เพิ่ม ‘ปธ.สภาอุตฯ-สภาหอการค้า’ ร่วมนั่ง คณะกรรมการนโยบายอากาศสะอาด โดยตำแหน่ง

สว.โหวต 124 เสียง เห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย หวัง ช่วยสนับสนุนข้อมูล เสนอแนะข้อจำกัด ชงมาตรการที่เหมาะสมกับทุกภาคส่วน ผ่านตัวแทนผู้ประกอบการโดยตรง ด้าน กมธ. ภาคประชาชน ชี้ เสี่ยงถูกครอบงำจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ร่วมกำหนดนโยบาย ขณะที่ สว. หวั่นใช้ความได้เปรียบทางตำแหน่ง เอื้อประโยชน์ผู้ก่อมลพิษ

ในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา มีวาระการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. (พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ) ในวาระ 2 มีการอภิปรายในประเด็นที่ประชาชนจับตา คือ การเพิ่มสัดส่วนของภาคเอกชน เข้ามานั่งในกรรมการนโยบายเพื่ออากาศสะอาด มาตรา 17 แม้ว่ากรรมาธิการฯ เสียงข้างมาก จะเห็นว่าให้คงไว้ตามร่างเดิม แต่มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น 3 คน ได้แก่ ตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์, พลวัตร ตันศิริ และ พล.ต.ท. วันไชย เอกพรพิชญ์ ที่เสนอให้เพิ่มเติม ประธานสภาหอการค้า และ ประธานสภาอุตสาหกรรม เข้ามาเป็นกรรมการนโยบายเพื่ออากาศสะอาดโดยตำแหน่ง

พล.ต.ท. วันไชย กรรมาธิการฯ ผู้สงวนความเห็น กล่าวว่า มาตรา 17 เป็นประเด็น ในเรื่องการตั้งคณะกรรมการนโยบายเพื่ออากาศสะอาด ซึ่งมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ในการจัดการเพื่ออากาศสะอาดระดับชาติ ซึ่งมีองค์ประกอบที่ครอบคลุมทั้งภาคนโยบายฝ่ายปฏิบัติ และภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการบริหารที่มีประสิทธิภาพจึงมีความเห็นที่ขอให้แก้ไข เพิ่มเติมในส่วนของ (5) เรื่องคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากสภาหอการค้าจำนวน 1 คน สภาอุตสหกรรม จำนวน 1 คน

พล.ต.ท. วันไชย เอกพรพิชญ์ กรรมาธิการฯ

เหตุผลที่ขอเพิ่มผู้แทนจากภาคเอกชนจากสภาหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง เพื่อสนับสนุนให้มีความคิด เห็นต่อคณะกรรมการ เพื่ออากาศสะอาดให้ครบถ้วนและเหมาะสมมีประสิทธิภาพ เนื่องจากว่ามีความหลากหลาย แนะนำข้อจำกัด เพื่อจะได้มีมาตรการที่เหมาะสมกับทุกภาคส่วน และเพื่อให้มีตัวแทนผู้ประกอบการโดยตรง สามารถที่จะเสนอในเรื่องของต้นทุน การปรับเปลี่ยนเครื่องจักร กระบวนการผลิต ให้ภาครัฐได้กำหนดมาตรการจูงใจ ซึ่งเกี่ยวข้องไปถึงเรื่องเงินอุดหนุนและดอกเบี้ย สามารถให้ข้อมูลทางเทคโนโลยี ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

“การกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการนี้อ้างอิงจากพระราชบัญญัติผังเมือง พ.ศ. 2562 ในส่วนของร่าง พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ก็จะมีการบัญญัติในส่วนของ องค์ประกอบนี้เหมือนกัน ในการกำหนด กรรมการนโยบาย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะมีภาคเอกชนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเหมือนกัน รวมถึงคณะกรรมการทรัพยากรนั้นก็มีภาคเอกชนเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเช่นเดียวกัน” 

