“เราเกิดมาพร้อมสมบัติล้ำค่าที่สุด คือสุขภาพที่แข็งแรง
แต่หลายคนกลับละเลยหน้าที่ในการดูแลมัน”
คำพูดที่สะท้อนวิธีคิดของ ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์ นักแสดงรุ่นใหญ่ของวงการบันเทิงไทย ที่ผันตัวเองมาขับเคลื่อนงานรณรงค์ด้านสุขภาพผ่านกิจกรรมการ วิ่ง เมื่อกว่า 20 ปีก่อน จนได้ต่อยอดร่วมเป็นส่วนหนึ่งสู่โครงการ We Run Thailand ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 6 เพื่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน ให้เกิดความตระหนักรู้ และใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น
“ทรงทำให้ดู” สังคมสุขภาพดีเริ่มจากการเป็นแบบอย่าง
ตลอดเวลาหลายปีที่ ทนงศักดิ์ คลุกคลีอยู่ในวงการวิ่ง หนึ่งในแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาอยากสร้างสังคมสุขภาพดี คือ การได้มีโอกาสถวายงานใกล้ชิด และสัมผัสถึงพระจริยวัตรของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่เสด็จร่วมกิจกรรมวิ่งหลายสนามทั่วประเทศ

โดยงานแรกที่ ทนงศักดิ์ ได้ร่วมวิ่งกับพระองค์ท่าน คือ งานวิ่งของไทยประกันชีวิต ซึ่งทางผู้จัดงานได้ติดต่อให้เขาช่วยจัดหานักวิ่งหญิงเพื่อดูแลความปลอดภัยระหว่างการวิ่ง งานดังกล่าวจัดขึ้นบนสะพานพระราม 8 และน่าจะเป็นการวิ่งระยะ 5 กิโลเมตรครั้งแรกของพระองค์ท่าน
สิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับเขาอย่างมาก คือ พระองค์ท่านทรงวิ่งได้ด้วยเวลาที่ดี ใช้เวลาประมาณ 40 กว่านาที ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทรงฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี อีกทั้ง ระหว่างการวิ่ง พระองค์ท่านยังทรงทักทายนักวิ่งที่วิ่งสวนทางกันอยู่ตลอด เมื่อประชาชนที่พบเห็นได้กล่าว “ทรงพระเจริญ” พระองค์ท่านก็จะทรงยิ้มและยกพระหัตถ์ตอบรับ แสดงถึงพระอัธยาศัยที่เป็นกันเอง ทำให้ผู้ที่อยู่ในงานต่างรู้สึกประทับใจและใกล้ชิดกับพระองค์ท่าน

ทนงศักดิ์ ยังเล่าย้อนอีกหลายเหตุการณ์ถึงความใส่พระทัยของพระองค์ท่าน หนึ่งในนั้น คือ งานวิ่งที่บางพระ ซึ่งพระองค์ท่านเสด็จมาร่วมกิจกรรมเป็นการส่วนพระองค์ ระหว่างการแข่งขัน หลังออกวิ่งได้ไม่ถึง 15 นาที พระองค์ท่านทรงประสบอุบัติเหตุล้มจนไม่สามารถร่วมการแข่งขันต่อได้ แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะสร้างความกังวลให้กับคณะผู้จัดงาน แต่สิ่งที่สร้างความประทับใจ คือ พระองค์ท่านทรงให้ผู้ติดตามมาบอกกับคณะผู้จัดว่า “ไม่เป็นไร” เพื่อให้ทุกคนคลายความกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความใส่พระทัยต่อความรู้สึกของผู้คนรอบข้าง แม้ในยามที่พระองค์เองทรงได้รับบาดเจ็บ เป็นสิ่งที่ ทนงศักดิ์ จดจำมาจนถึงทุกวันนี้
อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในงานวิ่งที่โรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทนงศักดิ์ ได้ฝากข่าวผ่านพระสหายของพระองค์ท่านว่า หากมีโอกาสก็อยากเชิญเสด็จมาร่วมงาน แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าพระองค์ท่านจะเสด็จมาจริง เนื่องจากเป็นเพียงงานวิ่งเล็ก ๆ แต่แล้วพระองค์ท่านก็เสด็จมาร่วมงานเป็นการส่วนพระองค์ และทรงใช้เวลาอยู่กับกิจกรรมนานกว่าที่คาดคิด นอกจากจะทรงร่วมวิ่งแล้ว ยังทรงเยี่ยมชมร้านค้าภายในงาน ทรงให้ความสนใจกับกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน และใช้เวลาพูดคุยกับผู้ร่วมงานอย่างเป็นกันเอง

