ถามหามาตรการป้องกันผลกระทบ การเข้ามาสำรวจ–ขุดเจาะของกลุ่มรับเหมา หลังชาวบ้าน ระบุ ที่ผ่านมายังไร้คำตอบที่ชัดเจนจากหน่วยงานรัฐ เรียกร้องเปิดข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบภายใน 15 วัน พร้อมแถลงการณ์ ย้ำ รัฐเมินสิทธิชุมชน การมีส่วนร่วม ชี้ นักการเมือง ข้าราชการ ไม่เคารพธรรมาภิบาล ปกป้องประโยชน์ชาวบ้าน เชื่อ รัฐเดินหน้าเหมืองเท่ากับเอื้อประโยชน์ทุนจีน ไม่สนใจผลกระทบสังคม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม หวั่นก่อภัยพิบัติต่อภาคอีสาน แผ่นดินทรุด ดินเค็มแพร่กระจายในอนาคต
ตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาประเด็น เหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ถูกพูดถึงในโลกโซเชียลฯ อย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การแพร่กระจายของดินเค็ม สิทธิและผลประโยชน์ของประชาชน รวมถึงการเข้ามาของกลุ่มทุนจีนในพื้นที่ที่มีการขอประทานบัตรเหมืองแร่โปแตช
ขณะเดียวกัน พบว่ามีการเข้าสำรวจ ขุด และเจาะในพื้นที่โครงการเหมืองแร่โปแตช ใน อ.เมืองอุดรธานี และ อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี โดยไม่มีการแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบอย่างเป็นทางการ ทำให้ประชาชนเกิดความกังวลและตั้งคำถามว่า การดำเนินการดังกล่าวมาจากหน่วยงานใด สำรวจและขุดเจาะเรื่องอะไร และมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
นอกจากนี้ประชาชนยังพบว่า มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่พูดภาษาจีนเข้ามาทำงานในพื้นที่โครงการฯ ขณะที่ก่อนหน้านี้ บริษัทเจ้าของโครงการ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ยังไม่สามารถตอบคำถามของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการทำเหมืองแร่โปแตช

กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ขอให้ผู้ว่าฯ อุดรธานี ตรวจสอบและชี้แจงใน 3 ประเด็นสำคัญ
- กรณีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม แผ่นดินทรุดตัว การแพร่กระจายของดินเค็มในนํ้าบาดาลใต้ดิน บนดิน การแย่งนํ้าจากการทําเกษตร กลุ่มอยากทราบว่าท่านมีมาตราการในการรับมือ และแก้ไขปัญหาภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นจากการทําเหมืองที่เป็นรูปธรรมอย่างไรบ้าง เช่น มีคําสั่ง ระเบียบ การแต่งตั้งกรรมการฯ หรือมีกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างไร รวมถึงมีมาตรการเยียวยาและการฟื้นฟูพื้นที่ในกรณีเกิดความเสียหาย ทั้งในระยะก่อน ระหว่าง และภายหลังการดําเนินโครงการ เป็นต้น
- การเข้ามาของ บุคคล กลุ่มบุคคล ที่รับเหมาช่วงในการดําเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทําเหมืองแร่โปแตช เช่น การสํารวจ ขุดเจาะ ขุดหลุม การสํารวจต่าง ๆ ในพื้นที่ โดยเฉพาะเป็นกลุ่มคนที่เป็นคนจีน จึงขอให้ผู้ว่าฯ ตรวจสอบและชี้แจงว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้รับอนุญาตให้เข้ามาดําเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่มใบอนุญาตหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องในการเข้ามาทํางานครบถ้วนหรือไม่ และอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานใดบ้าง
- ขอทราบข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการอนุมัติและอนุญาตให้มีการก่อสร้างหรือจัดตั้งโรงแต่งแร่ภายใต้โครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี ของบริษัท เอเชีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จํากัด (APPC) รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการขออนุญาตใช้นํ้าในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะการขอใช้นํ้าจากแหล่งนํ้าหนองนาตาล ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของเทศบาลตําบลหนองไผ่ อ.เมืองอุดรธานี ว่าได้มีการขออนุญาตและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ทั้งนี้ ขอให้เปิดเผยข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วนและสามารถติดตามตรวจสอบการดําเนินโครงการได้อย่างมีส่วนร่วมและโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาลภายใน 15 วัน