พล.ต.ท. วันไชย เอกพรพิชญ์

หวั่นดึงเอกชนเป็นกรรมการนโยบาย เปรียบ “ผู้ก่อผมลพิษ” มากำหนดนโยบาย

ปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายว่า การให้ประธานสภาอุตสาหกรรมและประธานสภาหอการค้า ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษสำคัญ มานั่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง โดยเฉพาะตำแหน่งคณะกรรมการนโยบาย เปรียบเทียบได้กับ การให้บริษัทบุหรี่ มานั่งในคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ให้ กสทช. มีคณะกรรมการที่มาจากผู้ทำธุรกิจผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกิจการโทรคมนาคม เหมือนคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าให้ผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามา หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ที่บริษัทจดทะเบียนเข้ามา 

ปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา

“ถามว่าท่านกรรมาธิการ ถ้าเอาเข้ามาจริง ๆ แล้ว ทั้งประธานสภาหอการค้าประธานสภาอุตสาหกรรม ซึ่งเขาได้รับได้รับการโหวตจากสมาชิกมาเป็น ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขนาดไหน หากในวันนั้นมีนโยบายเกิดขึ้น หรือเขาเป็นผู้กระทำความผิดเอง หรือมีญาติพี่น้องหรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง เป็นส่วนสำคัญเลยที่จะใช้ความได้เปรียบทางด้านตำแหน่งหน้าที่นี้ เข้าเข้ามาปกป้องหรือทำลายคู่แข่งโดยตรง โดยใช้กฎหมายนี้เข้ามา” 

“และหาก 2 ตำแหน่งนี้เข้ามาจริง จะมีมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดขึ้น แล้วที่สำคัญอยากถามกรรมาธิการฯ ว่า กฎหมายอื่นของประเทศไทยเราที่ภาคเอกชนที่เป็นผู้ต้องถูกกำกับดูแล หรือเป็นผู้ประกอบการมาในคณะกรรมการกำกับดูแล ผลประโยชน์ของตัวเอง มีบ้างไหมกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดพวกนี้”

ปริญญา วงษ์เชิดขวัญ

ขณะที่ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า หากดูอีกหลายมาตราจะเห็นว่าไม่ได้มีการให้ภาคเอกชนเข้ามาเป็นคณะกรรมการ แต่นี่เป็นคณะกรรมการนโยบาย ทำให้เราต้องการกำหนดการตั้งแต่แรกได้เลยว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ แต่ในส่วนที่จะมีภาคเอกชนซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามา ในบางมาตรา ก็ไม่ได้มีการกำหนดให้เข้ามา

ผศ.ธนาชัย สุนทรอนันตชัย กรรมาธิการฯ ภาคประชาชน ระบุว่า เวลาที่พิจารณาว่าคณะกรรมการนโยบายจะมีองค์ประกอบอย่างไร อยากขอให้พิจารณาที่อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบาย ซึ่งคณะคณะกรรมการนโยบายชุดนี้คนที่เป็นประธานคือ นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายชุดนี้มีอำนาจที่สำคัญในเรื่องของการกำหนดนโยบาย และเป้าหมายในเชิงยุทธศาสตร์ในการจะมองว่า การแก้ไขปัญหาอากาศสะอาดของประเทศจะแก้ไขอย่างไร นอกจากนั้นยังมีเรื่องของแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งมีความสำคัญในส่วนของการจัดสรรงบแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ 

ผศ.ธนาชัย สุนทรอนันตชัย กรรมาธิการฯ ภาคประชาชน

ผศ.ธนาชัย ชวนมองต่อไปว่า ประเด็นแรก ที่กรรมาธิการฯ สงวนความเห็นเสียงข้างน้อย อยากให้เพิ่มในส่วนของกรรมการโดยตำแหน่ง หากพิจารณาตำแหน่งของกรรมาธิการโดยตำแหน่งคือ รัฐมนตรี จากกระทรวงต่าง ๆ รัฐมนตรีที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายที่ครอบคลุมในการจัดการอากาศสะอาด แต่ถ้าเราเพิ่มในในส่วนของประธานสภาอุตสาหกรรม ประธานสภาหอการค้า คำถามคือทำไมไม่มีประธานสภาในส่วนของภาคเกษตรกรรม หรือกลุ่มวิชาวิชาชีพต่าง ๆ นี่คือคำถามที่ต้องตอบให้ได้ 

