กังวลท่าที ‘รมต.อุตสาหกรรม’ จ้องเดินหน้าเหมืองโปแตช แต่เมินผลกระทบหนักหนาสาหัสที่ชาวบ้านเผชิญ ชี้ หวังเม็ดเงินส่งออกโปแตช ปุ๋ยเคมี โกยรายได้ 30,000 ล้าน คุ้มไหม ? แลกวิกฤตสิ่งแวดล้อม น้ำเค็มปนเปื้อน ชาวบ้านสูญเสียพื้นที่ทำกิน หวังรัฐบาลคิดคำนวณรอบด้าน ย้ำ บทเรียน ‘ด่านขุนทด’ ถ้าแก้ไม่จบ อย่าคิดขุดเหมืองเพิ่ม
จุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ เปิดเผยกับ The Active ระบุถึงท่าทีของรัฐบาล โดยเฉพาะกรณีที่ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันผลักดัน เหมืองโปแตช ในหลายพื้นที่ภาคอีสาน พร้อมให้เหตุผลถึงการพัฒนาแหล่ง แร่โปแตช ในประเทศไทยเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้ภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ลดการพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากทรัพยากรแร่ภายในประเทศ
- อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘วราวุธ’ ดัน ‘เหมืองโปแตช’ เชื่อโอกาสไทยลดนำเข้าปุ๋ย ดึงเม็ดเงินส่งออก-ชาวบ้าน ย้ำจุดยืนค้าน ไม่คุ้มแลกผลกระทบ

โดยย้ำว่า ท่าทีของรัฐบาลตอนนี้ไม่ต่างจากการเพิกเฉยประเด็นปัญหาผลกระทบจากเหมืองอย่างสิ้นเชิง ซึ่งรัฐบาลเลือกที่จะไม่พูดถึงปัญหาที่ชาวบ้านกำลังเผชิญอยู่เลย ดังนั้นเครือข่ายฯ จึงพยายามแสดงออกถึงการคัดค้านเหมืองโปแตชอย่างถึงที่สุด
ที่ผ่านมารัฐมนตรีอุตสาหกรรม ต้องการจะผลักดันเหมืองอย่างเดียว โดยที่ไม่เคยลงมาดูปัญหาผลกระทบ
“รัฐมนตรีวราวุธ เข้าข้างเหมือง เข้าข้างเอกชนอย่างเดียว ไม่เคยมาสอบถามความเห็น ไม่ดูปัญหาผลกระทบเลย ตอนนี้ต้องบอกว่า เหมืองโปแตชไม่ใช่แค่ผลกระทบแต่ถูกนำไปอ้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะได้ ซึ่งรัฐบาลอาจลืมไปว่ามูลค่าเหล่านั้นได้คำนวณต้นทุนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน สิ่งแวดล้อมดีพอแล้วหรือยัง”
จุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ
จุฑามาส ยังมองว่า สิ่งที่รัฐบาลพยายามบอกว่าชาวบ้าน เกษตรกร จะได้ใช้ปุ๋ยถูกลง แต่ถามว่าถ้าชาวบ้านไม่มีที่ดิน ไม่มีที่ทำกินเพราะเหมืองก่อผลกระทบ ทำให้ดินเค็ม ทำมาหากิน เพาะปลูกไม่ได้ แล้วชาวบ้านจะเอาที่ดินตรงไหนมาใส่ปุ๋ย น้ำที่ปนเปื้อนความเค็มก็ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยถูกพูดถึง รัฐบาลไม่เคยแก้ไข ตอนนี้ไม่กระบวนการตรวจสอบใด ๆ เลย โดยเฉพาะในพื้นที่ด่านขุนทด เครือข่ายฯ จึงพยายามสะท้อนบทเรียนความเดือดร้อนจากเหมืองเพื่อให้สังคมเข้าใจว่าการมีเหมืองโปแตช จะมองแค่เรื่องมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่ได้ เพราะผลกระทบที่ตามมาจากเหมืองเป็นปัญหาที่หนักหนาสาหัสมากสำหรับผู้คนในพื้นที่ และสิ่งแวดล้อม
