เพจดังเปิดประเด็น สธ.สายตรง รพ.ล็อกสเปก Robot จัดยา มูลค่า 10-60 ล.

ผอ.รพ.ชัยนาทฯ หนึ่งในโรงพยาบาลที่ถูกกล่าวอ้าง ยัน ไร้คนโทรสั่ง! เผยยังไม่ได้ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ได้เปิดประมูล ยอมรับ เล็งระบบเช่า Robot จัดยา เชื่อคุ้มกว่าจัดงบฯ ก้อนใหญ่ซื้อ หลัง เพจ “ชมรม Strong ต่อต้านการทุจริตประเทศไทย” ชวนสังคมตั้งข้อสังเกต อ้างมีสายตรงจาก สธ. โทรหา ผอ.รพ.หลายแห่ง ล็อกสเปก

กรณีเพจ “ชมรม Strong ต่อต้านทุจริตประเทศไทย” เผยแพร่ข้อความตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดหา Robot จัดยา ให้โรงพยาบาล โดยระบุว่าได้รับข้อมูลว่ามี “สายตรงจากกระทรวง” โทรศัพท์ไปยังผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลายแห่ง เพื่อกำหนดคุณลักษณะหรือ “ล็อกสเปก” ระบบ Robot จัดยา ซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่ประมาณ 10-60 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบข้อเท็จจริง

เพจดังกล่าวยังระบุรายชื่อโรงพยาบาลที่อ้างว่าอยู่ระหว่างการจัดหาระบบ ได้แก่ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี วงเงินประมาณ 15 ล้านบาท, โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร 60 ล้านบาท, โรงพยาบาลน่าน 10 ล้านบาท, โรงพยาบาลปัว 10 ล้านบาท และโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา 30 ล้านบาท พร้อมอ้างว่ายังมีโรงพยาบาลอื่นอีกหลายแห่ง

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวอ้างว่า บริษัทบางแห่งเข้าไปแจ้งกับโรงพยาบาลว่า จะมีงบประมาณจากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขจัดสรรลงมาให้ ทั้งที่โรงพยาบาลบางแห่งยังไม่ได้จัดทำคำของบประมาณในเรื่องดังกล่าว

พร้อมทั้งยกกรณี โรงพยาบาลแม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด 365 เตียง โดยอ้างว่าเดิมโรงพยาบาลเตรียมงบประมาณไว้ประมาณ 30 ล้านบาท แต่ภายหลังมีการใช้คุณลักษณะเฉพาะ หรือ TOR ที่อ้างว่าเป็นสเปกจากผู้บริหารกระทรวง ทำให้กรอบงบประมาณเพิ่มเป็นประมาณ 60 ล้านบาท ทั้งที่รายละเอียดคุณลักษณะมีความใกล้เคียงกับ TOR ในวงเงิน 30 ล้านบาท

นอกจากนั้นทางเพจดังกล่าวยังตั้งข้อสังเกตว่า เงื่อนไขดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการแต่งตั้งหรือโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างทั้งหมดดังกล่าวยังเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบ และยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเกิดการล็อกสเปกหรือมีการแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามที่กล่าวอ้าง

ผอ.รพ.ชัยนาทฯ ยัน ไม่มีสายตรงโทรสั่ง

The Active ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้กับ นพ.อัครพงศ์ จุธากรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร หลังมีชื่อโรงพยาบาลถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการจัดหา Robot จัดยา วงเงิน 60 ล้านบาท โดยยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่มีใครจากกระทรวงสาธารณสุขโทรศัพท์มาสั่งการหรือกำหนดสเปกให้โรงพยาบาล การจัดหาระบบดังกล่าวเป็นแนวทางที่โรงพยาบาลวางแผนดำเนินการอยู่แล้ว และเตรียมการมาตั้งแต่ต้นปี

ผอ.รพ.ชัยนาทนเรนทร ยังอธิบายว่า โรงพยาบาลมีความต้องการพัฒนาระบบจัดยา เนื่องจากการจัดยาเป็นหนึ่งในปัญหาคอขวดของโรงพยาบาล โดยเฉพาะเรื่องระยะเวลาในการจัดยา ซึ่งปัจจุบันยังมีการใช้บุคลากรจัดยาด้วยระบบเดิมอยู่เป็นจำนวนมาก