ประเด็นที่สอง ไม่ได้หมายความว่าภาคธุรกิจมีบทบาทในกรรมการนโยบาย เพียงแต่อยู่ในสัดส่วนของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในมาตรา 18 อนุ 4 กำหนดว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคือผู้ที่มาจากเครือข่ายหรือองค์กรภาคเอกชน ซึ่งกรรมาธิการ สส. มองเห็นแล้วว่า แม้กระทั่งประธานสภาหอการค้า ประธานสภาอุตสาหกรรม สามารถเข้ามาในส่วนของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ ไม่จำเป็นต้องมาใส่ในกรรมการโดยตำแหน่ง การที่เราจะพิจารณาใส่กรรมการโดยตำแหน่งจะมีคำถามเกิดขึ้นในสังคมไทย ว่านโยบายในเรื่องการจัดการอากาศของประเทศนี้ จะมีทิศทางอย่างไร

ด้าน ตวงคุณ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ในคณะกรรมการนโยบายหลายครั้งที่เกิดความสงสัยว่าการบัญญัติกฎหมายต่าง ๆ เหตุใดจึงสัมฤทธิ์ผล ใจความเห็นของกรรมาธิการ 3 คน มองว่า ถ้าเรามีส่วนของคนที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นคณะการร่วม เราจะมีการสะท้อนปัญหาหรือกำหนดนโยบายที่เป็นจริง จับต้องได้ รวมถึงสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติได้ 

ตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์ กรรมธิการฯ

“ซึ่งหากนำไปบรรจุไว้ในกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วนนั้นเป็นของภาคเกษตรภาคเมือง แต่ถ้าเราคำนึงถึงการมีอากาศสะอาดร่วมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการสามารถทำได้จริงเห็นผล มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ภาคเศรษฐกิจควรจะต้องอยู่ในคณะกรรมการนี้”

ตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์

ย้ำแก้มลพิษ-ฝุ่น ต้องดึงเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม

พล.ต.ท. วันไชย ตอบกรรมาธิการเสียงข้างมากว่า ภาคเอกชนซึ่งเป็นผู้ดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยมลพิษโดยตรง จะต้องทราบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุนหรือเรื่องเทคนิค อย่างปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยรัฐฝ่ายเดียว ซึ่งเอกชนจำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นภาคขนส่ง คมนาคม โรงงานอุตสาหกรรม เกษตร หรือภาคธุรกิจ เพราะฉะนั้นการรับฟังผลกระทบทางเศรษฐกิจ

“ทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องนอมินี ยังต้องเชิญ กกร.3 ฝ่าย มานั่งอยู่ด้วยเลย ผมนำเรียนว่าเพื่อให้เกิดการยอมรับของกฎหมาย การมีส่วนร่วมในการกำหนดกติกา จะดีกว่า เพื่อลดข้อโต้แย้งข้อขัดแย้งต่างๆ ในภายหลังจากที่มีการบังคับใช้กฎหมาย นำเรียนในที่ประชุมว่าเหตุผลที่ภาคเอกชนเข้ามาร่วมในกรรมการตามมาตรา 17 ไม่ได้ให้เอกชนเข้ามามีอำนาจเหนือรัฐ แต่จะให้ผู้มีปฏิบัติตามกฎหมายได้มีส่วนร่วมเสนอข้อเท็จจริง”