จุฑามาส ย้ำว่า พื้นที่ด่านขุนทด เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นกระบวนการเหมืองโปแตช ที่ชัดเจนมาก ๆ ตั้งแต่กระบวนการสำรวจ เมื่อหลุมสำรวจที่ขุดเจาะไว้ตั้งแต่ ปี 2553 จนถึงตอนนี้ แทบทุกหลุมก่อผลกระทบทั้งหมด แม้ไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีแต่สิ่งเหล่านี้เกิดผลกระทบตามมาในระยะยาวซึ่งไม่เคยถูกพูดถึง กลายเป็นชาวบ้านต้องแบกรับความเดือดร้อน

“ตอนสำรวจที่ดินชาวบ้าน 7-8 ไร่ ไร่ ความเค็มก็ออกมา พื้นที่ทำกินไม่ได้ เมื่อการทำเหมืองใต้ดินไม่ได้มาตรฐาน แต่กลับมาบีบให้ชาวบ้านนับหนึ่งใหม่ โดยที่ผลกระทบเดิมผ่านมาเป็นสิบ ๆ ปีไม่เคยพูดถึงเลย ไม่เคยรับผิดชอบ อยากให้ชาวบ้านลืม ๆ ไปเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น แม้มีกระบวนการตรวจพิสูจน์การปนเปื้อน หน่วยงานรัฐเองก็ไม่เคยยอมรับผลกระทบเลยว่าการปนเปื้อนความเค็มมาจากการขุดเจาะเหมืองแร่ ต้นทุนนี้ไม่เคยนำมาคิดเลย เรื่องผลกระทบจากเหมืองโปแตช ไม่ใช่ต้นทุนแค่เพียงปัจเจก แต่ต้องรวมแหล่งน้ำใต้ดิน แหล่งน้ำสาธารณะ น้ำใต้ดิน ซึ่งมีปัญหาความเค็มปนเปื้อนทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ต้องนำมาคำนวณด้วย ว่ามันมากขนาดไหน คุ้มค่ากับเงินมูลค่า 30,000 กว่าล้าน ที่รัฐบาลอ้างว่าจะได้กลับคืนมาหรือไม่ หรือจริง ๆ แล้วประโยชน์จะตกอยู่กับทุนจีน”
จุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ
เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ ย้ำว่าจากนี้จะได้พูดคุยกับชาวบ้านในหลายพื้นที่เพื่อกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวคัดค้านการเดินหน้าเหมืองโปแตชอีกครั้ง และจะมีท่าทีที่ชัดเจนเร็ว ๆ นี้
อย่าลืม ‘ด่านขุนทด’ หายนะที่ยังรอการแก้ปัญหา
ขณะที่ ผศ.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้กับ The Active เช่นกัน โดยมองว่า สิ่งที่ต้องพยายามสื่อสารมากที่สุด ความวิตกกังวลของชาวบ้านในหลายพื้นที่ เช่น จ.อุดรธานี, อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ต้องย้ำให้เห็นว่าบทเรียนของผลกระทบจากเหมืองโปแตชที่เกิดขึ้นแล้วที่ บ.หนองไทร อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ชาวบ้านที่นั่นต้องเผชิญชีวิตอย่างไร ต้องเอาผลกระทบขึ้นมาอธิบายให้ชัด ให้สังคมได้เห็นตัวอย่างของเหมืองที่ทำไปแล้วว่าเป็นอย่างไร

“ผู้คนในสังคมยังคิดว่าการทำเหมืองมันดี เหมืองทองสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เหมืองโปแตชก็ถูกอ้างว่าจะทำให้ได้ปุ๋ยถูก ลดการนำเข้า และไทยได้เม็ดเงินจากการส่งออกหลายหมื่นล้านบาท แต่มีคำถามว่าถ้าขุดโปแตชชึ้นมาจริง ๆ จะเอามาทำปุ๋ยจริงไหม หรือมีอะไรมากกว่านั้น แล้วกระบวนการทำเหมืองก่อให้เกิดผลกระทบอย่างไร การรั่วไหลของน้ำที่มีความเค็มมหาศาลเมื่อมันซึมปนเปื้อนไปยังน้ำใต้ดิน แหล่งนำ้ในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมโดยรอบจะเกิดอะไรขึ้น แล้วชาวบ้านต้องเจอกับอะไร สิ่งเหล่านี้คือภาพความจริงที่สังคมต้องได้ร่วมรับรู้ก่อนที่รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันเหมือง”
