แพทย์หน้างาน กังวล สธ.ดัน One Region One Province One Hospital หากทรัพยากรยังเท่าเดิม

ย้ำ หนุนหลักการ เป็นทิศทางที่ถูกต้องในการสร้างเครือข่ายสาธารณสุข แต่ต้องสื่อสารให้ชัด ชี้ “รับผู้ป่วยส่งต่อทันที ไม่ต้องรอเตียงว่าง” ต้องมองภาพความจริง รพ.ศูนย์ ส่วนใหญ่เตียงล้น หวั่นเกิดปัญหาซ้ำ หากทรัพยากรเท่าเดิม ห่วงความปลอดภัยผู้ป่วย อาจลดลงตามสัดส่วนบุคลากรที่เสียไป

ตามที่ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวระหว่างมอบนโยบายสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ครั้งที่ 1/2569 ที่ จ.นครสวรรค์ ระบุถึงการมุ่งเน้นยกระดับคุณภาพบริการและการบริหารจัดการใน 8 มิติ ได้แก่

  1. การบริหารการเงินร่วมกับ สปสช. วางแผนงบประมาณปี 2570-2572 เน้นใช้ฐานข้อมูลเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด

  2. แก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์ เน้นแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปใน รพ.ชุมชน และแพทย์เฉพาะทาง โดยจัดสรรลงพื้นที่ขาดแคลนผ่านการให้สิทธิประโยชน์จูงใจ

  3. ยกระดับบริการภูมิภาค ขยายการเข้าถึงการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ปลูกถ่ายอวัยวะ และรังสีรักษา

  4. จัดบริการปฐมภูมิผู้ป่วยนอก โอนเงินรายหัวให้สาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) และแก้ปัญหาการถ่ายโอนตาม พ.ร.บ.สุขภาพปฐมภูมิ

  5. ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลารอคอย ลดการเดินทาง และนำเทคโนโลยีข้ามประเทศมาใช้

  6. ผลักดันการแพทย์ขั้นสูง (ATMPs): นำร่องยีนบำบัด ภูมิคุ้มกันบำบัดรักษามะเร็ง และสเต็มเซลล์ (นำร่องแล้วที่ รพ.วชิระภูเก็ต และ รพ.ชลบุรี)

  7. สนับสนุนเศรษฐกิจ ผลักดันไทยเป็น Medical Hub และเปิดคลินิกพรีเมียมใน รพ.ใหญ่ โดยไม่กระทบบริการปกติ

  8. ดูแลขวัญกำลังใจบุคลากร เพิ่มค่าตอบแทนเพื่อสู้กับภาคเอกชน ผ่านนโยบายกระจายการทำงาน

เจาะลึกโมเดล One Region One Province One Hospital

หนึ่งในนโยบายหลักที่ถูกนำมาใช้ขับเคลื่อน คือ One Region One Province One Hospital ซึ่งเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล งบประมาณ และระบบบริการร่วมกันทั้งเขตสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาที่ได้มาตรฐานเดียวกันใกล้บ้าน โดยใช้พื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 (มี รพ.สวรรค์ประชารักษ์ เป็นหลัก) เป็นตัวอย่างความสำเร็จ ผ่านระบบบริการร่วมดังนี้

  • One OR (เครือข่ายผ่าตัดไร้รอยต่อ) จัดทีมแพทย์เฉพาะทางออกผ่าตัดใน รพ.ชุมชน รองรับการผ่าตัดกว่า 24,000 ราย/ปี

  • One ER ใช้เทคโนโลยี Smart ER Refer เชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยฉุกเฉิน

  • 1 จังหวัด 1 จิตเวชเด็ก ดูแลเด็กสมาธิสั้นในชุมชน ทำให้มีอัตราการดูแลต่อเนื่องสูงถึง 97.68%

  • One ICU ขยายเตียงวิกฤต บริหารจัดการผ่านระบบปรึกษาทางไกล (Tele-Consultation) และเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษให้พยาบาลวิกฤต

นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์แบ่งเวลาทำงาน 20% ไปให้บริการนอกโรงพยาบาลต้นสังกัด ซึ่งช่วยเพิ่มค่าตอบแทนได้ 10-15% เป็นการกระจายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปยัง รพ.ชุมชน

แพทย์หน้างาน หนุนหลักการ แต่ห่วง ‘การสื่อสาร’ และ ‘ความแออัด’

ด้าน พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร ประธานองค์กรแพทย์ รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก ให้สัมภาษณ์ The Active ระบุว่าในแง่ของ หลักการ ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องในการสร้างเครือข่ายสาธารณสุข และทาง รพ.ศูนย์ ก็มีการจัดทีมแพทย์เฉพาะทางออกไปช่วย รพ.ชุมชนอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนหน้างานกังวลคือ การสื่อสารต่อสาธารณะ หากอธิบายไม่ชัดเจน ประชาชนอาจเข้าใจผิดว่าสามารถเดินทางมารับบริการที่ รพ.ศูนย์ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านระบบส่งต่อ ประกอบกับปัจจุบันผู้ป่วยมีข้อมูลสุขภาพมากขึ้น และต้องการพบแพทย์เฉพาะทางเป็นทุนเดิม หากปล่อยให้เกิดการ รวมศูนย์คนไข้ จะทำให้ รพ.ใหญ่แออัดเกินขีดจำกัด เป้าหมายที่แท้จริงจึงควรเป็นการพัฒนา รพ.ชุมชนให้มีศักยภาพสูงขึ้น เพื่อลดภาระของ รพ.ศูนย์ ที่ควรเอาไว้รองรับเฉพาะเคสที่มีความซับซ้อนสูง (ตติยภูมิ)

“รับส่งต่อทันทีไม่รอเตียง” เสี่ยงกระทบความปลอดภัยผู้ป่วย

สำหรับประเด็นที่สร้างความกังวลสูงสุดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ คือ แนวคิดที่กำหนดให้ รพ.ขนาดใหญ่ “รับผู้ป่วยส่งต่อทันทีโดยไม่ต้องรอเตียงว่าง” พญ.รัชริน ยอมรับว่า ในความเป็นจริง รพ.ศูนย์ ไม่เคยปฏิเสธผู้ป่วยส่งต่อ และรับเคสฉุกเฉินเสมอ แม้ต้องให้นอนล้นวอร์ด แต่ข้อเท็จจริงคือ รพ.ศูนย์ส่วนใหญ่มีอัตราครองเตียงเกินมาตรฐานอยู่แล้ว หากมีคำสั่งให้รับผู้ป่วยเพิ่มขึ้นโดยที่ “ทรัพยากรยังเท่าเดิม” สิ่งที่จะตามมาไม่ใช่แค่ภาระงานที่หนักขึ้น แต่คือ ความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient Safety) ที่อาจลดลงตามสัดส่วนบุคลากรต่อผู้ป่วยที่เสียไป

“ทางหลักการผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลศูนย์ไม่ควรถูกปฏิเสธ แต่ในทางปฏิบัติ โรงพยาบาลศูนย์จำนวนมากมีอัตราครองเตียงเกินมาตรฐานอยู่แล้ว”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

เพื่อให้การทำงานแบบเครือข่ายเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย รัฐควรดำเนินการควบคู่ไปกับการเพิ่มทรัพยากร ดังนี้

  • เพิ่มอัตรากำลังบุคลากร ให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยที่แท้จริง

  • ขยายจำนวนเตียง โดยเฉพาะเตียงผู้ป่วยวิกฤต (ICU)

  • กำหนดบทบาท (Service Plan) ให้ชัดเจน ว่า รพ.แต่ละระดับมีหน้าที่รับผิดชอบแค่ไหน

  • เสริมศักยภาพ รพ.ชุมชน อย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาจากบริบทของแต่ละพื้นที่ (ประชากร, งบประมาณ, กำลังคน) เพื่อให้สามารถดูแลผู้ป่วยเบื้องต้นได้อย่างเบ็ดเสร็จ

“ถ้าทำควบคู่กันทั้งหมด ระบบก็จะสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active