บทเรียน ‘เผานา นครนายก’ ถ้ามี พ.ร.บ.อากาศสะอาด จะช่วยแก้ปัญหายังไง ?

‘บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์’ ชี้ กฎหมายออกแบบไว้ทั้งการเผชิญเหตุ และการป้องกันก่อนเกิดปัญหา มุ่งแก้เชิงโครงสร้างภาคเกษตร เปลี่ยน การเผา ให้กลายเป็น รายได้ของชาวนา

จากกรณีไฟไหม้ทุ่งนาในพื้นที่ อ.ปากพลี จ.นครนายก ลุกลามเป็นวงกว้าง และกลายเป็นหนึ่งในต้นตอสำคัญของฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียงรวมถึงกรุงเทพมหานคร คำถามสำคัญคือ หากประเทศไทยมี พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ บังคับใช้ (ปัจจุบันชะงักอยู่ที่ กมธ.สว. หลังยุบสภา) ปัญหาลักษณะนี้จะถูกจัดการอย่างไร ?

บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ อดีตคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยกับ The Active ว่า ร่างกฎหมายอากาศสะอาดฯ ออกแบบการจัดการไว้ 2 ส่วนหลัก คือ การรับมือช่วงเผชิญเหตุ และ การป้องกันก่อนเกิดปัญหา

ร่องรอยที่นาที่ถูกเผาหลายหมื่นไร่ ในพื้นที่ อ.ปากพลี จ.นครนายก

ในส่วนของการเผชิญเหตุหากเกิดการเผาในพื้นที่โล่ง กฎหมายกำหนดให้รัฐมี “เครื่องมือ” และ “ระบบการทำงานร่วมกัน” ที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การตรวจจับฮอตสปอต การเข้าระงับเหตุ ไปจนถึงการประสานงานระหว่างพื้นที่ต้นทางและพื้นที่ปลายทางที่ได้รับผลกระทบ เช่น กรณีนครนายก กับ กทม. ซึ่งได้รับอิทธิพลจากทิศทางลม แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือการทำงานก่อนถึงฤดูเผา เพราะ พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อไล่จับหรือเอาผิดผู้กระทำเป็นหลัก หากแต่มุ่งไปที่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะในภาคเกษตร

สำหรับกรณีการเผาฟางข้าว กฎหมายวางแนวทางให้รัฐเข้าไป ปรับโครงสร้างการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้เปลี่ยนชนิดพืชในพื้นที่เสี่ยง หรือหากยังปลูกข้าวเหมือนเดิม ก็ต้องสร้างทางเลือกที่ทำให้ “ไม่เผาแล้วคุ้มกว่าเผา” เช่น การนำฟางไปขายเป็นเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม ภาคปศุสัตว์ หรือใช้เทคโนโลยีใหม่แปรรูปเป็นสินค้าเพิ่มมูลค่า

“เปลี่ยนจากสาเหตุของฝุ่น ให้กลายเป็นรายได้ของชาวนา นี่คือทางออกที่ยั่งยืนกว่าการวิ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในแต่ละปี”

บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์

ขณะเดียวกัน กฎหมายยังออกแบบมาตรการส่งเสริมในช่วงก่อนเกิดเหตุ เช่น การสนับสนุนเครื่องจักรเก็บเกี่ยว เครื่องอัดฟางเป็นก้อน การพัฒนาระบบขนส่ง และการจับคู่ธุรกิจกับผู้รับซื้อฟาง รวมถึงการเตรียมแหล่งน้ำและตลาดรองรับ หากต้องการปรับเปลี่ยนชนิดพืชในพื้นที่เสี่ยง

บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ อดีตคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. สภาผู้แทนราษฎร

เปิดสูตร 8–3–1 แก้ฝุ่นภาคเกษตร

บัณฑูร ยังอธิบายถึงแนวคิดที่เรียกว่า “สูตร 8–3–1” ใน ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งหมายถึง

  • 8 เดือนแรก เป็นช่วงจัดการต้นเหตุในทุกภาคส่วน

  • 3 เดือนถัดมา คืออช่วงเผชิญเหตุที่ต้องควบคุมไม่ให้ปัญหารุนแรง

  • 1 เดือนสุดท้าย คืออช่วงฟื้นฟูสุขภาพคน ฟื้นฟูป่า และสิ่งแวดล้อม

“ถ้าเราทำ 8 เดือนได้ดี ความรุนแรงใน 3 เดือนก็จะลดลง และการสูญเสียในช่วงฟื้นฟูก็จะน้อยลงตามไปด้วย”

บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์

กฎหมายไม่ได้มีเจตนาเอาผิด แต่จะเน้นแก้จากต้นทาง

พร้อมย้ำว่า ในด้านมาตรการลงโทษ กฎหมายกำหนดให้ผู้ก่อมลพิษมีความผิดทั้งปรับและจำคุก แต่ในทางปฏิบัติการพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้จุดไฟในพื้นที่นาข้าวทำได้ยาก และกฎหมายไม่ได้มีเจตนาลงโทษ แต่จะเน้นไปที่การป้องกันไม่ให้เกิดการเผาตั้งแต่ต้นทาง หากแต่ใช้เป็น “ปลายทาง” ในกรณีจำเป็น ขณะที่เป้าหมายหลักยังคงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการเผาเสียตั้งแต่ต้น

ร่างกฎหมายฯ ค้างสภาฯ อนาคตหลังเลือกตั้งหวั่นถูกทิ้ง ?

ส่วนอนาคตของกฎหมายอากาศสะอาดฯ นั้น บัณฑูร ระบุว่า ทุกพรรคการเมืองแสดงจุดยืนชัดเจนในการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ต่อ หลังการเลือกตั้ง หากมีรัฐบาลใหม่ ภายใน 60 วันหลังแถลงนโยบาย กฎหมายจะถูกนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง

โดยขณะนี้ร่างกฎหมายฯ อยู่ในชั้นวุฒิสภา และผ่านวาระแรกแล้ว แม้จะมีความเป็นไปได้ที่วุฒิสภาจะปรับแก้รายละเอียดบางประเด็นเพื่อให้เหมาะสมกับการปฏิบัติ แต่หากไม่กระทบหลักการสำคัญ ก็เชื่อว่าจะได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร และสามารถเดินหน้าบังคับใช้ได้ในที่สุด

“สาระสำคัญของกฎหมายยังอยู่ครบ และนี่คือความหวังสำคัญของการแก้ปัญหาฝุ่นอย่างยั่งยืน”

บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์


Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active