ผศ.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ
แนะรัฐมองให้รอบด้าน ที่มากกว่าผลประโยชน์ ศก.-ทุน
ผศ.ไชยณรค์ ชวนตั้งคำถามถึงการเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ในเมืองไทย เมื่อต้องยอมรับความจริงว่า การประเมินการทำโครงการขนาดใหญ่ แทบทุกโครงการรัฐบาบจะพูดแต่เรื่องเศรษฐกิจ พูดแต่ผลดีอย่างเดียว ทั้งที่จริง ๆ แล้วการตัดสินใจใด ๆ ของรัฐบาลต้องพิจารณาเรื่องผลกระทบให้รอบด้านที่สุด ต้องมองรอบด้านให้มากกว่าแค่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การลงทุน แต่ต้องมองมิติสิทธิชุมชน สิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย
“รัฐบาลพูดแต่ผลดีไม่ได้ ต้องพูดให้รอบด้าน การตัดสินใจต้องใช้ข้อมูลที่รอบด้าน พอใช้ข้อมูลแค่ด้านใดด้านหนึ่ง ก็จะหนีไม่พ้นการเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายหนึ่งนั่นคือฝั่งนายทุน แม้หลายโครงการพยายามทำตามกระบวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การรับฟังความเห็น แต่ก็ต้องยอมรับตามตรงว่ารัฐบาลไม่ว่ายุคไหนทำแต่เลวร้ายมาก อย่างกรณีเหมืองโปแตชด่านขุนทด ในการศึกษาเคยระบุชัดเจนว่า การขุดเจาะไม่ใช้ระเบิด แต่พอทำจริงกลับใช้ระเบิด สิ่งนี้คือผิดกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่ผ่านมา ๆ รัฐบาลทำเหมือนลอยแพชาวบ้าน ปล่อยให้ชาวบ้านไปสู้กับเหมือง สู้กับนายทุนเองเพื่อเรียกร้องถามหาความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดจากเหมือง รัฐไม่ได้รักษาผลประโยชน์ส่วนรวม ตรงนี้น่าเป็นห่วงมาก เพราะมันชัดเจนว่ารัฐรักษาแต่ผลประโยชน์นายทุน“
ผศ.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ

รัฐ-ทุน ต้องรับผิดชอบหายนะสิ่งแวดล้อม ด่านขุนทด
นักวิชาการ ยังยอมรับว่า แม้กฎหมายสิ่งแวดล้อมบ้านเราจะก้าวหน้า แต่เมื่อการเมืองมีปัญหา ก็ทำให้การกำกับดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมแย่ตามไปด้วย เมื่อนักการเมือง ข้าราชการไม่มีความรับผิดชอบ กฎหมายจึงไม่ถูกนำมาบังคับใช้ โครงการพัฒนาทุกเรื่องรัฐบาล ราชการ ทำแค่อนุมัติ พอเกิดปัญหาเหมือง อุตสาหกรรม EEC มลพิษข้ามพรมแดน รัฐเคยรับผิดชอบบ้างไหม ที่ผ่านมามองไม่เห็นจริง ๆ ดังนั้นถ้าการเมืองไม่ดี อย่าหวังว่าสิ่งแวดล้อมจะดี
“ง่าย ๆ เลยสิ่งที่จะทำได้คืออยากให้มีการเผยแพร่ผลกระทบจากเหมืองโปแตชในวงกว้าง พร้อมขอเรียกร้องให้รัฐบาลมารับผิดชอบเรื่องเหมืองโปแตชที่ทำไปแล้ว อย่างที่ด่านขุนทด แก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ได้ก่อน แล้วค่อยไปว่ากันใหม่ ในเมื่อปัญหาเก่ายังแก้ไม่ได้ ก็ไม่ควรขุดที่ใหม่ ต้องเอาผิดคนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน เหมืองต้องมารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ชีวิตชาวบ้าน และชุมชน”
ผศ.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ
