คพ. ติดตามโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ใกล้ชิด ย้ำ ต้องดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการสิ่งแวดล้อม พร้อมตรวจคุณภาพน้ำใต้ดิน–น้ำผิวดิน รวมถึงลำห้วยที่ไหลลงหนองหาน จัดทำข้อมูลฐานเปรียบเทียบก่อนเดินหน้าโครงการ
สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ คพ.ติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานโครงการเหมืองแร่โพแทซ จ.อุดรธานี อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม
โดยกำชับให้ตรวจสอบการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษหรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน หากพบการดำเนินงานไม่เป็นไปตามกฎหมาย หรือมีความเสี่ยงที่จะกระทบสิ่งแวดล้อม จะต้องตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

ตรวจน้ำใต้ดิน–น้ำผิวดิน ก่อนเดินหน้าโครงการ
อธิบดี คพ. บอกด้วยว่า สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 9 ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจวัดคุณภาพน้ำใต้ดินและน้ำผิวดินในพื้นที่โครงการและพื้นที่โดยรอบ รวมถึงลำห้วยที่ไหลลงสู่หนองหาน
โดยการตรวจสอบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อจัดทำข้อมูลเฝ้าระวังและข้อมูลฐานเปรียบเทียบ (Baseline Data) สำหรับติดตามการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพสิ่งแวดล้อมในอนาคต โดยเฉพาะหนองหาน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของ จ.อุดรธานี และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทะเลบัวแดง

อธิบดี คพ. ยังระบุอีกว่า จะติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินว่าการดำเนินโครงการเป็นไปตามกฎหมายและมาตรการที่กำหนด และเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อคุณภาพน้ำ ระบบนิเวศ และประชาชนในพื้นที่
เหมืองใต้ดิน 26,446 ไร่ ผลิตโพแทสเซียมคลอไรด์สูงสุด 2.1 ล้านตันต่อปี
สำหรับโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ได้รับประทานบัตรทำเหมืองประเภทที่ 3 หรือการทำเหมืองใต้ดิน เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 มีแหล่งแร่อุดรใต้ปริมาณสำรองประมาณ 85.82 ล้านเมตริกตัน และสามารถผลิตโพแทสเซียมคลอไรด์ (KCl) ได้ประมาณ 33.72 ล้านเมตริกตัน
โครงการมีกำลังการผลิตสูงสุด 2.1 ล้านตันต่อปี ประทานบัตรมีอายุ 25 ปี ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2565 พื้นที่ประทานบัตรครอบคลุม อ.เมืองอุดรธานี และ อ.ประจักษ์ศิลปาคม แบ่งเป็นพื้นที่เหมืองใต้ดินประมาณ 26,446 ไร่ และพื้นที่บนดินสำหรับโรงแต่งแร่ประมาณ 1,681 ไร่
ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการปรับพื้นที่เพื่อเตรียมก่อสร้าง พร้อมจัดทำข้อมูลฐานเปรียบเทียบด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข และติดตั้งหมุดตรวจวัดระดับการทรุดตัวของผิวดิน
รูปแบบการทำเหมืองที่ระบุไว้เป็นการทำเหมืองใต้ดินแบบห้องสลับเสาค้ำยัน โดยจะนำเกลือที่ได้จากกระบวนการแต่งแร่กลับไปถมในห้องผลิต เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของโครงสร้างใต้ดิน
