คนรักหลักประกันฯ จี้ ทบทวนมติปลด ‘หมอสุภัทร’ – ปชน. ยันพร้อมสู้หากถูกตัดสิทธิ์ผู้สมัคร สส.

‘พรรคประชาชน’ ย้ำ ‘หมอสุภัทร’ ยังเป็นผู้สมัคร สส. เขต 2 สงขลา โดยชอบด้วยกฎหมาย ชี้ หาก สธ. มีคำสั่งปลดผิดวินัยร้ายแรง เตรียมสู้ทุกช่องทางทั้งระบบราชการ กระบวนการยุติธรรม ขณะที่ ‘กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ’ เรียกร้อง อ.ก.พ.สธ. ทบทวนมติ ตั้งข้อสังเกต มติฟันหมอสุภัทร “ไม่ปกติ”

วันนี้ (28 ม.ค. 69) กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ออกแถลงการณ์ ภายหลัง อ.ก.พ.สธ. มีมติ 4 ต่อ 3 ให้ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ออกจากราชการ โดยให้เหตุผลว่ามีการทำความผิดวินัยร้ายแรงเกี่ยวกับการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ในปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง ด้วยวิธีการจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง 4 ครั้งจำนวน 7.8 ล้านบาท

แถลงการณ์ ย้ำว่า ผลการสอบวินัยร้ายแรงครั้งนี้เป็นการกระทำที่เร่งรีบ แทรกวาระการประชุมกระทันหัน โดย 4 ใน 7 ที่โหวตให้มีความผิดล้วนเป็นผู้ที่อยู่ในฝั่งข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข และ รมว.กระทรวงสาธารณสุข ที่สังกัดพรรคการเมืองที่เป็นพรรคเจ้ากระทรวงในช่วงเวลาที่โควิด-19 ระบาด และถูกวิพากษ์วิจารณ์การตอบสนองต่อปัญหาในขณะนั้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ จากประชาชนอย่างกว้างขวาง

“พวกเรากลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เห็นว่า การสอบวินัยร้ายแรงครั้งนี้เป็นการกลั่นแกล้งรังแกข้าราชการแพทย์ที่ทำงานเพื่อประชาชนโดยไม่เห็นแก่อันตรายส่วนตน การบุกกรุงของแพทย์ชนบทในครั้งนั้นมีโรงพยาบาลชุมชนหลายจังหวัดส่งทีมมาเข้าร่วมภารกิจ กระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้นรับทราบ รับรู้ ยินยอมและสนับสนุน (เห็นจากการสนับสนุนการจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ที่ต้องขอเบิกจากกรมควบคุมโรคในขณะนั้น) ถ้ากระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้นเห็นว่าอาจผิดระเบียบ คำถามคือ ทำไมปลัดกระทรวงฯ รมว.สาธารณสุข ขณะนั้นไม่ทักท้วง หรือเพราะพวกท่านก็เห็นว่า “กรุงเทพวิกฤต” จริง ลำพังระบบสาธารณสุขใน กทม.ก็เอาไม่อยู่ และยอมรับว่าต้องการความช่วยเหลือทุกช่องทาง”

แถลงการณ์ ระบุด้วยว่า การออกมาลงดาบฟันหมอสุภัทรในครั้งนี้ เกิดขึ้นในจังหวะที่ประชาชนก็เห็นได้ชัดว่า “ไม่ปกติ” ที่มาพร้อมขบวนการเปิดข้อมูลที่ล้วนมาจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งสิ้น ท่ามกลางการต่อสู้กันของการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่กระบวนการพิจารณาเรื่องนี้มีมาก่อนหน้านี้หลายเดือน แต่กลับไม่มีการสรุปผลการสอบ และต้องตั้งคำถามว่า

“ทำไมการประชุมคน 7 คน เพื่อสรุปผลสอบที่สอบมานานแล้ว หลักฐานของทั้งสองฝ่ายก็ได้ส่งครบแล้ว ยกเว้นการไม่ยอมให้ นพ.สุภัทรได้มีโอกาสเข้าไปชี้แจงด้วยตนเอง อีกทั้งในขณะนั้นนพ.สุภัทร ก็ยังคงเป็นข้าราชการเป็น ผอ.รพ.สะบ้าย้อย แต่เมื่อประกาศลาออกลงเลือกตั้ง กลับเร่งรีบประชุมลงมติ ทั้ง ๆ ที่กรรมการไม่ครบ ถึงขนาดต้องเรียกให้ลงคะแนนทางออนไลน์”

