กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. ตั้งข้อกังวลน้ำมีความเค็มสูง และการปนเปื้อน แพร่กระจายไปยังพื้นที่โดยรอบ ชี้ชัดข้อมูล ระบุ ไม่มีแนวทางศึกษาผลกระทบก่อนถม ไร้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ด้าน รองผู้ว่าฯ โคราช ยอมรับ สั่งถมหนองมะค่าใน ยัน ทำตามระเบียบ สวนทาง “เพจเหมืองแร่โปแตชแอ่งโคราช” โต้ ถมพื้นที่ก่อนทำประชาคม
วันนี้ (12 ต.ค. 2569) คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี มนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ออกคำสั่งให้นำดินไปถมทิ้งในพื้นที่สาธารณประโยชน์ (นสล.) “หนองมะค่าใน” ต.หนองไทร อ.ด่านขุนทด ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่ชาวบ้าน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด ระบุว่าเป็นพื้นที่ใช้เป็นหลักฐานยื่นฟ้องเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากการทำเหมืองแร่โปแตชที่ด่านขุนทด
โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อตรวจสอบว่าการถมหนองน้ำสาธารณะ ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือขั้นตอนต่าง ๆ หรือไม่ รวมทั้งข้อร้องเรียนอื่น ๆ

มีรายงานว่า มนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าฯ นครราชสีมา ซึ่งเป็นผู้สั่งการถมหนองมะค่าใน ร่วมคณะลงตรวจสอบด้วย โดยมี 2 จุดสำคัญคือ หนองประดู่ และหนองมะค่าใน
มนัส ระบุว่า ตนเองเป็นคนสั่งการให้มีการถมหนองมะค่าใน โดยอ้างทำไปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน และยืนยันว่าเป็นไปตามระเบียบฯ ทุกขั้นตอนโดยเฉพาะประเด็นการทำประชาคม โดยชี้ว่าการประชาคมไม่ได้ดูที่จำนวนผู้เข้าร่วมแต่ตามระเบียบต้องประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงรวมทั้งระยะเวลาในการประชาสัมพันธ์

เพจเหมืองแร่โปแตชแอ่งโคราช ระบุว่า สิ่งที่ รองผู้ว่าฯ มนัส ชี้แจงนั้นกลับสวนทางกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะการถมที่ดินในหนองมะค่าในนั้นเกิดขึ้นก่อนการทำประชาคมในวันที่ 26 พ.ค. 2569 เป็นความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นในกระบวนการฯ
ทั้งนี้ผลกระทบจากการถมดิน คณะกรรมาธิการฯ ได้ตั้งคำถามต่อความกังวลว่าน้ำที่มีความเข้มข้น มีความเค็มสูงมากกว่าน้ำทะเล และมีการปนเปื้อนจะแพร่กระจายหรือไม่ ซึ่งต้องอยู่ใน หลักการระวังไว้ก่อน เพราะผลกระทบได้เกิดขึ้นแล้ว พื้นที่ที่อยู่รอบนอกจะได้ผลกระทบจากการถมที่ดินซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบก่อนการถมและไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาตร์รองรับ คาดว่าจะเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
ขณะที่ ประชาชนที่สนับสนุนการทำเหมืองแร่โปแตช ได้ปักหลักรออยู่บริเวณหนองมะค่าใน ระบุว่า ทางกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ไม่ใช่คนในพื้นที่ และความเค็มเกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับเหมืองแร่โปแตชแต่อย่างใด รวมถึงการถมที่ดินบริเวณพื้นที่พิพาทนั้นเพื่อต้องการจะปลูกต้นไม้ และทำเป็นลานตากข้าวโดยขั้นตอนการทำประชาคมก็เป็นไปตามที่ รองผู้ว่าฯ ชี้แนะ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง : “รัฐบาลนี้ขยับโปแตชเต็มที่ ไม่สนใจชีวิตผู้คน” เสียงชาวบ้านด่านขุนทด-หวั่นพื้นที่พิพาทถูกทำลายหลักฐาน
