ยื่นขอข้อมูลจังหวัดเกี่ยวกับกระบวนการอนุมัติ-อนุญาตก่อสร้าง จัดตั้งโรงแต่งแร่รวมถึงการขออนุญาตใช้น้ำในกระบวนการผลิต ด้าน ‘ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม’ ระบุ การเจาะสำรวจทางธรณีวิทยา ไม่เปลี่ยนแปลงการไหลของน้ำใต้ดิน ย้ำ บริษัทต้องปฏิบัติตามมาตรการสิ่งแวดล้อม
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความอ้างว่า บริษัทสัญชาติจีนเข้ามาเจาะเหมืองโปแตชใน จ.อุดรธานี จนทำให้น้ำใต้ดินเกิดการปนเปื้อน โดยระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอม พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการและสถานะของบริษัทที่ได้รับประทานบัตรทำเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่
ข้อมูลระบุว่า กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้ออกใบอนุญาตประทานบัตรทำเหมืองใต้ดินชนิดแร่โปแตชให้แก่ บริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ APPC จำนวน 4 แปลง รวมพื้นที่ 26,446 ไร่ อายุประทานบัตร 25 ปี ตั้งแต่ปี 2565-2590 โดยแม้จะมีองค์กรจากจีนร่วมลงทุนผ่านโครงสร้างการถือหุ้น แต่ APPC ยังคงมีสถานะเป็นบริษัทสัญชาติไทย ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
ส่วนกรณีการเจาะสำรวจทางธรณีวิทยาที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น หน่วยงานระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ส่งผลให้ลักษณะทางอุทกธรณีวิทยาหรือการไหลของน้ำใต้ดินเปลี่ยนแปลง โดยบริษัทต้องดำเนินงานภายใต้มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรการติดตามตรวจสอบที่กำหนดไว้เป็นเงื่อนไขแนบท้ายประทานบัตร

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 69 (ภาพ : Decha Khambaomueang)
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องผลกระทบจากเหมืองแร่โปแตช เป็นข้อกังวลของประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ชาวบ้านในนาม กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ประมาณ 100 คน ได้ไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ขอให้ตรวจสอบโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี
ระบุว่า ได้ติดตามและคัดค้านโครงการมาเป็นเวลานานกว่า 25 ปี และศึกษาผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการทำเหมือง โดยปัจจุบันได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองอุดรธานี เพื่อขอให้เพิกถอนประทานบัตรทำเหมืองแร่โปแตช โดยอ้างถึงข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและการรับฟังความคิดเห็นในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาเกิดการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเด็นการแพร่กระจายของดินเค็ม ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่พบการสำรวจและขุดเจาะบริเวณพื้นที่โครงการใน อ.เมืองอุดรธานี และ อ.ประจักษ์ศิลปาคม จึงเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับหน่วยงานที่เข้าดำเนินการ วัตถุประสงค์ของการเจาะสำรวจ รวมถึงบุคคลที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่
กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ยังระบุในหนังสือว่า พบกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะคล้ายชาวจีนและพูดภาษาจีนเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่โครงการ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่า บุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้รับอนุญาตให้เข้ามาดำเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ มีใบอนุญาตและเอกสารที่เกี่ยวข้องครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานใด
ข้อเรียกร้องของกลุ่มฯ ยังครอบคลุมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการทำเหมือง ทั้งประเด็นแผ่นดินทรุด การแพร่กระจายของดินเค็มลงสู่น้ำใต้ดินและพื้นที่ผิวดิน รวมถึงการใช้น้ำที่อาจกระทบภาคการเกษตร โดยขอให้จังหวัดชี้แจงมาตรการป้องกันและรับมือที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน และมาตรการเยียวยาหรือฟื้นฟูหากเกิดความเสียหาย ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการดำเนินโครงการ
ขณะเดียวกัน กลุ่มฯ ยังได้ขอข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการอนุมัติและอนุญาตก่อสร้างหรือจัดตั้งโรงแต่งแร่ภายใต้โครงการเหมืองแร่โปแตช ของ APPC รวมถึงรายละเอียดการขออนุญาตใช้น้ำในกระบวนการผลิต
ประเด็นดังกล่าวจึงมีข้อมูลอยู่ 2 ส่วนที่ต้องแยกออกจากกัน คือ ข้อชี้แจงของหน่วยงานรัฐและผู้ประกอบการที่ระบุว่าการเจาะสำรวจไม่ได้ทำให้ระบบน้ำใต้ดินเปลี่ยนแปลง หรือเกิดการปนเปื้อนตามที่มีการกล่าวอ้าง กับข้อกังวลของประชาชนในพื้นที่ที่ต้องการให้รัฐเปิดเผยข้อมูล ตรวจสอบผลกระทบ และชี้แจงมาตรการกำกับดูแลโครงการอย่างละเอียด
