วัด-อบต.-วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยว-ภาคประชาชน-ชาวเกาะพยาม เดินหน้ามาตรการจัดการขยะภาพรวม รับมือขยะชุมชน การท่องเที่ยว ผุดต้นแบบ เตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษขนาดเล็ก จัดการขยะบนเกาะที่ไม่มีที่ไป เตรียมเดินหน้าสร้างโรงคัดแยกขยะ ท้องถิ่น หวังชุมชนร่วมมือ คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่วัดเกาะพยาม ต.เกาะพยาม อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ได้ร่วมกันสร้าง เตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษขนาดเล็ก เตาแรกของเกาะพยาม โดยความร่วมมือระหว่าง วัดเกาะพยาม, องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพยาม, กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนชุมชนเกาะพยาม, กลุ่ม ANURA และศูนย์สร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา (สจน.) พร้อมทั้งร่วมกันปรึกษา หารือถึงแนวทางการจัดการขยะ และสร้างการเรียนรู้เรื่องการจัดการขยะแก่โรงเรียนและชุมชน
สำหรับสถานการณ์ในเวลานี้แม้เกาะพยามยังไม่เกิดปัญหาวิกฤตขยะ เนื่องจากมีกลุ่มจิตอาสาจัดเก็บขยะบนเกาะและในทะเลอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในหลายครัวเรือน ทั้งบ้านเรือนและรีสอร์ทมีการจัดการขยะต้นทาง เช่น คัดแยกขยะ นำขยะสดไปทำปุ๋ย การกำจัดขยะโดยการขุดหลุมฝังกลบขยะและการเผาขยะในที่ดินของตนเอง การนำขยะที่มีมูลค่าไปจำหน่ายเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล การส่งขยะกลับขึ้นฝั่ง และอื่น ๆ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีการจัดการขยะในภาพรวมอย่างเป็นระบบในระดับชุมชน

อีกทั้งหลายครัวเรือนไม่สามารถจัดการขยะครัวเรือนด้วยตนเอง ในขณะที่มีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นในทุกปีจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้หลายภาคส่วนเริ่มเล็งเห็นความสำคัญในการจัดการขยะในภาพรวมทั้งชุมชน เริ่มจากการกำจัดขยะ โดยการสร้างเตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษขนาดเล็ก เพื่อกำจัดขยะที่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้
“เตาเผาชีวมวลขนาดเล็ก” ลดมลพิษ จัดการขยะ 400 กก./วัน
กมลภัทร รัตสุข กลุ่ม ANURA CLUB เปิดเผยว่า ทางกลุ่มฯ ร่วมส่งเสริมการจัดการขยะแก่ชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานรัฐในหลายจังหวัด โดยถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างเตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษ มีควันเฉพาะในช่วงแรกของการจุดไฟหรือเริ่มใส่ขยะ ขนาดกว้าง 1 เมตร สูง 1 เมตร สามารถเผาขยะที่ไม่มีที่ไป เช่น ขยะในห้องน้ำ ถุงขนม ขยะทะเลที่ไม่สามารถนำไปจำหน่าย เผาได้ครั้งละ 200 กิโลกรัม ภายใน 1 วัน สามารถเผาขยะได้ 2 ครั้ง รวมวันละ 400 กิโลกรัม
สำหรับเตาเผาขยะดังกล่าวเป็นนวัตกรรมที่ผ่านการศึกษาวิจัยและมีการจดสิทธิบัตรโดย อาจารย์โกศล แสงทอง ที่ผ่านมาทางกลุ่มส่งเสริมการติดตั้งเตาเผาขยะไปแล้ว 51 แห่งทั่วประเทศ มีความคาดหวังว่าวัดเกาะพยามจะเป็นต้นแบบในการจัดการขยะให้แก่ชุมชน


เตรียมเดินหน้าทำโรงคัดแยกขยะ-ออกแบบแนวทางจัดการขยะภาพรวม
พระครูสุธรรมปทีป เจ้าอาวาสวัดเกาะพยาม บอกว่า เกาะพยามเป็นแหล่งท่องเที่ยว คนบนเกาะต้องให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เรื่องนี้สำคัญต้องร่วมมือกันหลายภาคส่วน กำนัน อบต. ชาวบ้าน ควรประชุมกันสอบถามส่วนรวมว่าจะจัดการขยะกันอย่างไร ในส่วนวัดมีการคัดแยกขยะ และกำจัดขยะในระดับหนึ่ง นอกจากการสร้างเตาเผาขยะลดมลพิษ ในอนาคตจะจัดทำโรงคัดแยกขยะด้วย
คำธร รักษาคุณ นายก อบต.เกาะพยาม ก็ย้ำว่า การแก้ไขปัญหาขยะไม่ยาก ถ้าหากคนในชุมชนร่วมมือกัน เริ่มจากการแยกขยะในครัวเรือน นำขยะที่มีมูลค่าไปขาย ขยะสดนำไปทำปุ๋ยหมัก ในส่วน อบต. เน้นการสนับสนุน