สำหรับ Robot จัดยา เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดยา โดยระบบที่โรงพยาบาลกำลังพิจารณาเป็นลักษณะให้ระบบหรือแขนกลทำหน้าที่หยิบและจัดยาเข้าสู่กระบวนการจ่ายยา เพื่อลดขั้นตอนการทำงานของบุคลากร และเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการผู้ป่วย

นพ.อัครพงศ์ ระบุด้วยว่า โรงพยาบาลต้องการให้ระบบรองรับทั้ง ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน และต้องการให้สามารถบริหารจัดการระบบจัดยาอยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงมีซอฟต์แวร์ที่สามารถควบคุมการจ่ายยาและช่วยลดความผิดพลาดในกระบวนการจัดยา

ย้ำใช้วิธีเช่า ไม่ได้ตั้งราคาตามสเปกที่ล็อกไว้

สำหรับประเด็นสำคัญ คือ โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทรไม่ได้เตรียมจัดซื้อ Robot จัดยาในลักษณะซื้อขาด แต่มีแนวทางใช้ ระบบเช่าหรือผ่อนชำระ ซึ่งทำให้โรงพยาบาลไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณก้อนใหญ่ในการซื้อระบบในครั้งเดียว

ผอ.รพ.ชัยนาทนเรนทร ระบุอีกว่า โรงพยาบาลได้เตรียมแนวทางและความต้องการของระบบไว้ตั้งแต่ต้นปี โดยจะกำหนดคุณลักษณะที่ต้องการใช้งาน จากนั้นเปิดให้บริษัทที่สามารถจัดหาระบบตามความต้องการเข้ามาแข่งขันกัน

ส่วนวงเงิน 60 ล้านบาทที่ถูกระบุในโพสต์ของเพจดังกล่าวนั้น ผอ.รพ.ชัยนาทนเรนทร ยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการประกาศจัดซื้อจัดจ้าง และยังไม่ได้เปิดประมูล ดังนั้น จึงยังไม่มีการกำหนดว่าบริษัทใดจะเป็นผู้ได้รับงาน

ขณะเดียวกัน ใน TOR จะกำหนดเฉพาะคุณลักษณะและความต้องการใช้งานของโรงพยาบาล ไม่ได้กำหนดราคาว่าเป็น 60 ล้านบาท โดยราคาจะต้องเกิดจากกระบวนการเสนอราคาและการแข่งขันตามขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง

นพ.อัครพงศ์ ยังยืนยันว่า หากมีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะที่สามารถชี้นำไปยังบริษัทใดบริษัทหนึ่งได้ ก็จะสามารถตรวจสอบและทักท้วงได้อยู่แล้ว เพราะกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต้องเปิดให้เกิดการแข่งขัน

ยืนยันไม่เกี่ยวกับการโยกย้าย ผอ.โรงพยาบาล

ส่วนอีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกต คือการเชื่อมโยงการจัดหา Robot จัดยากับการแต่งตั้งหรือโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลนั้น นพ.อัครพงศ์ ระบุว่า ไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวนำประเด็นนี้ไปเชื่อมโยงได้อย่างไร พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่ได้มีแผนย้ายออกจากโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร และยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่เดิม

ส่วนโรงพยาบาลอื่น ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือโรงพยาบาลระดับจังหวัดและศูนย์หลายแห่ง ก็มีการพัฒนาระบบจัดยาในลักษณะเดียวกัน เนื่องจากแต่ละแห่งต้องการแก้ปัญหาความล่าช้าในการจัดยาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ทั้งนี้ ผอ.รพ.ชัยนาทนเรนทร มองว่า ที่ผ่านมา Robot จัดยาอาจมีราคาสูง หากต้องซื้อระบบทั้งหมดในครั้งเดียว ทำให้โรงพยาบาลลังเลที่จะลงทุน แต่การใช้ระบบเช่าหรือผ่อนชำระทำให้สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้งานได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว 

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active