงกลางวัน
ภาคใต้: มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังมีฝนฟ้าคะนอง และคลื่นลมในอ่าวไทยสูง 2-3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 10 ม.ค. นี้

อากาศ 10 – 15 มกราคม พ.ศ. 2569
ภาคเหนือ : อากาศหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 1 – 2 องสาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 9 – 15 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25 – 30 องศาเซลเซียสบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 1 – 12 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : อากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีลมแรงอุณหภูมิต่ำสุด 7 – 15 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24 – 28 องศาเซลเซียสบริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4 – 12 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง : อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13 – 18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 30 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก : อากาศเย็นถึงหนาวอุณหภูมิต่ำสุด 13 – 21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 31 องศาเซลเซียส
ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2 – 3 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก) : มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ทางตอนล่างของภาค ตลอดช่วง อุณหภูมิต่ำสุด 16 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 32 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่ จ.สงขลา ลงไป ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก) :มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างของภาค ตลอดช่วงทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล : อากาศเย็นอุณหภูมิต่ำสุด 16 – 21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 31 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
แนวโน้มอากาศล่วงหน้า (11 – 15 ม.ค. 69) หลังผ่านพ้นช่วงวันเด็กไปแล้ว ในวันที่ 13 มกราคม เป็นต้นไป อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น 2-5 องศาเซลเซียส และจะเริ่มมีหมอกหนาในตอนเช้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทัศนวิสัยในการขับขี่ ข้อเนะนำประชาชน ควรตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและระมัดระวังการก่อไฟประกอบอาหารเพื่อป้องกันเพลิงไหม้สวมเสื้อผ้าหนาๆ เพื่อรักษาความอบอุ่นของร่างกาย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ เพื่อบรรเทาอาการผิวแห้งจากอากาศแห้ง