ขณะที่ จุฑารัตน์ เรืองแก้ว ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนชุมชนเกาะพยาม ระบุว่า การกำจัดขยะบนเกาะในอนาคตอาจมีการสร้างเตาเผาขยะลดมลพิษขนาดเล็กเพิ่มขึ้นในจุดอื่น ๆ ของเกาะ เพื่อให้สามารถกำจัดขยะได้ครอบคลุมทั้งเกาะ โดยใช้ระบบการจัดการแบบกลุ่มในรูปแบบสมาชิก ทั้งนี้ จะนำเรื่องนี้ไปหารือในการประชุมหมู่บ้าน เพื่อร่วมกับออกแบบแนวทางการจัดการขยะในภาพรวมของชุมชน
หาทางลดอุปสรรคจัดการกำจัด “ขวดแก้ว”
ในส่วนขยะที่ไม่สามารถกำจัดบนเกาะได้ โดยเฉพาะขวดแก้ว ยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล เนื่องจากร้านขายของเก่าไม่ค่อยรับซื้อ โดยทางร้านบอกว่าขวดแก้วมีราคาถูกและต้องใช้พื้นที่ขนส่งบนเรือค่อนข้างมาก คนบนเกาะจึงมักจะยกขวดแก้วให้ทางร้านช่วยนำขึ้นฝั่งไปด้วย นอกจากนี้กลุ่มของตนพยายามกำจัดขวดแก้วบางส่วน โดยนำมาบด แล้วนำไปทำกระถางต้นไม้ บล็อกปูพื้น รวมถึงผสมคอนกรีตขึ้นรูปเป็นโดมปลูกปะการัง เป็นบ้านปลา เครื่องบดไฟฟ้าสามารถบดขวดแก้วได้ชั่วโมงละ 168 กิโลกรัม แต่มีข้อจำกัดคือค่าไฟบนเกาะค่อนข้างราคาสูง จึงสามารถบดขวดแก้วได้ในปริมาณที่จำกัด
ทั้งนี้จากการสอบถามร้านรับซื้อของเก่าบนเกาะพยาม พบว่า ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปีที่ผ่านมา ประมาณ 6 เดือน ร้านรับซื้อของเก่ามีการขนส่งขวดแก้วจากรีสอร์ทและร้านค้าบนเกาะพยามไปจำหน่ายบนฝั่ง ประมาณ 350,000 กิโลกรัม ยังเหลือขวดแก้วที่ไม่ได้ขนส่งขึ้นฝั่งอีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากขวดแก้วมีราคาถูก แต่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูง โดยต้องจ้างแรงงานในการคัดแยกขยะและขนส่งเที่ยวละหลายพันบาท อีกทั้งขวดแก้วค่อนข้างขนส่งยาก มีน้ำหนักมากและต้องใช้พื้นที่บนเรือในการขนส่งมาก


ในส่วนข้อมูลจาก อบต.เกาะพยาม ระบุว่า เกาะพยามมีเนื้อที่ 16.6 ตารางกิโลเมตร (คิดเป็น 10,375 ไร่) มีประชากรตามทะเบียนราษฎร จำนวน 736 ครัวเรือน 858 คน จากการเก็บข้อมูลของ อบต.เกาะพยาม ในปี 2560 ระบุว่า ในช่วงไฮซีซั่น (กลางเดือนตุลาคม ถึงกลางเดือนเมษายน) มีนักท่องเที่ยววันละ 1,226 คน ส่วนในช่วงโลว์ซีซั่น (กลางเดือนเมษายน ถึงกลางเดือนตุลาคม) มีนักท่องเที่ยววันละ 224 คน
ส่วนข้อมูลจากศูนย์สร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา (สจน.) ระบุว่า จากการเก็บข้อมูลนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 200 คน จาก 22 ประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่า นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนที่เกาะพยาม เฉลี่ย 4.6 ครั้ง 39 วัน โดยพักสูงสุด 23 ครั้ง 150 วัน เหตุผลที่นิยมมาพักผ่อน ได้แก่ ธรรมชาติสมบูรณ์ 97.5% ผู้คนเป็นมิตร 96% เงียบสงบ 95% อากาศดีไม่มีมลพิษ 87.5% ค่าใช้จ่ายต่ำ 53,5% อื่นๆ 25.5% ในส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวเกาะพยาม ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 ถึงเดือนเมษายน 2568 ประมาณ 150 วัน จำนวน 1,259,630,000 บาท โดยมีรายได้จาก 24 ธุรกิจ
