เตือนทั่วไทยรับมือฝุ่นพุ่งสูง 18-24 ม.ค.นี้ วัดใจรัฐบาลใหม่ดัน “พ.ร.บ.อากาศสะอาด”

3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง 69 วิกฤตฝุ่นระลอกใหม่กำลังถล่มไทย ธรรมชาติส่งสัญญาณเตือน ท่ามกลางความคาดหวังของสังคม ถึงการเข้ามาแก้ปัญหาของรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง ด้วยการผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

วันนี้ (18 ม.ค.2569)ท่ามกลางบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กรมควบคุมมลพิษคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงขึ้นทั่วประเทศในสัปดาห์นี้ 18-24 ม.ค. กลายเป็น “โจทย์หิน” และ “ความหวัง” ที่ประชาชนฝากไว้กับว่าที่ผู้แทนราษฎร ว่าจะเปลี่ยนคำสัญญาให้เป็นการกระทำได้จริงหรือไม่

เช็กพื้นที่สีส้ม! คาดการณ์ฝุ่นรายภาค วันที่ 18-24 ม.ค. 2569

กรมควบคุมมลพิษประเมินสภาพอากาศและปัจจัยแวดล้อม เตือนฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงและพบว่าการระบายอากาศในหลายพื้นที่ลดลง ส่งผลให้ฝุ่นละอองสะสมตัวเพิ่มขึ้น ดังนี้

พื้นที่ กทม. และปริมณฑล: สถานการณ์มีแนวโน้มค่าฝุ่นสูงขึ้นในช่วงวันที่ 18 – 20 ม.ค. 69 โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพเหนือ กลาง และตะวันออก ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยวันที่ 18 มกราคม 2569 จะเกินมาตรฐานที่ กรุงเทพเขตหลักสี่ จตุจักร คลองเตย พระโขนง บางนา พญาไท ดินแดง ห้วยขวาง คลองสามวา มีนบุรี สะพานสูง ตลิ่งชัน บางกอกน้อย ทวีวัฒนาบางแค หนองแขม บางบอน หลังจากนั้นวันที่ 19- 20 มกราคม 69 ยังเกินมาตรฐานสูง พอเข้าวันพุธที่ 21 -24 มกราคม 2569 ฝุ่น PM2.5 จะอยู่ในระดับปานกลาง

ภาคกลางและภาคตะวันตก: มีแนวโน้มฝุ่นสะสมเพิ่มขึ้นยาวตั้งแต่วันที่ 19 – 24 ม.ค. 69 หลายจังหวัดต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยวันที่ 18 มกราคม 2569 อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ฝุ่นหนัก บางจังหวัด ซึ่งคาดการณ์ฝุ่นสูงต่อเนื่องถึงสัปดาห์หน้า

ภาคเหนือ (17 จังหวัด): สถานการณ์น่าเป็นห่วงที่สุด โดยมีแนวโน้มค่าฝุ่นพุ่งสูงตลอดสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 18 – 24 ม.ค. 69 พื้นที่เฝ้าระวังครอบคลุมหลายจังหวัดสำคัญ วันที่ 18 มกราคม 2569 เกินมาตรฐานระดับสีส้ม ที่ จังหวัดสุโขทัย อุทัยธานี อุตรดิตถ์ ขณะที่บางจังหวัด 19-24 มกราคม ฝุ่น อยู่ในระดับปานกลาง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 18 – 22 ม.ค. 69 และยังคงต้องเฝ้าระวังในบางพื้นที่ วันที่ 18 มกราคม 2569 เกินมาตรฐานสีส้มที่ หนองคาย นครพนม มหาสารคาม จะดีขึ้นในวันศุกร์ ที่ 23 มกราคม 2569

ภาคตะวันออก: มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 18 – 22 ม.ค. 69 ฝุ่นเกินมาตรฐาน ที่ชลบุรี ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ก่อนสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นในวันศุกร์ ที่ 23 มกราคม 2569

ภาคใต้: คุณภาพอากาศยังคง ดีอย่างต่อเนื่อง

เจาะลึก “ภูเขาน้ำแข็ง”ทำไมเราต้องการความเปลี่ยนแปลง?