แถลงการณ์ยังตั้งข้อสังเกต ว่ากรรมการสอบสวนฝั่งกระทรวงสาธารณสุข เสียงไม่แตกแถว ในขณะที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก เห็นเป็นเอกฉันท์ว่าไม่มีความผิด จึงฝากให้สังคมตรวจสอบว่าในการมีคำสั่งให้หมอสุภัทรออก อาจเป็นไปได้ตามที่สื่อตั้งข้อสังเกตว่าหมอสุภัทรไปขัดนโยบายของรัฐมนตรีสาธารณสุข ที่ต้องการผลักดันนโยบายหลายเรื่องหรือไม่ ไม่ว่าด้วยเหตุอะไรก็ตามที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของคณะกรรมการสอบสวนฝั่งกระทรวงสาธาณสุข

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข ต้องยึดมั่นต่อหลักธรรมาภิบาล พร้อมขอให้

  1. อ.ก.พ.สธ. ทบทวนมติ และต้องให้มีกระบวนการพิจารณาในการประชุมใหญ่ของ ก.พ. ตามที่มีกรรมการ อ.ก.พ.สธ. ขอสงวนสิทธิยื่นเรื่องขอให้พิจารณา หากกระทรวงสาธารณสุขยืนยันที่จะให้ออกโดยไม่รอการพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ ก.พ. ย่อมส่อเจตนาให้เห็นได้ชัดเจนว่า “มีใบสั่ง” และเห็นได้ชัดเจนว่า “ธรรมาภิบาลของกระทรวงสาธารณสุขได้ตายไปแล้ว”

  2. ขอให้มีการเปิดเผยข้อมูล หลักฐานที่ชี้ว่า “การกระทำร้ายแรง” ที่กล่าวหาและให้ออกจากราชการนั้นคืออะไรบ้าง และในขณะที่ไม่ปรากฎข้อเท็จจริง ขอเรียกร้องให้ยุติการดำเนินการพิจารณา จนกว่าจะได้ข้อเท็จจริงที่ประจักษ์

ปชน. ยัน พร้อมสู้เพื่อความเป็นธรรมให้ ‘หมอสุภัทร’

ก่อนหน้านี้ พรรคประชาชน ก็ออกแถลงการณ์ต่อกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่า

  1. ในขณะนี้ นพ.สุภัทร ยังมีสถานะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ในจังหวัดสงขลา เขต 2 โดยชอบด้วยกฎหมาย ตราบเท่าที่ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งให้ นพ.สุภัทร พ้นจากสถานะการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตดังกล่าว

  2. พรรคยืนยันว่า หากกระทรวงสาธารณสุขมีคำสั่งให้ นพ.สุภัทร พ้นจากราชการด้วยเหตุผิดวินัยร้ายแรง พรรคประชาชน และ นพ.สุภัทร จะดำเนินการต่อสู้ในกรณีดังกล่าว ทั้งในชั้นกระบวนการภายในของระบบราชการ ในกระบวนการชั้นผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งเขต 2 จังหวัดสงขลา และในชั้นกระบวนการทางศาลอย่างเต็มที่ ด้วยเหตุผลทางข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยวางบรรทัดฐานไว้

  3. พรรคประชาชน เห็นว่า หากการออกคำสั่งให้ปลด นพ.สุภัทร ออกจากราชการ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นธรรม และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ออกคำสั่งมีเจตนากลั่นแกล้งให้ นพ.สุภัทร ต้องเสียหาย ไม่สามารถเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไปได้ พรรคประชาชน และ นพ.สุภัทร ก็จำเป็นต้องต่อสู้อย่างถึงที่สุด เพื่อประโยชน์ในการรักษาความยุติธรรมในระบบราชการ รักษาสิทธิโดยชอบของ นพ.สุภัทร และรักษาสิทธิของประชาชนที่ประสงค์จะใช้สิทธิเลือกตั้งให้ นพ.สุภัทร เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดสงขลา เขต 2

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active