ทั้งนี้เมื่อปี 2566 กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานีได้ฟ้องต่อศาลปกครองอุดรธานี เพื่อให้มีการเพิกถอนประทานบัตรการทําเหมืองแร่โปแตชจังหวัดอุดรธานี เนื่องจากว่าในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ที่ใช้ในการประกอบขอประทานบัตร ได้ใช้ข้อมูลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนไปใช้ในการดำเนินการดังกล่าว และไม่ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
และได้ขอให้เพิกถอนรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ของของบริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด จำนวน 4 แปลง ครอบคลุมเนื้อที่กว่า 26,446 ไร่ โดยประทานบัตรมีอายุยาวนานถึง 25 ปี คือปี 2565-2590 แต่กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี พบว่ากระบวนการในการขออนุญาตประทานบัตรมีความไม่ถูกต้องเหมาะสมตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

เหมืองแร่โปแตช ออกไป…!!! “นักการเมือง ข้าราชการ ต้องไม่รับใช้ทุนจีน”
กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ยังออกแถลงการณ์ โดยอ้างว่า ขณะนี้มีกลุ่มทุนจีนเข้ามาถือหุ้นและเป็นเจ้าของประทานบัตรการทําเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี มีอายุการทําเหมืองแร่โปแตช 25 ปี การอนุมัติโครงการเหมืองแร่โปแตช โดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในตอนนั้น ใช้อํานาจ คสช. โดยไม่สนใจสิทธิชุมชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญย่อมส่งผลให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นมาตรการที่รัฐบาลจะปกป้องผลประโยชน์ให้กับประชาชนไทย
พร้อมทั้งยังไม่คํานึงถึงผลกระทบทางสังคม ผลกระทบทางสุขภาพ และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม การทําเหมืองแร่โปแตช จะเป็นภัยพิบัติ ต่อภาคอีสาน เกิดการแพร่กระจายของดินเค็ม แผ่นดินทรุดตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต
ประเด็นที่สําคัญ คือ พื้นที่เหมืองแร่โปแตชจังหวัดอุดรธานี จะกลายเป็นที่ทิ้งขยะพิษ กากอุตสาหกรรม ภายใต้โพรงถํ้าเกลือใต้ดิน หลังจากขุดแร่โปแตชออกไปแล้ว ซึ่งได้มีการศึกษาวิจัยสามารถที่จะเอาขยะไปเก็บไว้ได้ และเป็นผลจากการทําสัญญา FTA ที่รัฐไทยได้ไปรับรองกับนานาชาติ ซึ่งทุนจีนก็เห็นโอกาสนี้ที่จะเอาขยะไปเก็บไว้ใต้ดิน
ที่ผ่านมา ทุกรัฐบาลไม่สามารถที่จะหารูปธรรมในการแก้ไขปัญหาทางสิ่งแวดล้อม ขึ้นมาเป็นตัวอย่างในการแก้ไข ปัญหาผลกระทบที่เป็นรูปธรรมได้ แต่จากประสบการณ์ของประชาชน พบว่า ทุกรัฐบาลไม่มีความจริงใจในการที่จะแก้ไข
ปัญหาของประชาชน และประชาชนเป็นแค่เหยื่อของนักการเมือง ที่แอบอ้างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ด้วยโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐต อาทิเช่น โครงการแลนบริด์จภาคใต้ โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก โครงการนิคมอุตหกรรม อ.จะนะ จ.สงขลา และโครงการสร้างเขื่อนผันนํ้าโขง เลย ชี มูน ในภาคอีสานและโครงการผันนํ้ายวม – สาละวิน ใน ภาคเหนือ เป็นต้น
แต่เบื้องหลังโครงการที่กล่าวมาเป็นเพียงพื้นที่หาผลประโยชน์ของนักการเมือง ข้าราชการ ที่ไม่เคารพหลักธรรมาภิบาล เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
อย่างไรก็ตาม เหมืองแร่โปแตช เป็นประเด็นที่ชาวบ้านในหลายพื้นที่ของภาคอีสานออกมาคัดค้าน เช่น จ.อุดรธานี, อ.บำเน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ, อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร และ อ.ด่านขุนทด จ.นครรราชสีมา เหตุผลของการขยายพื้นที่คัดค้านกระจายไปในหลายพื้นที่เนื่องจากเห็นว่า ภาคอีสานมีแหล่งแร่โปแตชที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก ซึ่งครอบคุมพื้นที่เกือบทุกจังหวัดในภาคอีสาน
ปัจุบันมีความเคลื่อนไหวเรื่องการผลักดัน และเดินหน้าต่อของเหมืองทั้งจากทางภาครัฐ และกลุ่มทุน โดยทุนส่วนใหญ่ที่เข้ามาดำเนินโครงการคือมาจากจีน สิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งข้อกังวลของชาวบ้านในหลายพื้นที่