รศ.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม สมาคมเครือข่ายอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า ทุกปีไทยเผชิญเหตุการณ์ฝุ่นเกินมาตรฐานที่ค่อนข้างหนักรุนแรงเหมือนอยู่ในวังวนไม่สิ้นสุด เพราะที่ผ่านมาปัญหา PM 2.5 ไม่ใช่แค่เรื่องของสภาพอากาศ แต่คือ “ระเบิดเวลาของสังคมไทย” ที่เราทุกคนกำลังนั่งทับอยู่ เปรียบเสมือน ภูเขาน้ำแข็ง แต่สิ่งที่เราเห็นคือ “อีเวนต์ฝุ่น” รายวัน แต่ภายใต้ภูเขาน้ำแข็งนั้นคือปัญหาเชิงโครงสร้าง กฎหมายที่ล้าสมัย และระบบราชการแบบไซโล ที่ต่างคนต่างทำ

หัวใจสำคัญของร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ฉบับประชาชน เพื่อกู้ระเบิดเวลานี้ ร่างกฎหมายฉบับใหม่จึงถูกออกแบบมาเพื่อ “ปฏิรูปเชิงระบบ” โดยมีสาระสำคัญ 5 ประการ ที่จะเปลี่ยนกระบวนทัศน์การจัดการอากาศของไทย

  1. ยืนยันสิทธิในอากาศสะอาดว่าเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน รัฐมีหน้าที่ต้องทำให้สิทธินี้เป็นจริง
  2. ไม่แยกมิติสิ่งแวดล้อมออกจากมิติสุขภาพ ต้องมองเป็นเรื่องเดียวกันเพื่อป้องกันการตายก่อนวัยอันควร
  3. การบูรณาการ ทลายกำแพงระหว่างหน่วยงานรัฐ และเชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ให้เกิดช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย
  4. การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ใช่การสั่งการจากบนลงล่างเพียงอย่างเดียว
  5. ใช้ไม้แข็งควบคู่ไม้นวม ไม่ใช่แค่บทลงโทษทางอาญา แต่ต้องมี “นวัตกรรมทางเศรษฐศาสตร์” เช่น ภาษีอากาศสะอาด หรือค่าธรรมเนียมการจัดการมลพิษ เพื่อจูงใจให้ภาคธุรกิจปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พร้อมจัดตั้ง “กองทุนอากาศสะอาด” เพื่อเยียวยาและสนับสนุนการแก้ไขปัญหา

ข้อเรียกร้องถึงฝ่ายการเมือง

อยากให้ก้าวข้ามความขัดแย้ง เพื่อลมหายใจประชาชน ฝากถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า ขอให้มองปัญหาสิ่งแวดล้อมอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ขอให้เร่งพิจารณากฎหมายฉบับนี้โดยยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

ความหวังใหม่ “พ.ร.บ.อากาศสะอาด” ฉบับปฏิรูป

ทางออกที่ยั่งยืนซึ่งถูกเสนอเป็นวาระเร่งด่วนสำหรับรัฐบาลหลังเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้ คือการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ซึ่งเปรียบเสมือน “นวัตกรรมทางกฎหมาย” ที่จะเข้ามากู้ระเบิดเวลานี้ อย่างการใช้เศรษฐศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อม คือใช้ระบบ “แครอทและไม้เรียว” มีกองทุนสนับสนุนผู้ประกอบการที่ลดมลพิษ และบทลงโทษทางแพ่งที่รุนแรงสำหรับผู้ก่อเหตุ สลายการรวมศูนย์กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาในพื้นที่ตนเอง จัดการข้ามพรมแดนที่มีกลไกกฎหมายรองรับปัญหามลพิษข้ามแดนและหมอกควัน จะทำได้ไหมเพราะ 8 กุมภาพันธ์นี้ จึงไม่ใช่แค่การเข้าคูหาเพื่อเลือกพรรคที่ชอบ แต่คือการเลือก “อนาคตลมหายใจ” ของลูกหลาน เป็นฉันทามติที่ส่งเสียงดังไปถึงผู้มีอำนาจว่า“เราจะไม่ยอมนั่งทับระเบิดเวลาฝุ่นพิษอีกต่อไป”

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active