พล.ต.ท. วันไชย เอกพรพิชญ์

นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา

นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า เข้าใจทั้งสองฝ่ายว่า หากมีส่วนร่วมจากสภาหอการค้าหรือสภาอุตสาหกรรมจะมีประโยชน์ แต่ถ้ามองอีกมุมการถูกครอบงำโดยเสียงข้างมากจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเหมือนกัน เข้าใจกรรมาธิการเสียงข้างมากว่าไม่ควรจะมีการเพิ่มเข้าไป เพราะการที่มีกรรมการหลายชุดในประเทศไทยขณะนี้ก็ถูกครอบงำ เช่น คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ก็ถูกครอบงำโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งมีอิทธิพลหลากหลาย

ดังนั้นหากเราใส่สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าเข้าไป ก็จะเกิดปัญหาว่าทำไม ไม่ใส่สภาองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค สภาลมหายใจ เข้าไปด้วย ซึ่งคนเหล่านี้น่าจะอยู่ในกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และเลือกกันเองเข้ามาตามมาตรา 18 ได้เช่นเดียวกัน ขออนุญาตสนับสนุนกรรมาธิการเสียงข้างมาก 

ห่วงเอกชนครอบงำนโยบาย ประชาชนอยู่ตรงไหน ?

ด้าน นิศานาถ รัตนนาคินทร์ กรรมาธิการฯ ภาคประชาชน กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้เป็นคณะกรรมการนโยบาย ที่จะกำหนดยุทธศาสตร์ ภารกิจที่รับผิดชอบยิ่งใหญ่ ครอบคลุมประชาชนทุกคน และสิ่งที่ท่านสมาชิกได้กล่าวมามีการครอบงำมาเป็นระยะเวลายาวนาน และใช้ทรัพยากรของประเทศ และทุนสิ่งแวดล้อมทำมานานมาก มาจนถึงเราต้องมีวันนี้ ที่ทุกท่านต้องมานั่งในที่นี้ 

นิศานาถ รัตนนาคินทร์ กรรมาธิการฯ ภาคประชาชน

“ดิฉันเคารพทุกท่าน และในวันนี้คือการชี้ชะตาของประเทศประเทศชาติ ประชาชนและเด็กตัวเล็ก ๆ  ซึ่งต้องหายใจทุกคน ซึ่งหากยังให้การครอบงำเหล่านี้เกิดขึ้นต่อไปจนถึงระดับนโยบายเข้าไปนั่งอยู่ตรงนั้น แล้วประชาชนอยู่ตรงไหน สภาคุ้มครองผู้บริโภคนั่งอยู่ตรงไหน เท่าที่ผ่านมาเราได้วางภาคธุรกิจไว้แล้ว ตั้งแต่ระดับพื้นที่ไล่มาแต่ละภาคส่วนมีครบทั้งหมด แต่ไม่ได้ภาคประชาชนไว้ในระดับนโยบาย เพราะเราให้เกียรติกับรัฐบาล กับผู้นำสูงสุดของประเทศชาติ”

“ดิฉันก็อยากจะขอรับฟังและชี้ชะตาของประเทศชาติ และประชาชนว่าในที่ประชุมตรงนี้ที่ดิฉันเคารพและให้เกียรติและหวังว่าท่านจะให้เกียรติและเคารพ และมีหัวใจในการที่จะพิจารณาความสำคัญในคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งวางยุทธศาสตร์และชี้ชะตาบ้านเมือง ชี้ชะตาชีวิตของคนในประเทศไทย”

นิศานาถ รัตนนาคินทร์

ท้ายที่สุดแม้ในชั้นกรรมาธิการเสียงข้างมากจะเห็นชอบให้คงตามร่างเดิม แต่ในการประชุมวาระ 2 ผลการลงคะแนน สมาชิกวุฒิสภาลงมติ เห็นชอบ ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประธานสภาหาการค้า และประธานสภาอุตสาหกรรมเข้าเป็นกรรมการนโยบายเพื่ออากาศสะอาดโดยตำแหน่ง ด้วยมติ 124 ต่อ 19 เสียง งดออกเสียง 14 จากจำนวนผู้ลงมติทั้งหมด 157 เสียง

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active