สำหรับ ทนงศักดิ์ เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นว่า พระองค์ทรงให้คุณค่าและความสำคัญกับผู้คนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นงานใหญ่ระดับประเทศ หรือกิจกรรมเล็ก ๆ ของชุมชนและสถานศึกษา
“พระองค์ท่านทรงมองว่าเรื่องสุขภาพของประชาชนเป็นเรื่องใกล้ตัว และการขับเคลื่อนเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การบอกหรือแนะนำ แต่ได้ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง พระองค์ท่านทรงใส่ใจเรื่องการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ และการมีวินัยกับตนเองอย่างมาก สิ่งเหล่านี้ชโลมใจให้กับนักวิ่ง และคนทำงานส่งเสริมสุขภาพ ที่ได้เห็นความหวังในการสร้างกิจกรรมที่ทำให้คนไทยสุขภาพดี จากการที่พระองค์ท่านเริ่มมาเป็นนักวิ่งเอง”
ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์

ทนงศักดิ์ ยังชี้ให้เห็นว่า แม้พระองค์ท่านจะทรงสนพระทัยกีฬาหลายประเภท ทั้งการขี่ม้า แบดมินตัน หรือปั่นจักรยาน แต่การวิ่งเป็นกีฬาที่สร้างความใกล้ชิดระหว่างพระองค์ท่านกับประชาชนได้มากที่สุด เพราะเป็นกีฬาที่เปิดโอกาสให้คนจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมพร้อมกันได้ในสนามเดียว (Mass Participation Sport) การวิ่งมีผู้เข้าร่วมจริงเป็นหลักหมื่นคนในแต่ละงาน ทำให้ประชาชนได้มีโอกาสวิ่งเคียงข้าง เห็นพระองค์ท่านในระยะใกล้ ได้รับรอยยิ้มและกำลังใจระหว่างเส้นทางนี้
ใช้ความอาลัยสานต่อพลังแห่งการทำความดี
ในห้วงเวลาแห่งความสูญเสียครั้งสำคัญของคนไทย ทนงศักดิ์ ก็ยังมองว่า ถึงอย่างไรชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ใครมีภารกิจอะไรก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด หนึ่งในสิ่งสำคัญที่อยากให้ทุกคนระลึกไว้เสมอ คือ เรื่องของการทำความดี ทำเพื่อสังคม เมื่อเรานึกถึงพระองค์ท่าน ไม่ควรมีแค่ความเสียใจเพียงอย่างเดียว แต่ให้เอาความเสียใจนั้นมาเป็นแรงผลักดันให้เราทำความดีไปด้วยกัน เพื่อชุมชน เพื่อสังคมที่ดีขึ้น อย่างน้อยที่สุดคือการให้อภัยกัน แบ่งปันกัน และมีรอยยิ้มให้กัน

“การดูแลสุขภาพของเราก็เป็นหนึ่งในการทำความดี เมื่อเรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เราก็จะนำสุขภาพของเราทำความดีให้แผ่นดินต่อไปได้ เราจะนำของมาแบ่งปันกัน ช่วยเหลือชุมชนอื่น ๆ ทั้งทำความสะอาด ไปบริจาคโลหิต ทำบุญตักบาตร ลอกคลอง ทำให้ชุมชนน่าอยู่ เป็นการทำเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน”
ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์
เรื่องราวในเส้นทางนักวิ่งของทนงศักดิ์ จึงเรียกได้ว่าการได้เห็นพระจริยวัตรพระองค์ภาในกิจกรรมวิ่ง ไม่เพียงปลูกฝังแนวคิดเรื่องการดูแลสุขภาพให้กับเขา แต่ยังเป็นดั่งแรงบันดาลใจสำคัญให้แก่นักวิ่งทั่วประเทศ ได้เชื่อมั่นถึงการออกกำลังกาย การมีสุขภาพดี คือ พื้นฐานของการทำความดีเพื่อสังคม และทุกก้าวของการดูแลตนเองสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างสังคมที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้นนั่นเอง
